รูปบทความ Checklist ความสุขให้ชีวิตรู้สึกพิเศษได้ทุกวันที่ แพรกษา-บางปู [Ads]

Checklist ความสุขให้ชีวิตรู้สึกพิเศษได้ทุกวันที่ แพรกษา-บางปู [Ads]

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่โหยหาช่วงเวลาพักผ่อน อยากออกไปท่องโลกกว้างแต่ขณะเดียวกันก็โดนฉุดรั้งไว้ด้วยหน้าที่การงาน จึงไม่สามารถเดินทางไปไหนไกลๆ ได้อย่างใจนึก ถ้าเช่นนั้นลองเปลี่ยนแพลนมาเช็คลิสต์ความสุขใกล้ๆ กรุงเทพที่ "แพรกษา-บางปู" ดู ถึงจะใช้เวลาไม่นานแต่ความประทับใจที่ได้รับกลับสุขใจไม่แพ้กัน


Checklist ความสุขลำดับที่ 1 : เริ่มต้นวันดีๆ ที่ ตลาดปากน้ำ


ในเมื่อมีเวลาให้เราได้เที่ยวเช็คลิสต์กันตลอดทั้งวันแล้ว ก็ขอเข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนปากน้ำดูเสียหน่อยว่าจะอบอุ่นและครึกครื้นขนาดไหน โดยจุดเช็คลิสต์แรกที่เรามุ่งหน้าไปจึงเป็น "ตลาดปากน้ำ" ตลาดเช้าที่อยู่คู่กับชุมชนปากน้ำมาเนิ่นนาน มีความอุดมสมบูรณ์และสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่นี้ได้เป็นอย่างดี


ตึกรางบ้านช่องก็ล้วนเป็นเอกลักษณ์มีสีสันสดใส แม้แต่การสัญจรในพื้นที่เองก็ยังมีความหลากหลายทั้งรถเมล์, รถสองแถว, รถตุ๊กตุ๊ก รวมถึงรถสามล้อถีบที่พบเห็นได้น้อยตามเมืองใหญ่ๆ ให้รูปแบบการใช้ชีวิตนั้นลงตัวยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเราก็สามารถบริหารความสุขเองได้ตามต้องการ


ศูนย์รวมความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น


เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่ขาดไม่ได้เราจึงขอเติมพลังให้ท้องก่อนออกเดินทาง โดยมื้อแรกที่เราจะพาไปฝากท้องกันจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าดังที่ตั้งอยู่ในย่านตลาดปากน้ำ ไม่ไกลจากแยกแพรกษามากนัก หากใครขับรถมาก็สามารถจอดไว้ที่ตลาดแล้วค่อยเดินต่อไปอีกนิดที่สี่แยกศรีสมุทร 


"ร้านแป๊ะหงอก" เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่เปิดขายมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อจนล่วงเข้าสู่รุ่นที่สอง รวมๆ แล้วกว่า 50 ปีที่ร้านนี้เปิดขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาทำเอง แม้แต่หมูสับที่ใช้ทางร้านก็นวดเองผสมเองจนได้รสสัมผัสที่เหนียวนุ่มไม่เหมือนใคร


เมนูแนะนำเป็น "บะหมี่น้ำใสใส่หมูสับกับลูกชิ้นปลา" เมนูง่ายๆ สบายกระเป๋าสนนราคาอยู่ที่จานละ 40 บาท แต่ได้ทั้งหมูสับกับลูกชิ้นปลาอินทรีทำเอง เนื้อนุ่มไม่มีกลิ่นคาว เมื่อทานพร้อมน้ำซุปหอมๆ ยิ่งอุ่นสบายท้องเหมาะจะใช้เป็นแหล่งพลังงานยามเช้าก่อนเดินทางไปเช็คลิสต์ด้วยกัน


นอกจากร้านอาหารอร่อยๆ ที่เปิดขายกันตลอดสองฝั่งถนนแล้ว บริเวณรอบๆ ตลาดยังเต็มไปด้วยร้านขนม, ผลไม้, ของหวานและอาหารทานเล่นอีกมากมายให้เราได้เดินชิมกันเพลินๆ แต่อย่าเผลอชิมจนอิ่มเสียก่อนเพราะในตลาดปากน้ำยังมีของน่าซื้อน่าทานอีกเยอะ ตั้งแต่ของสดไปจนถึงอาหารสำเร็จรูป


ศูนย์รวมอาหารของสดจากทะเล...ส่งตรงถึงมือ


ขยับไปทางท่าเรือข้ามฟากเราจะเจอกับตลาดสดปากน้ำที่คึกคักไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากย่านไหนเหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็พร้อมต้อนรับด้วยรอยยิ้มสดใส ให้เราเดินเลือกซื้อของกันได้อย่างมีความสุข ใครอยากแวะร้านไหนก็เดินเข้าไปสอบถามราคาได้เลย


เพราะเป็นเมืองที่อยู่ติดกับท่าน้ำ เรือโดยสารจึงเป็นเส้นทางคมนาคมที่คนในพื้นที่นิยมใช้เดินทางกันเป็นประจำ โดยเราสามารถนั่งเรือข้ามฟากไปยังฝั่งพระสมุทรเจดีย์ได้


เมื่อมีโอกาสมาเยือนถึงถิ่นเมืองปากน้ำทั้งทีจะพลาดของทะเลสดๆ ไปได้อย่างไรทั้งกุ้ง, หอย, ปู, ปลาก็ล้วนตัวใหญ่น่าทานขนมาขายกันในราคาถูกๆ ให้ซื้อกลับไปทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ เท่านี้ก็มีความสุขได้ตลอดทั้งวันแล้ว


รวมถึงของแห้งและของฝากจากทะเลก็มีให้หิ้วกลับไปคนละถุงสองถุง รวมๆ แล้วพกเงินแค่ 1,000 บาทก็สามารถซื้อของกินของใช้ที่นี่ได้สบายๆ เป็นความสุขแสนเรียบง่ายที่หาได้จากย่านแพรกษา-ปากน้ำ


ก่อนออกไปเช็คลิสต์ความสุขแห่งที่สองก็ขอแวะซื้อขนมที่ร้าน Rye Premium Bakery ไว้ทานระหว่างการเดินทางสักหน่อย ตัวร้านตกแต่งโทนสีขาวสะอาดตา เปิดอยู่ใกล้ๆ ตลาดปากน้ำเดินออกมาจากท่าเรือข้ามฟากเล็กน้อย


ด้านในขายขนมและเครื่องดื่มราคาไม่แพงอยู่ที่ชิ้นละ 30 - 100 บาท สามารถซื้อกลับไปทานที่บ้านหรือจะนั่งทานในร้านก็ได้ทั้งนั้น โดยขนมที่เราเลือกซื้อกลับไปวันนี้จะเป็นเมนู Recommend ของทางร้านอย่าง "เอแคลร์นมสดกับทาร์ตไข่" รสชาติหวานมันกำลังดี ส่วนใครที่ชอบทานของหวานๆ ที่ร้านก็มีเมนูขนมเค้กกับขนมปังเนยสดให้เลือกทานด้วยเช่นกัน


ระหว่างออกเดินทางไปยังจุดเช็คอินที่สอง เราจะผ่านสถานที่สำคัญๆ ของย่านแพรกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการอย่าง อุทยานการเรียนรู้ฯ หอชมเมืองสมุทรปราการ ที่อยู่บริเวณเดียวกับศาลากลางจังหวัดและสำนักงานราชการต่างๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแลนมาร์คสำคัญตั้งอยู่ใจกลางความเจริญของทำเลแพรกษา-บางปู


และเมื่อขยับไปทางสามแยกปากน้ำ เราจะเห็นภาพการก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปากน้ำ (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) ที่จะนำพาความเจริญและศักยภาพการพัฒนาเข้ามาสู่พื้นที่นี้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ภายในปี 2018 นี้


และเพื่อให้สมกับการเป็นเมืองท่าน้ำ บรรยากาศรอบๆ ทำเลจึงค่อนข้างเย็นสบายสามารถออกมานั่งรับลมชิลล์ๆ ริมน้ำได้เกือบตลอดทั้งวัน


นอกจากช่วงแยกปากน้ำแล้วแถวๆ แยกแพรกษา-สุขุมวิทก็เต็มไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวก ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองได้ไม่แพ้กัน


มีทั้งห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้ มอลล์รวมถึงแหล่งจับจ่ายใช้สอยต่างๆ อย่างห้างโรบินสันและบิ๊กซี ที่อยู่ใกล้กับสถานีแพรกษา


และจุดเช็คลิสต์ลำดับที่สองที่เราจะไปกันต่อนั้นจะต้องวิ่งไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านสถานีแพรกษาเพื่อมุ่งหน้าหาแรงบันดาลใจยามบ่ายกัน



Checklist ความสุขลำดับที่ 2 : มองหาแรงบันดาลใจยามบ่ายที่ สายลม บางปู


ระหว่างทางที่จะไปเช็คลิสต์ความสุขลำดับที่สอง ก็ต้องผ่านสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองสมุทรปราการอย่าง "ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการ" ด้านในมีการจัดแสดงโชว์จระเข้ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พร้อมด้วยสัตว์อื่นๆ อีกมากมายเช่น ลิงชิมแปนซี, ชะนี, เสือ, เต่า, งูและการแสดงของช้างแสนรู้ที่ช่วยสร้างสีสันและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน


ค่าเข้าผ่านประตู : ผู้ใหญ่คนละ 60 บาทและเด็ก 30 บาท เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. (ส่วนวันหยุดจะเพิ่มรอบ 12.00 น.และ 17.00 น.)


ขับต่อไปอีกนิดจะเจอ "เมืองโบราณ สมุทรปราการ" แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่อยู่ห่างจากแยกแพรกษาระมาณ 8 กิโลเมตร ด้านในได้รวบรวมวิถีแห่งสยามเอาไว้ด้วยกัน แล้วถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านทางสถาปัตยกรรมจำลองที่ออกแบบไว้อย่างสวยงามคล้ายกับเรากำลังยืนอยู่ ณ สถานที่นั้นจริงๆ


ภายในให้ความร่มรื่นด้วยต้นไม้สูงเหมือนเป็นรั้วธรรมชาติพาเราไปเจอกับความสงบ พร้อมตกแต่งด้วยดอกไม้และรูปปูนปั้นศิลปะแบบไทยๆ ให้เราเข้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ในแหล่งการเรียนรู้แห่งนี้กันได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-19.00 น. รับรองว่ามาเมืองโบราณที่เดียวก็เหมือนได้เที่ยวครบ 77 จังหวัดทั่วไทย

สำหรับค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่จะอยู่ที่ท่านละ 350 บาท ส่วนเด็กอายุ 6-14 ปีจะอยู่ที่ท่านละ 175 บาท 


เมื่อสายลมโอบกอดให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น


จากเมืองโบราณมาก็ถึงเวลาหาแรงบันดาลใจกันที่ สายลมบางปู Sailom Bangpu ร้านเซรามิก คาเฟ่หลบอยู่ในเทศบาลบางปู ซอย 72 เพียงขับรถตรงเข้ามาเรื่อยๆ ไม่กี่ร้อยเมตร


ภายในร้านแบ่งออกเป็นสองโซน คือ 'โซนคาเฟ่แกลลอรี่' กับ 'โซนร้านอาหาร' ที่อยู่ชิดติดชายทะเล แต่วันนี้เราจะไปทานของอร่อย รองท้องกันเบาๆ ที่โซนคาเฟ่แกลลอรี่ และตบท้ายด้วยการเดินชมผลงานศิลปะสไตล์แฮนด์เมดที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร


"ร้านสายลมบางปู" โดดเด่นด้วยการออกแบบตกแต่งร้านสไตล์ Beach house กึ่ง Outdoor พร้อมสร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาผ่านทางผลงานเซรามิกที่ทางร้านนำมาตั้งโชว์ ให้เราเลือกซื้อเลือกชมกันได้ตั้งแต่หน้าทางเข้า 


เปิดรับแรงบันดาลใจกันด้วยผลงานเซรามิกที่ทางร้านออกแบบเอง มีให้เลือกตั้งแต่เซ็ตจานชาม, ชุดแก้วน้ำถ้วยชา, ช้อนส้อมดีไซน์เก๋ ตลอดจนของตกแต่งอื่นๆ จะที่ช่วยเพิ่มไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ทุกคนที่พบเห็น


ขยับเข้าไปด้านในอีกนิด...ติดๆ กับอ่างเก็บน้ำขนาดย่อมจะเป็นบาร์ขนมและเครื่องดื่ม ตกแต่งน่ารักด้วยโทนสีอบอุ่นขาว-น้ำตาล ข้าวของเครื่องใช้ก็ล้วนเป็นงานเซรามิกที่ทางร้านนำมาจัดวางสร้างความแปลกใหม่จนเราอยากซื้อเก็บไว้ที่บ้านสักใบสองใบ



แม้แต่เมนูของหวานก็ยังน่ารักน่าทานจัดใส่จานเซรามิกเก๋ๆ ในราคาไม่แพงนักหากเทียบกับบรรยากาศและวิวที่ได้ ตกอยู่ที่จานละประมาณ 80 - 100 บาท


สำหรับขนมที่เลือกมาลิ้มลองกันจะเป็น "เมนูบราวนี่" ถ้วยจิ๋วเหมาะสำหรับการนั่งทานคนเดียว รสชาติเข้มข้นหอมช็อคโกแลต และเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ตกแต่งอยู่ด้านหน้าขนม และได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวของลูกเกดที่แทรกอยู่ด้านล่างทำให้บราวนี่ชิ้นนี้ไม่เลียนจนเกินไป


ยิ่งได้ทานคู่กับ "ลาเต้ร้อน" กาแฟแก้วโปรดของใครหลายคนยิ่งละมุน เสิร์ฟมาพร้อมกับ Latte Art ที่เพียงยกแก้วขึ้นจิบก็สัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่มของฟองนม รสสัมผัสหอมกำลังดีไม่เข้มจนเกินไปเหมาะสำหรับใช้จิบเพลินๆ ยามบ่าย


ส่วนใครที่ต้องการความสดชื่นก็อาจเปลี่ยนมาสั่ง "ลิ้นจี้โซดา" แทนได้ เครื่องดื่มเย็นซ่าช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของลิ้นจี้ช่วยเพิ่มความสดใสระหว่างวัน


ทานเสร็จแล้วก็อย่าลืมลุกไปถ่ายรูปกันด้วย เพราะที่ร้านมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เราโพสต์ลงโซเชียลมากมาย


หรือใครอยากซื้อของกลับไปฝากคนสนิทก็มีให้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์ทั้งของชิ้นเล็กๆ อย่างที่ติดตู้เย็น, โปสการด์, ตุ๊กตาตั้งโต๊ะ ไปจนถึงชุดกาน้ำชาและจานชามเซรามิกครบเช็ต 


ร้าน "สายลมบางปู" เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 - 22.00 น. สามารถเข้ามานั่งรับลมทะเลพร้อมชมวิวสวยๆ ชิดหาดทรายกันได้




Checklist ความสุขลำดับที่ 3 : ยืนรับลมชมฟ้าเปลี่ยนสีที่ สถานตากอากาศบางปู

นั่งเพลินๆ จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็น เราจึงขับรถไปต่อกันที่ "สถานตากอากาศบางปู" แหล่งท่องเที่ยวสุดคลาสสิคของจังหวัดสมุทรปราการ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะเข้ามาชมความสวยงามของป่าชายเลนที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สีเขียวไว้ได้เป็นอย่างดี


จุดเช็คอินแรกที่ต้องมาเยือนเมื่อมาถึงสถานตากอากาศบางปู คือ "สะพานสุขตา" ทางเดินที่ทอดยาวออกไปกลางน้ำแล้วมาสิ้นสุดที่ "ศาลาสุขใจ" อาคารปลายสะพานที่อยู่คู่กับสถานตากอากาศนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า เหมือนเป็นจุดนัดพบของคนรุ่นก่อนพร้อมมีกิจกรรมเต้นลีลาศที่จัดขึ้นทุกๆ วันเสาร์ให้เราชวนคนในครอบครัวมาร่วมสนุกกันได้


สร้างความทรงจำดีๆ ด้วยการเดินชมธรรมชาติของป่าชายเลนพร้อมถ่ายรูปคู่กับนกนางนวลที่บินย้ายถิ่นฐานหนีหนาวมาไกลถึงที่นี่ ยิ่งช่วงเย็นๆ จะยิ่งเห็นนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ต่างออกมาถ่ายรูปเล่นและยืนรับลมชมวิวพระอาทิตย์ตกกัน


รับออกซิเจน อากาศบริสุทธิ์ส่งตรงจากธรรมชาติ


อีกหนึ่งความทรงจำที่ไม่อยากให้พลาดหากเรามีโอกาสเดินทางมาเช็คลิสต์กันที่นี่แล้ว คือ "เส้นทางศึกษาธรรมชาติบางปู" ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านในสถานตากอากาศบางปู ตลอดทางเดินถูกห้อมล้อมด้วยต้นไม้สูงและป่าโกงกางให้ความรู้สึกร่มเย็นตั้งแต่ยื่นขาก้าวเข้าไป


และก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ กับภาพธรรมชาติอันเขียวชะอุ่มที่หาได้ยากตามเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนก็รู้สึกปลอดโปร่ง ให้เราสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดตลอดเส้นทางบนสะพานแขวนที่ทอดยาวลึกเข้าไปในป่าสีเขียว จนหลงลืมทุกความเหนื่อยล้าที่พบเจอมาตลอดทั้งวัน




Checklist ความสุขลำดับที่ 4 : ทานมื้อค่ำท่ามกลางเสียงคลื่นที่ ระเบียงทะเล


สุขใดก็ไม่เท่ากับการที่เราได้ทานอาหารอร่อยๆ ท่ามกลางบรยากาศดีๆ กับใครสักคน อย่างที่ย่านแพรกษา-บางปูเองก็ขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหารสวยของกินอร่อย แต่มื้อนี้จะทานคนเดียวก็ดูเหงาเกินไปเลยขอชวนเพื่อนมาช่วยแชร์ความสุขกันที่ "ร้านระเบียงทะเล" ร้านอาหารสไตล์ครอบครัวที่เหมาะจะชวนกันมานั่งฟังเสียงคลื่นคลอไปกับเสียงดนตรีเบาๆ ที่ทางร้านเปิดไว้สร้างบรรยากาศ


ตัวร้านจัดสถานที่ให้เราเลือกนั่งได้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor พร้อมยกเพดานสูงและตกแต่งด้วยแสงไฟตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะนั่งโซนไหนก็ให้ความรู้สึกเปิดโล่งไม่ต่างกัน แต่ถ้าใครอยากลองสัมผัสลมทะเลแบบใกล้ชิดก็แนะนำให้เลือกโซน Outdoor แทน


แน่นอนว่า...อุตส่าห์มาทานถึงริมทะเลทั้งทีก็ต้องขอสั่งเมนูซีฟู้ดรสชาติถึงเครื่องแบบไทยๆ อย่าง "ต้มยำกุ้งน้ำข้นกับยำผักหวานกรอบ" พร้อมดับความเผ็ดร้อนของมื้อนี้ด้วย "ปลากระพงนึ่งซีอิ๊ว" ที่ยกเสิร์ฟกันมาเป็นตัว ตักทานแต่ละทีเต็มอิ่มไปทั้งคำ


พอเห็นเมนูอาหารวางเต็มโต๊ะขนาดนี้แล้วก็ไม่รอช้าต้องรีบทานเสียก่อนจะหายร้อน ยิ่งทานคู่กับข้าวสวยสักจานยิ่งมีความสุข ทั้งหมดนี้จ่ายแค่ 1,200 บาทแต่อิ่มกำลังดีสำหรับเพื่อนร่วมโต๊ะ 2-3 คน


เมื่อของคาวผ่านพ้นไปก็ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มเรียกความสดชื่นอย่าง ราสเบอร์รี่สมูทตี้ ที่ให้เนื้อผลไม้ชุ่มฉ่ำ รสชาติติดไปทางหวานเล็กน้อยต้องค่อยๆ จิบ แต่โดยรวมก็ถือว่าช่วยเรียกความสดชื่นกลับมาได้เป็นดีให้เรามีแรงไปเช็คลิสต์ความสุขกันต่อในสถานที่ถัดไป


ร้านระเบียงทะเล : ตั้งอยู่ท้าย ซ.เทศบาลบางปู 104 ติดกับชายทะเล เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น.



Checklist ความสุขลำดับที่ 5 : เดินชิลล์ยามค่ำคืนที่ ไมอามี่ บาซาร์ บางปู


พอทานเสร็จอิ่มๆ ก็ขอเดินย่อยสักหน่อยก่อนจะกลับไปพักผ่อนกัน โดยระหว่างทางเราได้ผ่านแหล่งท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ในย่านแพรกษา-บางปูกับ "ไมอามี่ บาซาร์ บางปู" แลนมาร์กขนาดใหญ่ที่จะมาสร้างความคึกคักให้กับทำเลนี้


บริเวณด้านในเป็นพื้นที่กว้างสำหรับจัดเป็นตลาดเปิดท้ายแบบ Outdoor มีของขายมากมายทั้งอาหารการกินและของใช้ แม้จะมาเดินย่อยตอนสามทุ่มที่นี่ก็ยังคึกคักไม่น้อย มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาตลอดเวลา


โซนด้านในเป็นร้านค้าแบบ Indoor พร้อมตกแต่งพื้นที่ด้วยไฟประดับให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินช็อปอยู่ในตลาดนัดรถไฟรัชดาฯ หรือเจเจกรีนที่กรุงเทพ 


เรื่องอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้า จัดเต็มความอร่อยมาให้ชิมกันถึงหน้าเตา ต่อให้อิ่มขนาดไหนก็อดใจไม่ไหวต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปทานต่อที่ห้องกันคนละอย่างสองอย่าง เผื่อระหว่างทางเกิดหิวขึ้นมาจะได้ไม่ต้องแวะไหนเพิ่มสามารถมุ่งเข้าสู่สถานที่พักผ่อนได้เลย...


มาเช็คลิสต์ที่ แพรกษา-บางปู ได้ง่ายๆ 
ด้วยการเดินทางสะดวก หลากหลายการคมนาคม 


ไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์เท่านั้นที่ตอบโจทย์ความสุขของใครหลายคน แต่ที่แพรกษา-บางปูยังมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย ให้เราสามารถเดินทางมาเช็คลิสต์ความสุขกันได้ทุกวันทุกเวลา


เริ่มที่ถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นถนนเส้นหลักในการเดินทางเข้าและออกเมือง ตัดผ่านถนนแพรกษาที่บริเวณกิโลเมตรที่ 3116 ด้านการสัญจรของคนในพื้นที่ก็มักเดินทางด้วยรถสองแถวและรถเมล์เป็นหลัก


สำหรับสถานที่สำคัญบนถนนสายนี้ก็มีโรงเรียนสตรีสมุทรปราการตั้งอยู่ใจกลางเมืองสมุทรปราการ ใกล้ๆ กับสำนักงานจังหวัดฯ และอุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย


หรือใครสะดวกจะมาทางถนนเทพารักษ์ก็สามารถเชื่อมต่อเข้าเมืองไปทางบางนาและบางกะปิได้ เป็นย่านชุมชนที่คึกคักไปด้วยผู้คนและการสัญจรตลอดทั้งวัน 


และสำหรับคนที่ต้องเข้าไปทำงานในเมืองเป็นประจำก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะบริเวณนี้จะมีทางขึ้น-ลงทางพิเศษกาญจนภิเษกให้ใช้บริการในชั่วโมงเร่งด่วน


เนื่องจากเป็นย่านชุมชนที่มีผู้คนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ย่านนี้จึงเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันอย่าง "เทสโก้ โลตัสและห้างโฮมโปร"


ส่วนใครที่ต้องการไปเช็คลิสต์กันที่ย่านแพรกษา-บางปูก็สามารถวิ่งมาจากถนนศรีนครินทร์ได้เช่นกัน


สำหรับความสะดวกสบายบนถนนสายนี้ก็ครบครันไม่แพ้เส้นทางอื่น มีทั้งรถโดยสารประจำทาง, รถสองแถวและรถตู้โดยสารวิ่งรับ-ส่งกันไม่ขาดสาย


ขับต่อไปเรื่อยๆ จะเจอ "I Mall" คอมมูนิตี้ มอลล์ที่ให้เราใช้เป็นจุดแวะพัก นัดพบกันก่อนออกเดินทางได้ ด้านในมีร้านกาแฟ คาเฟ่เล็กๆ ให้นั่งตากแอร์ชิลล์ๆ


และก็มาถึงถนนสายสำคัญอีกเส้นของจังหวัดสมุทรปราการ ถนนแพรกษาที่เชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทเพื่อใช้มุ่งหน้าเข้าสู่แหล่งคนทำงานขนาดใหญ่ "นิคมอุตสากรรมบางปู" โดยตลอดสองข้างทางจะเรียงรายไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกกลุ่ม ทั้งสถานศึกษา, ร้านค้า, ร้านอาหาร, แหล่งคอมมูนิตี้ มอลล์ ตลอดจนตลาดนัดสำหรับการจับจ่ายใช้สอย


บนถนนแพรกษาจะมีโรงเรียนสมุทรปราการตั้งอยู่ ให้คุณพ่อคุณแม่ส่งลูกหลานเข้าเรียนกันใกล้ๆ บ้าน สะดวกทั้งตัวนักเรียนและผู้ปกครองเอง


หรือใครอยากเดินซื้อของท่ามกลางอากาศเย็นๆ ก็สามารถแวะเข้ามาเดินเล่นในเทสโก้ โลตัสที่อยู่ไม่ไกลจากแยกแพรกษา-สุขุมวิทมากนัก


ขยับไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะเป็นโรงเรียนสารสาสน์วิเทศสมุทรปราการ สถานศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครอง


ข้างกันมี "ตลาดสดเจ.เอส.พี แพรกษา" ที่รวบรวมร้านค้าและร้านอาหารไว้ด้านใน แบ่งเป็นโซนตลาดสดและร้านอาหารติดแอร์ให้เราได้เลือกเดิน ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรมบางปู สามารถข้ามถนนมาเดินซื้อของกันในช่วงเย็นๆ หลังเลิกงานได้


แลนด์มาร์กสำคัญที่ตั้งอยู่บนถนนแพรกษา คือ นิคมอุตสาหกรรมบางปู ศูนย์รวมคนทำงานแหล่งใหญ่ของเมืองสมุทรปราการที่มีภาพของความคึกคักและการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้หลายคนอยากเข้ามาอยู่ในทำเลนี้ เพราะนอกจากจะรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งทำเลอนาคตที่มีศักยภาพในการพัฒนา สามารถสร้างโอกาสและความสุขให้กับผู้อยู่อาศัยได้


ใช้ชีวิตให้แตกต่าง อย่างมีความสุขที่ Notting Hill


ไม่ไกลกันก็มีตัวเลือกดีๆ ให้เราได้ลองใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิมอย่าง Notting Hill Sukhumvit-Praksa (นอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท-แพรกษา) โครงการ High Rise สูง 35 ชั้นจาก Origin Property ที่ตกแต่งภายใต้คอนเซ็ปต์ "London Iconic" สร้างความโดดเด่นบนเนื้อที่ 3-1-91 ไร่ อยู่ใจกลางทำเลศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย


รีวิว ห้อง โครงการ Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษา
ห้องชุดพักอาศัยโครงการ Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษา


ผสมผสานความลงตัวระหว่างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและความคลาสสิคตามแบบฉบับเฉพาะตัวของ Notting Hill ที่ช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตไร้ขีดกำจัด


รีวิวห้อง คอนโด Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษา
ห้องชุดพักอาศัยโครงการ Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษา


ไม่เหมือนใครด้วยการตกแต่งสไตล์ Modern Classic Luxury เน้นโทนสีขาว ครีม เขียวและน้ำตาล สร้างความรู้สึกอบอุ่นและสบายตา พร้อมจัดสรรพื้นที่ภายในห้องออกเป็นสัดส่วน เหมาะสมกับทุกฟังก์ชันการใช้งาน


สระว่ายน้ำโครงการ Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษา


ห้องฟิตเนสโครงการ Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษา

พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลางเพื่อตอบโจทย์ทุกๆ ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็น Grand Lobby, Pool terrace, Co-working Space, Lifestyle Fitness, Sky English Garden และ Sky Lounge Terrace เป็นต้น ทั้งยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา



ให้เราเดินทางสะดวกสบายด้วยเส้นทางคมนาคมหลากหลาย และสามารถเชื่อมต่อเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแพรกษา ที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 650 เมตร ขยับออกไปเล็กน้อยก็จะเจอห้างโรบินสันและ Big C Superstore ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของเราง่ายขึ้น


โครงการ Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษา

ถ้าเรามีโอกาสได้สัมผัสความสุขใกล้ตัวกันขนาดนี้แล้ว ก็อย่าลืมเข้าไปเช็คลิสต์กันได้ที่ Notting Hill Sukhumvit-Praksa (นอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท-แพรกษา) คอนโดพร้อมเข้าอยู่ ใกล้รถไฟฟ้าสถานีแพรกษาเพียง 650 เมตร พร้อมทั้งบริการรถรับ-ส่ง และทำความสะอาดฟรี 1 ปี คอนโดที่คุณจะได้สัมผัสวิวแม่น้ำและทะเล ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ลบ*