รูปบทความ Low rise หรือ high rise ตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดแบบไหนดี

ESTOPOLIS | Low Rise หรือ High Rise เลือกซื้อคอนโดแบบไหนดี สำหรับชาวคอนโดมือใหม่

ปัญหาโลกแตกอีกอย่างหนึ่งของคนที่กำลังมองหาคอนโดสำหรับอยู่อาศัยเอง เลือกไม่ถูกว่าจะอยู่ในตึกสูง หรือตึกเตี้ย ๆ ดี เพราะคอนโดแบบ low rise และ High rise ต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นในหัวข้อนี้เรามาลองเช็คกันดีกว่าว่าความต้องการของคุณผู้อ่าน จริง ๆ แล้วเหมาะกับคอนโดแบบ Low rise หรือ high rise กันแน่


Low rise มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า 

high rise จะเป็นที่ทราบกันดีว่ามียูนิตที่เยอะ จึงได้รับบความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าไปโดยปริยาย  ในคอนโดแบบ high rise จึงพยายามปรับปรุงเรื่องนี้โดยการทำลิฟต์แบบล็อกชั้น ให้เจ้าของห้องเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงชั้นนั้นได้ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านในชั้นนั้นแล้ว ยังเพิ่มเรื่องความปลอดภัยให้ลูกบ้านอีกด้วย 

ในส่วนของ low rise ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทำลิฟต์มาเป็นแบบล็อคชั้น เพราะมียูนิตน้อยกันอยู่แล้ว แต่ในบางโครงการที่เน้นความเป็นส่วนตัวก็จะทำลิฟต์แบบล็อคชั้นมาให้เหมือนกัน 

แม้ว่าโครงการ Low rise จะพยายามชูความเป็นส่วนตัว ความเงียบสงบ แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่จะตอบได้ว่าคอนโดเหล่านั้นสงบจริง ๆ หรือไม่น่าจะเป็นเรื่องของทำเลที่ไม่ได้รับมลภาวะทางเสียง และเทคนิคการก่อสร้างที่เก็บเสียงได้ดีมากกว่า 



High rise วิวสวยกว่า

วิวจากโครงการ Knightsbridge sky river ocean

คนที่เลือกซื้อคอนโดแบบ high rise นอกจากเรื่องทำเลแล้ว วิวก็เป็นเรื่องที่ตามมาด้วย ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีกว่าการจะได้วิวสวย ๆ นั้น อาจจะต้องเลือกทิศที่ดี ชั้นที่สูง พร้อมราคาที่สูงขึ้นด้วย สำหรับวิวที่ได้เปรียบของคอนโดแบบ high rise คงหนีไม่พ้นวิวแม่น้ำ และวิวเมือง

สำหรับคอนโดแบบ low rise เองก็ใช่ว่าจะไม่ได้วิวที่ดีนะครับ เพราะมีคอนโด low rise บางแห่งสร้างริมแม่น้ำ ได้วิวแม่น้ำในอารมณ์แบบรีสอร์ท โดยรวมแล้วเรื่องวิวแนะนำว่าให้ลองมองลงด้านล้างของห้องที่เลือกครับ ถ้าเห็นสิ่งปลูกสร้างที่น่าจะอยู่อีกนาน ไม่มีการขาย หรือพัฒนาไปเป็นอย่างอื่นได้ยาก ก็พอจะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งครับว่าโอกาสที่จะเป็นห้องวิวบล็อกคงยาก แต่ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ เลือกวิวที่เป็นส่วนกลางเช่น สระว่ายน้ำ หรือสวนสวย ๆ ของทางโครงการ ก็เซฟดีเช่นกัน




Low rise นิติดูแลทั่วถึงกว่า

นอกจากเรื่องของประสิทธิภาพของนิติกรประจำคอนโดแล้ว จำนวนนิติกรกับจำนวนยูนิตก็มีความสำคัญเช่นกัน จริง ๆ แล้ว high rise ที่มีจำนวนยูนิตเยอะบางโครงการก็ไม่ได้มีนิติหลายคนครับ หลาย ๆ โครงการมีแค่ 2 - 3 คน ประจำ พอ ๆ กับ low rise เลย ทำให้ดูแลลูกบ้านได้ไม่ทั่วถึงเมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ  

แต่โครงการ high rise จะมีการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย ขึ้นมาค่อนข้างแน่นหนาครับ มีการตั้งกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เข้มงวดเพื่อให้โครงการเป็นระเบียบ  เช่น ห้ามถ่ายภาพบริเวณโถงทางเดิน ห้ามถ่ายภาพในส่วนกลาง ทั้งนี้เพราะกลัวจุดเข้าออก และจุดติดตั้งกล้องวงจรปิดรั่วไหลไปถึงภายนอกครับ 




High rise สิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายกว่า แต่…อาจจะไม่ได้ใช้เลย

โครงการ Duse Miti สุธิสาร มีห้องดูหนังให้ลูกบ้านได้ใช้งานด้วย

โครงการคอนโดแบบ high rise มักจะอัดแน่นมาด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลาย ๆ อย่าง เน้นไปที่ความหลากหลาย แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ลูกบ้านอย่างเราก็ไม่ได้ใช้ facility เหล่านั้นมากกมาย หลัก ๆ อาจจะแย่งกันใช้ fitness หรือสระว่ายน้ำในช่วงเวลาหลังเลิกงานบ้าง แต่ก็ต้องมีการต่อคิวเพราะคนก็จะมารุ่มกันใช้ในเวลาเดียวกัน บางโครงการอุปกรณ์ฟิตเนสไม่ได้สัมพันธ์กับจำนวนยูนิตเลย บางโครงการสระว่ายน้ำก็เล็กเหมือนสระแช่ตัว ดังนั้นเรื่องส่วนกลางก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคิดให้ดีก่อนเลือกคอนโดเช่นกัน อย่าลืมว่าเราเสียค่าส่วนกลางทุกปี ถ้าไม่ได้ใช้เลยก็คงจะเสียดายเงินแย่



High rise เหมาะกับชีวิตกลางคืนมากกว่า

คอนโดแบบ high rise มักจะสร้างอยู่ติดกับถนนใหญ่ด้วยกฏหมายการก่อสร้างอาคาร

สำหรับโครงการ high rise มักจะมียูนิตที่เยอะมาก ดังนั้นการตั้งร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงคอมมูนิตี้มอลล์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านจึงมีความเป็นไปได้ ใครที่ต้องทำงานตอนกลางคืนเช่นฟรีแล้นซ์จึงค่อนข้างเหมาะกับคอนโดแบบ high rise ครับ ในทางกลับกันหากเป็น low rise มักจะไม่ค่อยมีร้านสะดวกซื้อในโครงการ ยกเว้นว่าจะเป็นโครงการที่ใหญ่จริง ๆ การที่จะออกไปซื้อของในตอนกลางคืนอาจจะต้องออกไปข้างนอกซึ่งอาจจะไม่ค่อยปลอดภัย เพราะอย่างที่ทราบว่า low rise มักจะอยู่ในซอยลึก และค่อนข้างเปลี่ยวในตอนกลางคืน




Low rise และ high rise กับระบบการจอดรถที่ต่างกัน

Knightsbridge sky river ocean กับระบบ Auto parking

Knightsbridge Sky River Ocean มีระบบ Auto parking

โดยส่วนมากการจอดรถของคอนโดแบบ low rise ไม่ค่อยเข้มงวดครับ เจ้าหน้าที่รปภ. แทบจะจำหน้าลูกบ้านได้ทุกคนอยู่แล้ว บางครั้งเรามีเพื่อนหรือญาติมาเยี่ยม ก็สามารถจอดค้างคืนได้สบาย ๆ จนบางครั้งที่จอดรถอาจจะไม่เพียงพอเพราะการจัดการการจอดรถอาจจะไม่ค่อยดี ปล่อยให้คนนอกมาจอดรถ หรือลูกบ้านบางคนนำรถมาจอดมากกว่า 1 คัน 


แต่สำหรับคอนโดแบบ high rise หรือ low rise ใหม่ ๆ จะมีระบบการเข้าจอดรถโดย bluetooth มีการลงทะเบียนรถ พร้อมทั้งเสียค่าจอดเพิ่มเติมเป็นรายเดือนอีกด้วย บางครั้งหากมีญาติ หรือเพื่อนมาอยู่ด้วย อาจจะต้องเสียค่าจอดเพิ่มที่แพงจนเกินเหตุ หรือต้องไปวนรถให้รำคาญใจอีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกติกาของทางนิติว่ามีการดูแลอย่างไรด้วยเช่นกัน




Low rise และ high rise เมื่อต้องอยู่ไปนาน ๆ โครงการจะน่าอยู่ไปนานแค่ไหน

ค่าบำรุงส่วนกลางเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้สามารถจ้างนิติดี ๆ ดูแลคอนโดของเราไปนาน ๆ ได้

จุดนี้คงต้องขึ้นอยู่กับนิติเองว่าดูแลโครงการได้ดีแค่ไหน แต่สิ่งที่จะมาค้ำจุ้นนิตินั่นก็คือค่าส่วนกลางที่ชาวคอนโดต้องจ่ายทุกปี ในปัจจุบันคอนโดทั้ง high rise และ low rise เก็บค่าส่วนกลางไม่ได้ต่างกันมาก หมายความว่า คอนโดมิเนียมแบบ high rise หรือโครงการ low rise ที่มีพื้นที่และยูนิตเยอะ ๆ จะมีเงินกองทุนค่าส่วนกลางที่มากกว่าและดูแลโครงการไปได้นานกว่า ดังนั้นคุณอาจจะต้องคิดให้หนักเมื่อจะซื้อคอนโดโครงการที่เล็กเกินไป หรือหากคุณจะซื้อคอนโดแบบ low rise ก็ควรมองหาคอนโดที่มีหลาย ๆ อาคารเพื่อความอุ่นใจในจำนวนเงินกองทุน 

นอกจากนี้ หากในโครงการมีคอมมูนิตี้มอลล์ หรือมีร้านค้าอยู่ในโครงการจำนวนมาก นั่นก็จะยิ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมั่นคงของโครงการ เพราะจะสามารถเก็บค่าเช่าร้านมาจ่ายบำรุ่งส่วนกลางได้อีกทางหนึ่ง 


เหล่านี้เป็นเพียงการเปรียบเทียบคร่าว ๆ และใช้ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ low rise และ high rise เพื่อเปรียบเทียบให้อ่านกันครับ  แต่ในความจริงแต่ละโครงการมีความแตกต่างกันในระดับยิบย่อย การพิจารณาซื้อคอนโดแบบเจาะลึกเปรียบเทียบในรายละเอียดโดยเปรียบเทียบกับความต้องการจริง ๆ ของเราเท่านั้น ที่จะช่วยให้เราสามารถเลือกคอนโดที่ตรงใจและควรค่าแก่การอยู่อาศัยครับ