รูปบทความ Design in Cinema ต้นตำรับความหรูหราของเก้าอี้หนังสไตล์ผู้ดีอังกฤษ

Design in Cinema ต้นตำรับความหรูหราของเก้าอี้หนังสไตล์ผู้ดีอังกฤษ

“นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของคุณ หลังจากนี้ไม่มีทางหวนกลับ”


มอร์เฟียสกล่าวก่อนยื่นยาเม็ดสีฟ้า และยาเม็ดสีแดงให้นีโอเลือก ซึ่งเปรียบเสมือนทางแยกระหว่างการเวียนว่ายต่อในโลกฝันหวานของเขา หรือตื่นขึ้นเพื่อรับมือความเป็นจริงอันโหดร้าย



“และโปรดจำไว้ว่า สิ่งที่ผมหยิบยื่นให้เป็นความจริงทั้งหมด ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”



The Matrix เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการยอมรับและกล่าวขวัญจากทั่วโลก ด้วยความคมคายในการพูดประเด็นยาก ๆ อย่างอภิปรัชญาเกี่ยวกับภาวะแห่งรับรู้การดำรงอยู่ของตัวตนออกมาได้อย่างลื่นไหลและกลมกลืนไปกับความบันเทิงในฉากแอ็คชั่นอันน่าจดจำตามสไตล์ภาพยนตร์แนว Blockbuster ยุคต้น 2000

นอกเหนือจากส่วนของแอ็คชั่น ฉากสำคัญฉากอีกหนึ่ง อันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ก็คือฉากที่นีโอ ตัวเอกของเรื่องได้พบกับมอร์เฟียส ชายผู้เป็นดั่งผู้ปลดแอกของเขาเป็นครั้งแรก

โดยมอร์เฟียได้อธิบายให้นีโอเข้าใจถึงความเป็นจริงของโลก Matrix ที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่จะเปลี่ยนชะตาของมนุษยชาติไปตลอดกาล โดยฉากนี้ ทั้งมอร์เฟียส และนีโอ นั่งคุยกันในห้องรับแขกสภาพซอมซ่อ บนเก้าอี้อาร์มแชร์หนังทรงโบราณ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ทั้ง ๆ ที่เป็นเก้าอี้แบบเดียวกัน แต่สถานะ และสภาวะของทั้งสองตัวละครนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

"Owen Paterson ผู้ออกแบบงานสร้างของไตรภาค The Matrix เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขาต้องโละเก้าอี้ที่ได้เตรียมไว้เทสต์หน้ากล้องสำหรับฉากสำคัญนี้ทิ้งทั้งหมด และลงมือออกแบบเก้าอี้ตัวใหม่ขึ้น เพื่อให้เข้ากับสรีระอันผึ่งผายน่าเกรงขามของ Lawrence Fishburne นักแสดงผู้รับบทเป็นมอร์เฟียส พนักพิงถูกออกแบบให้กว้างเพื่อรับกับส่วนสูงและช่วงปีกอันกำยำของเขา ส่วนของหัวสิงโตไม้แกะสลักบนที่วางแขนนั้นได้ถูกเพิ่มเข้ามาทีหลัง ตามแรงบันดาลใจจากเก้าอี้โบราณที่ Paterson เคยเห็นในร้านขายของเก่า"


ซึ่งมวลบรรยากาศอันไม่ปลอดภัย สภาวะที่อยู่ใต้แรงกดดันของนีโอ และความน่ายำเกรงของมอร์เฟียสที่ปรากฏขึ้นในฉากนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบงานสร้างอันดุดัน ทั้งจากสภาพห้องสไตล์วิคตอเรียนที่ทั้งหรูหราและทรุดโทรม แสดงให้เราเห็นถึงความมีอำนาจของมอร์เฟียส และโดยเฉพาะกับการเลือกใช้เก้าอี้หนังสภาพใกล้สิ้นอายุขัยทรง Chesterfield สีแดงเชอร์รี่ ที่เห็นเพียงสีอันแดงก่ำคร่ำคร่าก็ทำให้เรารู้สึกหนักหน่วง อึดอัดไม่สบายตัว ซึ่งเป็นสภาวะของตัวละครนีโอ ที่ผู้สร้างเจตนาให้คนดูรู้สึกคล้อยตาม เก้าอี้ตัวนี้จึงเปรียบเป็นตัวละครอีกตัวหนึ่งที่ช่วยสร้างความกดดันในฉากนี้เลยทีเดียว

เก้าอี้ที่แบกรับทั้งสภาวะจิตใจอันไม่มั่นคงของนีโอ และความรู้สึกหนักหน่วงของทั้งฉากนี้เอาไว้ มีความเป็นมาอย่างไร เหตุใดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้จึงแผ่นังสีแห่งอำนาจออกมา? และอะไรคือแรงบันดาลใจในการออกแบบเก้าอี้ที่เปรียบดั่งเป็นบรรพบุรุษของโซฟาหนังสุดคลาสสิคที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้กันแน่ 

ChesterField เป็นเก้าอี้สัญชาติอังกฤษแท้ที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ผู้คนมากมายทุกยุคสมัย ต่างจดจำและผูกพันกับเฟอร์นิเจอร์เครื่องหนังของ ChesterField โดยเฉพาะ Armchair หรือเก้าอี้นั่งแบบเดี่ยวและโซฟาแบบนั่งได้หลายคนว่าเป็น icon เฟอร์นิเจอร์ของความคลาสสิก สามารถประยุกต์ตกแต่งกับห้องได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบโบราณย้อนยุค หรือนำมาใช้เพื่อลดทอนความกระด้างของสไตล์โมเดิร์นก็เป็นวิธีที่เข้าท่าทั้งนั้น

เสน่ห์แสนคลาสสิกของโซฟาหนังดึงกระดุมตัวนี้มีต้นกำเนิดที่ไม่ชัดเจนนัก หลากหลายเรื่องราวเป็นการเล่าต่อกันแบบปากต่อปาก ไม่มีเอกสารยืนยันชัดเจนถึงต้นกำเนิดของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ แม้แต่คุณ Paul Fleming ทายาทรุ่นที่สี่ของ Fleming & Howland ผู้ผลิต และเจ้าของลิขสิทธิ์ตามกฏหมายแต่เพียงผู้เดียวของเก้าอี้ Chesterfield ก็ยังยืนยันว่าต้นกำเนิดอันแน่นอนของมันยังเป็นปริศนาจริง ๆ แต่สิ่งที่ยืนยันได้จากมันก็คือ Chesterfield เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีการวิวัฒนาการผ่านกาลเวลา เปลี่ยนแปลงรูปแบบและบริบทมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน

ต้นกำเนิดแรกที่เรารู้ของ Chesterfield ก็คือ มันถูกออกแบบโดยเจ้านคร Chesterfield เมืองชนบทเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณค่อนไปทางตอนเหนือของ Derbyshire ประเทศอังกฤษ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1773 Lord Philip Dormer Stanhope ท่านเอิร์ล ที่ 4 ของเชสเตอร์ฟิล์ด (Earl เป็นบรรดาศักดิ์หนึ่งในอดีตที่ใช้เรียกเหล่าขุนนางอังกฤษที่ปกครองดินแดนส่วนต่าง ๆ ของชนบทแทนกษัตริย์) ทายาทขุนนางและรัฐบุรุษผู้เด็ดเดี่ยว ชายชาตรีผู้มีบุคลิกอันเย่อหยิ่งทรนง แถมยังเปรียบดั่งฮิปสเตอร์สายแฟชั่นตัวพ่อในอังกฤษในยุคสมัยนั้น ได้มอบหมายให้ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ท้องถิ่นออกแบบเก้าอี้ชนิดพิเศษขึ้นสำหรับแขกของเขาโดยเฉพาะ

และแน่นอน ท่านเอิร์ลก็เป็นหนึ่งสุภาพบุรุษสุดเนี้ยบ เขามักจะรู้สึกไม่พอใจทุกครั้งที่เห็นแขกเหรื่อนั่งรอการพบปะด้วยท่าทีที่สบายเฉิบราวกับอยู่บ้าน ซึ่งปราศจากมารยาทและดูไม่งามนัก นี่ยังไม่รวมความน่าหงุดหงิดจากเหล่ารอยยับย่นบนเสื้อโค้ทสไตล์นักล่าอานานิคมของพวกเขา บรีฟที่ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ท้องถิ่นได้รับก็คือเก้าอี้ที่กำหนดท่าทางการนั่งให้กับผู้ใช้ และไม่ทำให้เสื้อผ้ามีรอยยับมากนัก

ซึ่งช่างท้องถิ่นผู้นั้นก็สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้งดงาม องศาและความสูงของพนักพิงที่เท่ากับที่วางแขน รวมไปถึงเบาะช่วยทำให้แขกไม่ได้รู้สึกนั่งสบายจนเกินไปกึ่ง ๆ จะเป็นการสอนมารยาทด้วยซ้ำ ( ซึ่งวิธีการลดภาวะน่าสบายของแขก หรือการให้แขกต้องเฝ้ารอการพบปะนาน ๆ นั้น เป็นวิธีในการแสดงอำนาจและสร้างความยำเกรงที่เก่าแก่ของผู้นำในอดีต ผู้นำในโลกสมัยปัจจุบันอย่างวลาดิเมียร์ ปูติน ก็ยังนิยมใช้วิธีนี้อยู่ )

ส่วนฟังก์ชั่นที่น่าทึ่งของเอกลักษณ์กระดุมฝังลึกนี้ มีที่มาจากการป้องกันไม่ให้เกิดรอยยับย่นบนเสื้อผ้าของแขก และยังช่วยลดภาวะความน่าสบายของแขกลงอีกด้วย และทันทีที่มันถูกนำมาใช้งาน เก้าอี้ ChesterField จึงกลายเป็นมาตรฐานการนั่งอย่างมีมารยาทของสุภาพบุรุษในยุคนั้นจริง ๆ เก้าอี้นวมกำมะหยี่ฝังกระดุมลึก ที่มีความสูงของพนักพิงและที่วางแขนระดับเดียวกัน กลายเป็นกระแสในช่วยศตวรรษที่ 18 และยังเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราชั้นสูงในคลับดั้งเดิมของสุภาพบุรุษชาวอังกฤษ (Gentlemen’s Clubs) จนถึงปัจจุบัน

บรรยากาศของโต๊ะสังสรรค์ใน Gentlemen’s Club ในสมัยนั้น ; สีน้ำมันโดย Joseph Highmore

Gentlemen’s Club จากการตีความของวัฒนธรรมสมัยใหม่ โดยนิตยสาร GQ South Africa 

Gentlemen’s Club หรือสมาคมสุภาพบุรุษ เป็นสถานที่หย่อนใจ และพบปะเสวนาสังสรรค์กันของผู้ชายชั้นสูงชาวอังกฤษในสมัยศตวรรษที่ 18 ถึงปลาย ศตวรรษที่ 19 ภายในสมาคมจะมีทั้งห้องอาหาร ห้องสมุด ห้องนันทนาการ และไม่อนุญาติให้สุภาพสตรีใช้บริการ

ซึ่งที่มาของความหรูหราเหนือระดับจนเราไม่กล้านั่งของ Chesterfield นี้ ก็มาจากบุคลิก และจิตวิญญาณของตัวท่านเอิร์ลเอง อัตตาที่บ่มเพาะจากตระกูลขุนนางที่ต้องการกด ข่ม และสร้างความยำเกรงให้กับปุถุชนเพื่อความง่ายในการปกครองนั่นเองที่สะท้อนออกมาเป็นฟังก์ชั่นและความรู้สึกร่วมเมื่อได้ใช้งาน แต่ในขณะเดียวกัน ท่านเอิร์ลก็ให้เกียรติผู้คน และนิยมในมารยาทอันดีงามตามแบบฉบับต้นตำรับของสุภาพบุรุษเมืองผู้ดี ที่ต้องการมอบท่วงท่าและกริยาอันงดงามให้กับคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับแขกเหรื่อ

เก้าอี้ตัวนี้จึงมีเสน่ห์ ทั้งความอ่อนช้อยและดุดัน ข้ามผ่านกาลเวลาจนกลายเป็นความคลาสสิค เป็นบรรพบุรุษของโซฟาหรู และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเฟอร์นิเจอร์หนังอีกมากมายในปัจจุบัน  

เคยมีโจ๊กสั้น ๆ เกี่ยวกับท่านเอิร์ลและเก้าอี้เชสเตอร์ฟิล์ด ว่า ณ วาระสุดท้ายของท่านเอิร์ล บนเตียงในห้องนอน เขาได้ต้อนรับแขกคนสุดท้าย ก็คือคุณ Solomon Dayrolles ; สหายเก่าของเขา เมื่อ Dayrolls เดินเข้ามาในห้อง ท่านเอิร์ลได้บอกกับบริวารรับใช้ว่า “Give Mr Dayrolles a chair” ( เอาที่นั่งให้คุณ Dayrolles เสีย ) บริวารหันกลับมาอีกทีท่านเอิร์ลก็ไปสบายเสียแล้ว ทิ้งให้คนทั้งโลกงุนงงไปตลอดกาลว่าดท่านเอิร์ลต้องการให้นาย Dayrolls นั่ง หรือต้องการยกเก้าอี้ Chesterfield ให้เขากันแน่




( ค่ำวันเดียวกัน ชาวเมืองหลายคนใน Chesterfield เห็นชายคนหนึ่งกำลังแบกเก้าอี้หรูหราขนาดใหญ่บนหลังเดินงุ่มง่ามผ่านถนนหน้าบ้านพวกเขา และหายไปในความมืด )



Photo via

www.pinterest.com 

www.chesterfield.co.uk

www.diamondnet.org

en.wikipedia.org

www.derbyshire.police.uk