รูปบทความ ออกแบบห้องทำงานให้ใช้งานง่าย ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้ถูกหลัก Ergonomic

ออกแบบห้องทำงานให้ใช้งานง่าย ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้ถูกหลัก Ergonomic


Esto เชื่อว่าตอนนี้ เพื่อน ๆ หลายคนเริ่มปรับตัวกับการ Work From Home ที่บ้านกันได้บ้างแล้ว ซึ่งบางคนอาจมีความสุขดี และบางคนกำลังปรับตัวกันอยู่ ซึ่งองค์ประกอบที่จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ตามหลัก ‘Ergonomic’ อย่างเช่นโต๊ะ-เก้าอี้ทำงาน จะช่วยทำให้บุคลิกและสุขภาพร่างกายของเราดีขึ้นได้ด้วยนะ



เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ตามหลัก ‘Ergonomic’
ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น


หลายคนคงสงสัยว่า ‘เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic’ คืออะไร? ต้องขอแยกเป็น 2 องค์ประกอบหลัก นั่นคือ Ergonomic หมายความโดยรวมว่า กายศาสตร์ หรือ สรีระศาสตร์ เมื่อนำมารวมคำเข้ากับ เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic จะหมายความถึง เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ นั่นเอง


โดยการทำงานของเฟอร์นิเจอร์ Ergonnomic จะช่วยรองรับการใช้งานไม่ให้เกิดอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน ช่วยปรับสมดุลโครงสร้างของร่างกายให้มีบุคลิกที่ดีขึ้น เช่น กระดูกสันหลังไม่คด ลดอาการปวดเมื่อยซึ่งเป็นที่มาของโรค Office Syndrome


จากการเก็บสถิติปัญหาใหญ่ของคนทำงานรวมถึงนักเรียนนักศึกษา ตั้งแต่ช่วง 18-25 ปี และ 25-45 ปี ปัญหาอันดับหนึ่งคืออาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน จนส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งภายนอกและภายใน


ซึ่งปัญหาหลักเกิดมาจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับการทำงานผิดประเภท และไม่ถูกต้องตามหลักการใช้งาน (Ergonomic) อย่างเช่นการเลือกโต๊ะทำงาน ที่มีขนาดต่ำกว่าระดับสายตา หรือแม้กระทั่งการเลือกเก้าอี้ทำงานผิดประเภท จนก่อให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพตามมาในระยะยาว


สำหรับการเลือก เก้าอี้ตามหลัก Ergonomic ควรมองถึงการใช้งานที่สะดวกสบายก่อนเป็นอันดับแรก นั่นคือการพิจารณาโดยรวมของเก้าอี้ทำงาน เช่น ต้องสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ รวมถึงต้องมีพนักพิงคอ พนักพิงแขน และสามารถเอนหลังได้เพื่อช่วยให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย 


แน่นอนว่าเก้าอี้ที่ดีต้องสามารถรองรับสรีระตามร่างกายได้ เช่น บริเวณศีรษะต้องตั้งตรง และทำมุมประมาณ 10-15 องศา โดยสายตาต้องขนานกับพื้น อีกทั้งคอต้องอยู่ในระดับสายตา ต้องไม่เอียงหรือโน้มไปด้านใดด้านหนึ่ง และหลังต้องชิดกับพนักพิงหลัง เอนไปด้านหลังเล็กน้อยประมาณ 120 องศา


และส่วนของก้นต้องแนบกับมุมฉากของพนักพิงหลังเพื่อการลงน้ำหนัก อีกทั้งบริเวณข้อศอกต้องแนบชิดลำตัวเป็นแนวตรง หรือวางบนพนักพิงแล้วแขนต้องทำมุม 90 องศา ส่วนของต้นขาควรราบกับที่นั่งและแนบชิดกับเบาะรองนั่ง ส่วนข้อพับของเข่าต้องชิดกับเบาะรองนั่งและทำมุมเป็นแนวตรงได้ 90 องศา และสุดท้ายฝ่าเท้าต้องแนบติดกับพื้นได้เต็มฝ่าเท้า


ข้อดีและคุณสมบัติ

  • พนักพิงหลังต้องมีส่วนเว้าเพื่อรองรับตามหลักสรีระศาสตร์
  • สามารถปรับระดับความสูงและองศาของที่รองคอได้สะดวก
  • ที่รองคอต้องเป็นวัสดุประเภทตะข่ายเพื่อความยืดหยุ่น
  • ต้องมีการปรับความยืดหยุ่นของพนักพิงหลังได้
  • สามารถปรับระดับของพนักพิงแขนสูง-ต่ำได้สะดวก
  • ปรับเข้า-ออกเบาะรองนั่งได้ อย่างเหมาะสม
  • ปรับระดับความสูงต่ำของเก้าอี้เพื่อการใช้งาน 


การเลือก โต๊ะทำงานตามหลัก Ergonomic สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือรูปแบบของโต๊ะทำงาน ประกอบด้วยรูปแบบของโต๊ะทำงาน ควรเลือกแบบโปร่งที่ด้านล่างมีช่องว่างให้สามารถยืดขาได้ เพราะจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยลงได้ นอกจากนั้นแล้วโครงการของตัวโต๊ะต้องมีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อรองรับน้ำหนักของสัมภาระที่วางด้านบน 


ซึ่งขนาดของโต๊ะทำงานตามหลัก Ergonomic เฉลี่ยอยู่ที่ ความกว้าง 150 เซนติเมตร ความลึก 60 เซนติเมตร ความสูง 75 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม ถือว่าเป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับการวางสิ่งของ และช่วยให้ผู้ใช้งานมีพื้นที่ในการทำกิจกรรม หรือสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกในกรณีที่มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งาน


นอกจากนั้นแล้วการเลือกโต๊ะทำงานเอง ต้องคำนึงถึงความแข็งแรงของวัสดุปิดผิวบริเวณหน้าบานโต๊ะ ควรเลือกโต๊ะที่ปิดผิวด้วยวัสดุที่ได้มาตรฐาน จะเป็นวัสดุจริงหรือวัสดุสังเคราะห์ประเภท เมลามีน, ลามิเนต หรือวีเนียร์ ก็ตาม เพื่อป้องกันการหลุดลอก เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมาอาจต้องมีการซ่อมแซมบำรุงรักษาโดยไม่จำเป็น


ข้อดีและคุณสมบัติ

  • เมื่อนั่งแล้วขอบโต๊ะต้องอยู่เหนือเอวมาประมาณ 5 เซนติเมตร
  • ข้อศอกต้องตั้งฉากประมษณ 90 องศา ในกรณีใช้คอมพิวเตอร์
  • ต้องรองรับน้ำหนักสิ่งของบนโต๊ะได้มากกว่า 2 เท่าตัว
  • โต๊ะทำงานแบบโปร่งจะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น
  • โต๊ะทำงานควรมีลิ้นชักสำหรับเก็บสิ่งของจำเป็น
  • โต๊ะต้องมีโครงสร้าง วัสดุ และขนาด ที่มีความแข็งแรง


การเลือกเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะและเก้าอี้ทำงาน ต้องเลือกให้ถูกต้องตามหลัก Egonomic เพื่อให้สามารถใช้งานได้ในระยะยาว รวมถึงยังช่วยให้ผู้ใช้งานเองมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น พร้อมกันนั้นยังช่วยในเรื่องของสุขภาพอีกด้วย 


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59