รูปบทความ ทำไมถึงต้องเปลี่ยนมาใช้ สุขภัณฑ์ไฟฟ้าในปี 2020?

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนมาใช้ สุขภัณฑ์ไฟฟ้าในปี 2020?


หลายคนคงสงสัยและตั้งคำถามว่า ‘สุขภัณฑ์แบบธรรมดา กับ สุขภัณฑ์ไฟฟ้า’ มีความต่างกันอย่างไรบ้าง และจะสามารถใช้งานแทนกันได้รึเปล่า...วันนี้ Esto จะพาไปทำความรู้จักทั้งในเรื่องของคุณสมบัติและความแตกต่างของสุขภัณฑ์ไฟฟ้า ว่าจะมีข้อดีและข้อสังเกตที่น่าสนใจอะไรบ้าง ตามเข้ามาหาคำตอบพร้อมกันได้เลย



What If สุขภัณฑ์ไฟฟ้า?


What if...ถ้าจะเปลี่ยนมาใช้สุขภัณฑ์ไฟฟ้าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ถูกถามเข้ามาบ่อย เนื่องจากการใช้งานปกติทั่วไปยังคงติดกับพฤติกรรมการใช้งานสุขภัณฑ์แบบเดิม จึงทำให้ต้องทำความเข้าใจกันมากขึ้น กับสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องน้ำที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น...ส่วนสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องน้ำก็แบ่งออกได้เป็น 3 อย่าง ดังนี้



สุขภัณฑ์อัจฉริยะ


สุขภัณฑ์ไฟฟ้าดียังไง ทำไมหลายคนถึงเปลี่ยนมาใช้ทั้งภายในห้างสรรพสินค้า รวมถึงที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ ทั้งบ้านพัก คอนโดมิเนียมและอื่น ๆ แน่นอนว่าสุขภัณฑ์ไฟฟ้าเองถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ 2 ส่วนด้วยกัน คือ สะอาดและสะดวก


สำหรับการตอบโจทย์เรื่องแรก คือ ความสะอาด ด้วยระบบการทำงานของสุขภัณฑ์ไฟฟ้าที่ใช้ระบบเซ็นเซอร์เป็นตัวควบคุมการใช้งานทั้งหมด จึงทำให้เราไม่ต้องใช้มือสัมผัสกับบริเวณตัวกดชำระและอื่น ๆ เนื่องจากเมื่อทำภารกิจเสร็จระบบเซ็นเซอร์จะทำงานปล่อยน้ำเพื่อทำความสะอาดได้เองอัตโนมัติ


นอกจากลดการสัมผัสโดยตรงของผู้ใช้งานแล้ว ระบบยังทำหน้าที่ทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง โดยการกำจัดคราบสกปรก เชื้อโรคและแบคทีเรียด้วยการปล่อยน้ำหลังชำระ 2 รอบ รวมถึงใช้รังสี UV สำหรับการฆ่าเชื้อโรคโดยเฉพาะแต่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน 


ในส่วนที่ 2 คือ ความสะดวก แน่นอนว่าสุขภัณฑ์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์มาในเรื่องของความสะดวกสบาย โดยระบบอัตโนมัติจะทำหน้าที่แทนมนุษย์แทบจะทุกอย่าง เช่น ฟังก์ชันฟลัชวาล์ว, ก้านฉีดชำระที่สามารถปรับระดับความนุ่มนวลได้ รวมถึงการเป่าลมแห้งหลังจากทำความสะอาดเสร็จ เป็นต้นฯ


คุณสมบัติและข้อดี

  • ปรับความนุ่มนวลของก้านฉีดชำระ
  • ปรับระดับอุณหภูมิของน้ำได้ทั้งร้อน-เย็น
  • ควบคุมฟลัชอัตโนมัติโดยอาศัยเซ็นเซอร์
  • ระบบเป่าลมแห้งหลังจากทำความสะอาด
  • มีระบบฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV โดยเฉพาะ 


ก๊อกน้ำอัตโนมัติ


ก๊อกน้ำบอัตโนมัติสามารถแบ่งได้ 3 ประเภทด้วยกัน ประกอบด้วย ระบบใช้ไฟฟ้า, แบบใช้ถ่านริเทียมแบตเตอร์รี่ และแบบใช้ถ่านอัลคาไลน์ โดยปกติแล้วก๊อกน้ำแบบระบบไฟฟ้ามักจะถูกเลือกใช้งานมากกว่า 2 แบบหลัง เนื่องจากสามารถติดตั้งได้สะดวกด้วยการใช้สายไฟเอาไว้เพื่อต่อเข้ากับก๊อกน้ำ โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่านให้ยุ่งยาก


สำหรับการใช้งานของก๊อกน้ำอัตโนมัติ จะควบคุมด้วยระบบเซ็นเซอร์ โดยระบบจะจับเซ็นเซอร์เมื่อมีวัตถุหรือฝามือของเราอยู่ในตำแหน่ง น้ำจะถูกปล่อยออกมาและจะหยุดเมื่อเรานำฝามืออกจากตำแหน่งของระบบเซ็นเซอร์ โดยระยะตรวจจับของเซนเซอร์ 8-10 เซนติเมตร ใช้งานได้กับแรงดันน้ำ 0.5-7.5 บาร์ และสามารถรองรับอุณหภูมิน้ำถึง 40 องศา


คุณสมบัติและข้อดี

  • ติดตั้งง่าย แทนก๊อกอ่างล้างหน้าเดิมได้ทันที
  • ควบคุมการเปิดปิดน้ำโดยเซ็นเซอร์อินฟาเรด
  • เปิดปิดแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องสัมผัส
  • สะอาดลดตกค้างของสิ่งสกปรกและแบคทีเรียตกค้าง
  • ประหยัดไฟ้ฟ้าได้มากถึง 30% 


ฝักบัวรูปแบบใหม่


ฝักบัวอาบน้ำแบบเดิมที่เราเคยใช้กัน จะเป็นแบบมือจับหมุนเปิด-ปิด ซึ่งในปัจจุบันเองได้มีการพัฒนารูปแบบของฝักบัวให้มีการใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยสามารถจำแนกประเภทของฝักบัวได้ทั้งหมด 3 ประเภทหลัก ประกอบด้วย

  • ฝักบัวแบบถืออาบ (Hand Shower) : เป็นประเภทฝักบัวพื้นฐานที่เห็นได้ทั่วไป โดยวิธีการใช้งานจะเป็นสายเชื่อมต่อท่อ และสามารถถอดออกจากแท่นวางสำหรับการทำความสะอาดร่างกายในอิริยาบถต่าง ๆ และที่สำคัญฝักบัวประเภทนี้ยังเหมาะสำหรับการใช้งานภายในห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด
  • ฝักบัวแบบก้านแข็ง (Head Shower) : ลักษณะการติดตั้งของฝักบัวประเภทนี้คือการเชื่อมต่อโดยตรงกับท่อประปาโดยไม่มีสาย ดังนั้นตัวฝักบัวจะยึดติดกับผนังกำแพง สามารถปรับระดับไปที่บริเวณหัวฝักบัวเท่านั้น ซึ่งข้อดีของฝักบัวแบบก้านแข็งคือการกระจายน้ำได้ดี และอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อผู้ใช้งาน
  • ฝักบัวติดเพดาน (Rain Shower) : สำหรับฝักบัวประเภทนี้ จะมีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง คือมีประเภทแยกย่อยออกมาให้เลือกใช้งานเยอะ รวมถึงมี option ที่ต่างกันออกไป เช่น ฝักบัวประหยัดน้ำ และฝักบัวระบบไฟฟ้า (ซึ่งยังไม่ค่อยนิยมใช้งานมากนัก) โดยลักษณะของฝักบัวมีขนาดใหญ่พิเศษโดยน้ำจะกระจายออกมาแบบสายฝน นอกจากนั้นยังสามารถปรับระดับของการกระจายน้ำได้ เช่น แบบ Rain Spray (พุ่งตรง), Massage Spray (นุ่มนวล), Champagne Spray (กระจายตัว)


ซึ่งการติดตั้งฝักบัวแบบ Rain Shower ต้องให้อยู่กึ่งกลางของห้องอาบน้ำของเรา เพื่อให้ตำแหน่งนั้นตรงกับผู้ใช้งาน อีกทั้งตัวฝักบัวต้องมีขนาดใหญ่กว่าฝักบัวปกติ 2 เท่า เพื่อให้การกระจายน้ำที่ลงมาคลุมทั่วร่างกายของผู้ใช้งาน และที่สำคัญการกระจายน้ำของฝักบัว Rain Shower ต้องกระจายน้ำเป็นเส้นตรง


สำหรับการเลือกซื้อฝักบัวให้เหมาะกับห้องน้ำของเพื่อน ๆ นอกจากประเภทของฝักบัวทั้ง 3 ที่กล่าวมาแล้ว ต้องมองดูถึงในเรื่องของวัสดุ เช่น ต้องเลือกฝักบัวที่ใช้วัสดุประเภทสแตนเลส หรือ วัสดุชุบโครเมียมมาตรฐาน ที่จะช่วยป้องกันการผุกร่อนจากความชื้นได้ดี นอกจากนั้นต้องสังเกตการประกอบด้วยการซีลยางและแหวนยางให้ดีเพื่อป้องกันการรั่วซึม และที่สำคัญฝักบัวที่ดีต้องมีระบบการเปิด-ปิดเพียงรอบเดียวเท่านั้นเพื่อการประหยัดน้ำ


คุณสมบัติและข้อดี

  • รูปแบบของฝักบัวที่ดีต้องกระจายน้ำเป็นเส้นตรง
  • นอกจากนั้นน้ำที่กระจายออกมาต้องมีความนุ่มนวล
  • วัสดุที่เลือกใช้ต้องเป็นสแตนเลส และวัสดุชุบโครเมี่ยม
  • บริเวณก้านจับต้องไม่ฝืด และสามารถปรับได้สะดวก 


ในปัจจุบันนี้การเลือกใช้อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ มีความสำคัญไม่แพ้กับการเลือกเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ภายในที่อยู่อาศัยของเรา เพราะอุปกรณ์และสุขภัณฑ์เหล่านี้เอง จะช่วยให้เราใช้งานสะดวก ปลอดภัยต่อเด็กเล็กและผู้สูงอายุ


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59