รูปบทความ ‘เช็ก 3 ข้อ ก่อนตัดสินใจซื้อแอร์’ แบบไหนที่ใช่สำหรับห้องคุณ

‘เช็ก 3 ข้อ ก่อนตัดสินใจซื้อแอร์’ แบบไหนที่ใช่สำหรับห้องคุณ


บ้านไหนถึงเวลาต้องเปลี่ยนแอร์กันแล้วบ้าง หรือตอนนี้ใครมีแพลนจะติดตั้งแอร์เพิ่มที่ห้องนั่งเล่น หรือที่ส่วนอื่น ๆ ของบ้าน เพราะอากาศทุกวันนี้ร้อนขึ้นทุกวัน ตกบ่ายมาหลายคนต้องรีบหาวิธีคลายร้อน ทั้งอาบน้ำ ปะแป้ง เปิดพัดลมเบอร์ 3 เป่าตัว แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเท่าไรนัก ส่วนใครที่อยากจะออกไปเดินห้าง นั่งร้านกาแฟ ตากแอร์เย็น ๆ เพื่อทำงานไปด้วย แต่เพราะสถานการณ์โควิดในช่วงนี้ ก็ทำให้ไม่สามารถออกจากบ้านได้อีกเช่นกัน วันนี้ Esto เลยมาแนะนำ 3 ข้อง่าย ๆ ให้ลองเช็กกันดูก่อนตัดสินใจซื้อแอร์ ใครที่งบถึง พร้อมเปย์เพื่อดับร้อนแล้วล่ะก็ อ่านบทความนี้จบ ก็คลิกสั่งออนไลน์กันได้เลยทันที



1. ‘ขนาด BTU’ ต้องสัมพันธ์กับ ‘ขนาดห้อง’


BTU คือหน่วยวัดการทำความเย็นของแอร์ ยิ่งค่า BTU มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำความเย็นได้มากเท่านั้น แต่ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกขนาด BTU ที่ใหญ่ที่สุดมาเพื่อติดตั้งในห้องขนาดเล็กนะ แบบนั้นนอกจากจะเย็นจนเกินความจำเป็นแล้ว ราคาตัวเครื่องยังแพง แถมค่าไฟยังสูงขึ้นโดยใช่เหตุด้วย


ถ้าห้องขนาดใหญ่ก็ควรเลือกแอร์ที่มีค่า BTU สูง เพื่อที่จะทำความเย็นได้รวดเร็ว และทั่วถึงทั้งห้อง แต่ถ้าห้องขนาดเล็กลงมาก็ต้องเลือกแอร์ที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดห้อง เพราะถ้าห้องขนาดเล็กแต่ใช้แอร์ที่ BTU สูงก็จะเปลืองไฟ หรือห้องขนาดใหญ่แต่ใช้แอร์ที่ BTU ต่ำแอร์ก็จะต้องใช้พลังงานในการทำความเย็นมากกว่าปกติ แบบนี้ทั้งเปลืองไฟ และก็จะทำให้แอร์เสียเร็วขึ้นอีกด้วย อีกข้อนึงที่ควรคำนึงคือทิศทางของแสง หากห้องนั้น ๆ ที่เราจะเลือกติดตั้ง อยู่ในทิศทางแดดพอดิบพอดี อุณหภูมิของห้องนั้น ก็จะสูงกว่าห้องอื่น ๆ ทำให้ต้องใช้แอร์ที่มีขนาด BTU สูงกว่า แอร์จะได้ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไปนั่นเอง 


ตารางการเปรียบเทียบการเลือกขนาด BTU



2. เลือกประเภทของแอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน


นอกจากขนาด BTU แล้ว การเลือกรูปแบบของแอร์ที่เหมาะกับห้องก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะแอร์แต่ละชนิดจะกระจายความเย็นในรูปแบบที่ต่างกัน จึงเหมาะกับการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน แล้วแอร์มีกี่แบบ เหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง?


แอร์ติดผนัง เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะมีขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งานในบ้าน สามารถให้ความเย็นได้ทั่วถึงสำหรับห้องขนาดทั่วไป หาซื้อง่าย ติดตั้งง่าย ดูแลรักษาง่าย และประหยัดไฟกว่าแบบอื่น ๆ 


แอร์ติดฝ้าเพดาน ติดตั้งอยู่บนตัวฝ้า ปล่อยความเย็นออกได้ 4 ทิศทาง เหมาะสำหรับติดตั้งในอาคารสำนักงาน หรือบ้านที่ต้องการตกแต่งไม่ให้เห็นเครื่องของแอร์ มีราคาสูง 


แอร์ตั้งพื้น ติดตั้งสะดวกเพราะอยู่กับพื้น ทำความเย็นได้มากและรวดเร็ว เหมาะสำหรับโรงงานและที่มีผู้คนหนาแน่น เป็นแอร์ที่ใช้พลังงานสูงมาก แต่ก็ทนต่อการใช้งานมากเช่นกัน



3. เลือกซื้อแอร์ประหยัดไฟ 


ถ้าพูดถึงฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 คงคุ้นหูคุ้นตาหลายคน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 ติดอยู่ คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับการันตีว่าประหยัดไฟกว่านั่นเอง แอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ราคาอาจจะสูงกว่า แต่ประหยัดได้มากกว่าในระยะยาว


อีกอย่างที่มักได้ยินกันบ่อย ๆ แต่บางคนก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร จำเป็นต้องมีรึป่าว คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่จะทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิภายในห้อง โดยเมื่อแอร์ทำงานจนอุณหภูมิภายในห้องเย็นลงถึงที่กำหนดไว้ระบบก็จะตัดการทำงาน และเมื่ออุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นแอร์ก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง นอกจากจะช่วยประหยัดไฟแล้ว เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ก็ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป 




ได้เทคนิคการเลือกซื้อแอร์ไปแล้วแบบนี้ ต่อไปคงไม่ต้องเสียเวลาเลือกนาน เพราะรู้แล้วว่าควรเลือกแอร์ขนาดเท่าไหร่ และแบบไหนถึงจะเหมาะกับห้องที่จะนำไปติดตั้ง แต่แอร์ในยุคนี้ก็มีลูกเล่นและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานไว้ดึงดูดลูกค้ากันอีกเพียบ ราคาก็สูงขึ้นตามเทคโนโลยีที่ถูกเพิ่มเข้าไป ยังไงก็ตัดสินใจเลือกกันให้ดี อย่าลืมว่าต้องเลือกที่คุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุดนะ


อ้างอิง : infinitydesig, boonthavorn


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59