รูปบทความ ไขข้อข้องใจ! เลือก “ตู้เย็น” ยังไงให้ไม่เปลืองไฟ

ไขข้อข้องใจ! เลือก “ตู้เย็น” ยังไงให้ไม่เปลืองไฟ


‘ตู้เย็น’ เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทุกบ้านต้องมี เพราะด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนในปัจจุบัน ที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว จึงทำให้เลือกหาอาหารแช่แข็งมารับประทาน โดยการเก็บใส่ไว้ในตู้เย็น ก่อนจะนำมาเข้าไมโครเวฟเพื่อทำให้สุกก่อนรับประทาน...และวันนี้ Esto จะขออาสาเพื่อทุกคนไป ไขข้อข้องใจ กับการเลือกตู้เย็น ยังไงให้ไม่เปลืองไฟ พร้อมกับแนะนำตู้เย็นที่ควรมีติดบ้านไว้ในปี 2020 นี้!



เลือก ‘ตู้เย็น’ ให้ใช้งานได้นาน ต้องเลือกยังไง?


ปัญหาหลักของคนที่ยังตัดสินใจเลือกตู้เย็นเพื่อนำไปใช้งานไม่ได้ มีอยู่หลายองค์ประกอบด้วยกัน ต้องขนาดของตู้เย็นเอง คุณสมบัติการใช้งาน ความทนทานแข็งแรง รวมไปถึงเรื่องของความคุ้มค่าจากราคาของตู้เย็นนั้น ๆ เพราะราคาของตู้เย็นเองมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่หลักพัก และสูงสุดเฉียดแสนเลยทีเดียว ดังนั้นการจะเลือกตู้เย็นให้เหมาะและใช้งานได้เข้ากับเราที่สุด ต้องมองถึงองค์ประกอบเหล่านี้...



1. ประเภทของตู้เย็น



ประเภทของตู้เย็น สามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภท

  • ตู้เย็น 1 ประตู : ในช่วงหนึ่งเราจะเห็นหลายๆบ้านใช้งานตู้เย็นประเภทนี้ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากมีราคาประหยัด และสามารถเก็บสิ่งของต่าง ๆ ได้ตามมาตรฐาน ซึ่งภายในจะเป็นการกระจายความเย็นร่วมกัน
  • ตู้เย็น 2 ประตู : ปัจจุบันในที่พักอาศัยได้หันมาเลือกใช้ตู้เย็นประเภทนี้มากขึ้น เนื่องจากมีคุณสมบัติหลายอย่างด้วยกัน โดยมีฟังก์ชันการใช้งานที่แยกออกจากกันชัดเจน คือช่องด้านบนสำหรับทำความเย็น และด้านล่างเป็นช่องเก็บของสดและอื่น ๆ
  • ตู้เย็น 3 ประตู : อัพเกรดขึ้นมาจากตู้เย็น 2 ประตู โดยที่ตู้เย็นประเภทนี้เองถูกใช้งานสำหรับร้านอาหาร หรือบ้านไหนที่ชอบทำอาหาร เพราะมีฟังก์ชันที่แยกเก็บสิ่งของต่าง ๆ ได้ โดยที่ระดับความเย็นจะทำงานแตกต่างกันในแต่ละฟังก์ชัน
  • ตู้เย็นขนาดเล็ก : ตู้เย็นประเภทนี้จะมีขนาดเล็กและฟังก์ชันบริเวณช่องทำน้ำแข็งจะถูกตัดออกไป จะเหลือแค่ช่องสำหรับเก็บอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเราจะเห็นตู้เย็นประเภทนี้ตามโรงแรมทั่วไป ต้องขอบอกก่อนว่าถึงขนาดเล็กแต่กินไฟมากทีเดียว



2. ขนาดความจุของตู้เย็น


เมื่อรู้จักกับประเภทของตู้เย็นกันแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรสังเกตก็คือขนาดความจุดของตู้เย็น เพราะหากเลือกขนาดความจุที่ไม่พอดีกับการใช้งาน อาจทำให้เกิดการเปลืองไฟหรือใช้งานไม่คุ้ม ดังนั้นต้องเริ่มจากการคำนวณความจุของตู้เย็นกันก่อน


  • ความจุโดยรวม : ความจุต่อการใช้งานของ 1 คนคิดเป็น 70 ลิตร โดยสูตรการคำนวณคือ 70 ลิตร x จำนวนคนในครอบครัว + ปริมาณอาหารที่มีติดตู้เย็น (100 ลิตร) + ความจุสำรอง ( 70 ลิตร)” จากนั้นเราขอแนะนำให้หารด้วย 28.3 เพื่อให้ได้หน่วยวัดคิว ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้กันตามาตรฐาน
  • ความจุของแต่ละพื้นที่ : สำหรับความจุในส่วนนี้ ให้พิจารณาพื้นที่ภายในแยกส่วนกัน เช่น ชั้นวาง, ลิ้นชักช่องแช่, ช่องแช่แข็ง, ช่องผักและผลไม้ ฯลฯ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถคำนวนการบรรจุของในแต่ละส่วน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน


หรือถ้าคิดง่าย ๆ คือ ความจุของสมาชิกครอบครัว 1-3 คน ให้เลือก ตู้เย็นที่มีความจุ 6-10 คิว ส่วนครอบครัวไหนที่มีสมาชิก 4-6 ให้เลือกความจุที่ 10-15 คิว และครอบครัวที่มีสมาชิกมากกว่า 6 คน ให้เลือกความจุดโดยรวมอยู่ที่ 15 คิวขึ้นไป



3. เลือกฟังก์ชันที่เหมาะต่อการใช้งาน


ก่อนจะพาไปพบกับการสังเกตเรื่องของฟังก์ชันภายในตู้เย็น สิ่งสำคัญที่สุดคือการพิจารณาตู้เย็นที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพราะจะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้งานในเรื่องของไฟฟ้าได้กว่าเท่าตัวเลยทีเดียว และในส่วนของฟังก์ชันการใช้งานนั้น 


ควรเลือกตู้เย็นที่มีฟังก์ชันความเย็นที่สามารถกักเก็บอาหารให้สดใหม่อยู่เสมอ โดยอุณหภูมิควรอยู่ที่ 0-2 °C และต้องมีระบบทำความเย็น Inverter/no Frost/Bottom Freezre INVERTER/NO ซึ่งต้องกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึงในลักษณะ Muti Air Flow พร้อมกันต้องสามารถไล่กลิ่นอับภายในได้ และที่สำคัญต้องสามารถกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ในตัว



‘ตู้เย็น’ 5 แบรนด์ ที่ Esto อยากแนะนำ



1. SHARP รุ่น SJ-X380T-SL (ราคา 14,990 บาท)

ช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่ทั่วทุกจุดของช่องแช่เย็น อาหารจึงสดใหม่ และคงคุณค่าได้นานวันกว่า) ช่วยทำให้อาหารสดใหม่ และคงคุณค่าได้นานวันกว่า ล้ำหน้าด้วย 2 โปรแกรมพิเศษ คือ Extra Cool


2. SAMSUNG รุ่น RT35K5534S8 (ราคา 13,990 บาท)

สามารถลดค่าไฟและลดการสึกหรอของคอมเพรสเซอร์ Twin Cooling System : ระบบทำความเย็นแยกอิสระบนและล่าง หมดกังวลกับปัญหากลิ่นปะปนระหว่างช่องแช่ และช่วยรักษาความชุ่มชื้นได้สูงสุดถึง 70% ให้อาหารคงความสดใหม่ได้ยาวนานขึ้น ด้วยระบบ 5 Smart Conversion Mode


3. ELECTROLUX รุ่น ETB4600B-H RTH (ราคา 18,990 บาท)

ทำงานด้วย ระบบอินเวอร์เตอร์ ความจุ 431 ลิตร ภายในช่อง TasteLock Crisper รักษาความชื้นให้พอดี อาหารที่เก็บในช่องนี้จึงคงความสดได้นานถึงเจ็ดวัน และด้วยฟิลเตอร์ NutriPlus


4. HAIER รุ่น HRF-TMB47GI (ราคา 17,998 บาท)

พัฒนาด้วยระบบเทคโนโลยีของตู้เย็น Haier รักษาความสดใหม่และคุณค่าของอาหารให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น ออกแบบด้วยรูปทรงที่หรูหรา สวยงามน่าใช้รวมไปถึงฟังก์ชันการใช้งานได้ดี พร้อมตู้เย็นขนาด 2 ประตูที่มีพื้นที่ในการจัดเก็บอย่างกว้างขวางด้วยปริมาณความจุของช่องแช่แข็ง 175 ลิตร


5. BEKO รุ่น GNT427XP (ราคา 21,990 บาท)

สามารถรองรับทุกสถานการณ์ แม้กระทั่งเมื่อเพื่อนๆ แวะมาโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เลือกว่าจะเพิ่มพื้นที่แช่เย็นหรือแช่แข็งเมื่อคุณต้องการ จัดเก็บอาหารโปรดของแต่ละคนในครอบครัวได้อย่างเต็มที่ 


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59