รูปบทความ วิธีเลือกซื้อ Smart TV เลือกอย่างไรให้ Smart

วิธีเลือกซื้อ Smart TV เลือกอย่างไรให้ Smart


วิธีเลือกซื้อ Smart TV

หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าในยุคนี้โทรทัศน์กำลังจะล้าหลังเพราะมีเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาแทนที่ แต่ในทางกลับกัน ยุคนี้กลับเป็นยุครุ่งเรืองของ Smart TV ที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น เพราะนอกจากความสามารถในการรับชมโทรทัศน์ช่องปกติแล้ว ยังมีฟังก์ชันหลากหลายให้เราได้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม, การเข้าบราวเซอร์, ดูภาพยนตร์ต่าง ๆ อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันได้หลากหลาย เพียงแค่เราเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การท่องโลกผ่าน Smart TV ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่จะเลือก Smart TV อย่างไรให้ฉลาดและคุ้มค่ากับราคาที่เราจ่ายไป...วันนี้ Esto มีวิธีเลือกซื้อ Smart TV มาฝากกัน เราจะมีวิธีเลือกซื้อ Smart TV อย่างไรให้คุ้มค่าและมีปัจจัยอะไรบ้างที่เราต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจจ่ายเงินออกไป รับรองว่าจะได้ Smart TV ที่มากฟังก์ชัน แถมยังเหมาะกับเราอีกด้วย



1. วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงขนาดของหน้าจอ


วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงขนาดของหน้าจอ

ก่อนที่เราจะไปดูฟังก์ชันของ Smart TV ที่เราจะเลือก เราจำเป็นที่จะต้องเลือกขนาดของโทรทัศน์ให้เหมาะกับบ้านหรือห้องของเราซะก่อน หลายคนอาจจะคิดว่ายิ่งจอใหญ่ ยิ่งทำให้เราเห็นภาพได้ชัดมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว วิธีเลือกซื้อ Smart TV ให้เหมาะสมกับระยะของตำแหน่งที่รับชมและตำแหน่งที่ตั้งโทรทัศน์ จะช่วยทำให้เราเห็นภาพได้คมชัดและได้อรรถรสมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถดูจอได้ทั่วถึงอีกด้วย เช่น หากระยะห่างของตำแหน่งที่นั่งกับจุดวางโทรทัศน์ห่างกันประมาณ 2.5 เมตร ถึง 3 เมตร ก็ควรเลือก Smart TV ขนาด 46-55 นิ้ว หรือถ้าหากระยะห่างมากกว่า 3 เมตรขึ้นไป ก็สามารถขยับเป็นขนาด 56 นิ้วขึ้นไป นอกจากจะได้คุณภาพในการรับชมแล้ว ยังดีต่อสุขภาพสายตาของเราอีกด้วย



2. วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงระบบปฏิบัติการ


วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงระบบปฏิบัติการ

Smart TV แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ก็มีการเลือกใช้ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละระบบต่างก็มีจุดเด่นและลูกเล่นที่แตกต่างกันออกไป วิธีเลือกซื้อ Smart TV ที่เหมาะกับเราคือระบบต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับโทรทัศน์ต้องใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย สิ่งที่สำคัญเลยคือการทดลองใช้งาน เพื่อให้เราตัดสินใจได้ถูกว่าเราชอบและถนัดกับการใช้ระบบแบบไหน ซึ่งระบบปฏิบัติการหลัก ๆ ของ Smart TV มีดังนี้

  • Android TV : เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนามาใช้งานกับ Smart TV โดยเฉพาะ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับระบบของสมาร์ตโฟน เปรียบเสมือนขยายสมาร์ตโฟนให้มาอยู่ในรูปแบบของ Smart TV โดยมีระบบ Google Cast ที่ส่งเนื้อหาความบันเทิงต่าง ๆ จากโทรศัพท์ไปแสดงผลบนหน้าจอได้ อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้เหมือนกับในโทรศัพท์อีกด้วย
  • Web OS : เป็นระบบปฏิบัติการที่เคยอยู่ในเครื่อง Palm ยุค 90 นำมาปรับปรุงและพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อการทำงานร่วมกับ Smart TV เป็นระบบปฏิบัติการโดยเฉพาะของทาง LG มีรูปแบบของการควบคุมอุปกรณ์ การเลือกเนื้อหาและการเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ง่าย
  • Tizen : หลายคนอาจจะไม่คุ้นกับชื่อระบบปฏิบัติการนี้ แต่ระบบนี้เป็นระบบที่ทำให้การเชื่อมต่อหรือแชร์เนื้อหาต่าง ๆ ระหว่าง Smart TV และสมาร์ตโฟนทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Smart Hub ที่ช่วยค้นหาแอพพลิเคชั่นและเนื้อหาความบันเทิงต่าง ๆ ได้ง่ายอีกด้วย
  • Firefox : เป็นเว็บบราวเซอร์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งธีมการใช้งานได้ตามความต้องการ ซึ่งมีการต่อยอดระบบให้สามารถใช้งานกับสมาร์ตโฟนได้ ต่อมา Panasonic จึงสนับสนุน Firefox OS เพื่อนำมาใช้ใน Smart TV นั่นเอง



3. วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงความละเอียดของหน้าจอ


วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงความละเอียดของหน้าจอ

การคำนึงถึงความละเอียดของหน้าจอก็มีส่วนสำคัญในการเลือกซื้อ Smart TV เช่นกัน โดยวิธีเลือกซื้อ Smart TV ด้วยความละเอียดของหน้าจอนั้น ให้ดูว่าประจำวันเรารับชมเนื้อหาแบบไหน หากเป็นคนที่ชอบดูภาพยนตร์หรือดูเนื้อหาที่ต้องใช้ความละเอียดของภาพสูง ก็ควรเลือกความละเอียดหน้าจอ 4K หรือ UHD แต่ถ้าหากรับชมเพียงช่องปกติ ไม่ได้ต้องการความละเอียดของภาพมากนัก ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกหน้าจอที่ให้ความละเอียดสูงมาก เพราะความละเอียด ความคมชัดของหน้าจอ ก็มีผลกับราคาของ Smart TV เช่นกัน ซึ่งความละเอียดของหน้าจอ หลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

  • HD (High Definition) : มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 pixel เป็นความละเอียดของโทรทัศน์ทั่วไปในปัจจุบัน สามารถรับชอบดิจิทัลทีวีได้อย่างคมชัด
  • Full HD (Full High Definition) : มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 pixel เป็นความคมชัดที่เราสามารถชมภาพยนตร์แบบ Blu-ray ได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเสริมการชมเนื้อหาทั้งแบบ HD และ Full HD ให้คมชัดมากยิ่งขึ้นด้วย
  • UHD (Ultra High definition) หรือ 4K : มีความละเอียดอยู่ที่ 7680 x 4320 pixel เป็นความละเอียดที่มากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ความละเอียดแบบ UHD นี้ จะช่วยทำให้เราสามารถรับชมภาพที่มีความคมชัดสมจริง นอกจากนี้ในช่วงหลัง ๆ บางค่ายยังทำความละเอียดแบบ K TV หรือ 16 เท่าของ Full HD ออกมาตีตลาด ถือว่าเป็นนวัติกรรมแห่งยุคอนาคตจริง ๆ



4. วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงเทคโนโลยีหน้าจอ


วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงเทคโนโลยีหน้าจอ

เทคโนโลยีหน้าจอของ Smart TV มีให้เลือกกันหลากหลายแบบ ซึ่งความหลากหลายของประเภทหน้าจอจะส่งผลต่อคุณภาพของการแสดงผล ความคมชัด สีสัน โดยประเภทของจอที่มีคุณภาพดีที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นจอ OLED แน่นอน เพราะเป็นจอที่สามารถแสดงภาพได้คมชัด สีสันสมจริง เก็บรายละเอียดทั้งภาพสีและขาวดำได้อย่างดี ให้ค่า Contrast Ratio ในอัตราส่วนสีดำสนิทที่สุดและขาวสว่างที่สุด ทำให้ภาพมีความสมจริงมาก ๆ อีกทั้งยังประหยัดพลังงานกว่าหน้าจอประเภทอื่นด้วย เป็นวิธีเลือกซื้อ Smart TV ที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบชมภาพยนตร์มาก ๆ คุ้มค่าแน่นอน แต่ถ้าหากใครงบจำกัดก็สามารถเลือกความละเอียดหน้าจอต่ำลงมาหน่อยได้ อาจจะเลือกแบบ LED ก็ดูชัดและคมไม่แพ้กันเลย 



5. วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงระบบเสียง


วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงระบบเสียง

คุณภาพของเสียง เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ต้องดีและมีคุณภาพไม่น้อยไปกว่าความคมชัดของภาพเลย เพราะเสียงที่ดี มีคุณภาพ จะช่วยทำให้เพิ่มอรรถรสของการชมภาพยนตร์หรือฟังเพลงให้ดีมากยิ่งขึ้น วิธีเลือกซื้อ Smart TV เพื่อให้ได้เสียงที่ดีจะต้องมีความชัดเจนทั้งเสียงพูด เสียงเบสหรือ Sound effect ต่าง ๆ ต้องไม่แตก ไม่แหลม สามารถปรับเสียงให้เข้ากับการรับชมประเภทต่าง ๆ ได้และต้องปรับให้เข้ากับบริเวณที่ติดตั้งได้ด้วย แต่ถ้าหากใครชอบเสียงแบบ 360 องศา วิธีเลือกซื้อ Smart TV ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังชมภาพยนตร์ในโรงอยู่ แนะนำให้เลือก Smart TV ที่มีระบบเสียงแบบ Dolby Atmos ด้วยเสียงที่มีมิติและสมจริง จะทำให้เหมือนเรายกโรงภาพยนตร์มาไว้ที่บ้านเลย



6. วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงระบบ DLNA


วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงระบบ DLNA

DLNA หรือ Digital Living Network Alliance เป็นเทคโนโลยีที่มีเฉพาะใน Smart TV บางรุ่นเท่านั้น ฟังก์ชันสำคัญสำหรับคนที่ชอบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรทัศน์ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ Smart TV เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต, กล้องหรือโน้ตบุ๊ก ไปจนถึงการแชร์ภาพยนตร์ เกม หรือภาพถ่ายมาแสดงผลบนจอโทรทัศน์ พร้อมควบคุมการทำงานแบบไร้สายได้ สะดวกสบายกว่าการใช้สาย Lan หรือ Wi-Fi Adapter ในการเชื่อมต่อ เป็นวิธีเลือกซื้อ Smart TV ที่เหมาะสำหรับคนชอบดูภาพยนตร์หรือฟังเพลงผ่านโทรทัศน์ โดยการเลือกโทรทัศน์ที่มีระบบ DLNA เพื่อให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อและควบคุม เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่สำคัญในการเลือกซื้อ Smart TV ในยุคปัจจุบันเลย



7. วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงพอร์ตการเชื่อมต่อ


วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงพอร์ตการเชื่อมต่อ

วิธีเลือกซื้อ Smart TV ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลาย ๆ อย่าง เช่นการเชื่อมต่อกับโฮมเธียเตอร์, เครื่องเล่นเกม หรือ DVD หรือบางคนอาจจะใช้ Smart TV แทนหน้าจอคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานที่จำเป็นต้องใช้ความละเอียดของภาพสูง การมีพอร์ต HDMI, S-Video, AV, DVI, Component, Audio, USB ให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย จึงเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันของ Smart TV ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่หลากหลายเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันไป อีกทั้งยังทำให้เราไม่ต้องคอยเปลี่ยนหรือถอดสายเข้าออกให้เสียเวลา เป็นอีกหนึ่งวิธีเลือกซื้อ Smart TV ที่ค่อนข้างสำคัญและได้ใช้ประโยชน์อีกข้อหนึ่งเลย



8. วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงบริการหลังการขายและราคา


วิธีเลือกซื้อ Smart TV โดยคำนึงถึงบริการหลังการขายและราคา

ถ้าหากเราซื้อ Smart TV มาและไม่มีการรับประกันหรือบริการหลังการขาย ถ้าหากเสียขึ้นมา ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงก็คงจะมีใจหายกันบ้าง ดังนั้นนอกจากฟังก์ชันต่าง ๆ ของ Smart TV ที่เราเลือกแล้ว การรับประกันสินค้าและบริการหลังการขายก็สำคัญเช่นกัน ทั้งการให้คำแนะนำในการใช้งานจากผู้เชี่ยวชาญ การติดต่อประสานงานและการรับประกันหากสินค้ามีปัญหา การแก้ปัญหาได้รวดเร็ว รวมถึงศูนย์บริการซ่อมที่สะดวกและหาได้ง่าย อีกทั้งการเลือกราคาให้เหมาะสมกับการใช้งาน ตามฟังก์ชันที่เราจำเป็นและอยู่ในงบที่พอดี เป็นวิธีเลือกซื้อ Smart TV ที่นอกจากจะได้โทรทัศน์ ที่มากฟังก์ชันแล้ว ยังรู้สึกอุ่นใจมากขึ้นด้วยการดูแลหลังการขายจากผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย


ลำโพงแบรนด์ดังกับโปรโมชันที่น่าสนใจ...


*ส่วนลด ณ วันที่ 18/9/2563 ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้




เป็นอย่างไรกันบ้างกับ วิธีเลือกซื้อ Smart TV ที่ Esto ได้นำมาฝากกัน วิธีเลือกซื้อ Smart TV ให้เหมาะสมกับการใช้งานนอกจากราคาที่ต้องคำนึงแล้ว ฟังก์ชันและคุณภาพต่าง ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองเอาข้อแนะนำเหล่านี้ไปประกอบกับการทดลองเล่น ทดลองใช้ดูว่ายี่ห้อไหน แบบไหนที่เหมาะกับเรา เลือกให้ตอบโจทย์กับการใช้งานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการรับชม


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59