รูปบทความ เที่ยวเล่นตามเส้นรถไฟฟ้า กับ ร้านน่านั่งฮิป ๆ รัชดา-ลาดพร้าว

Catch Up Your Style เพราะนี่คือ 'รัชดา-ลาดพร้าว' ย่านของคนมีสไตล์ ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ

: หากถามคนร้อยคนว่า “เคยผ่านมาแถวรัชดา-ลาดพร้าวไหม?”

เชื่อว่าเกิน 80% ต้องบอกว่า 'เคย' แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ตัว เช่นคุณตอนนี้ที่กำลังหลุดเข้ามาอยู่ในย่าน ‘รัชดา-ลาดพร้าว’ พร้อมกับเรา ESTOPOLIS แล้ว

ด้วยความหลากหลายของทำเล ที่ผสมผสานทั้งความคลาสสิกแบบคนมีของ กับความชิคอย่างคนมีสไตล์ไว้อย่างลงตัว จึงทำให้แต่ละตารางเมตรของย่านนี้มีความกลมกล่อม หรือถ้ามองง่าย ๆ ว่า ‘รัชดา-ลาดพร้าว’ เป็นคน ๆ หนึ่ง คน ๆ นั้นจะต้องไม่ได้มีแค่ด้านเดียว แต่คนเหล่านี้จะเปี่ยมไปด้วยพลัง สีสัน และไลฟ์สไตล์ที่ไม่จำเจกันเลย

เริ่มต้นการใช้ชีวิตด้วยมุมอบอุ่นของย่านนี้กันที่ซอยลาดพร้าว 15 ซึ่งนอกจากจะเป็นซอยลัดไป พหลโยธิน 24’  ได้แล้ว ด้านในยังมีร้านอาหารสีขาวสไตล์ Hommie เปิดรอต้อนรับทุกคนอยู่ด้วย

“สวัสดีค่ะ บ้านมาลียินดีต้อนรับ” ประโยคทักทายเล็ก ๆ ที่เราจะได้ยินทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกลับมากินข้าวที่บ้าน ซึ่ง MaRee Eatery House นี้จะเป็นร้านอาหารเปิดใหม่ ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 15 แยก 1 ห่างจากถนนใหญ่เข้ามาไม่ไกล มีที่จอดรถให้พร้อม เหมาะสำหรับวันชิล ๆ กับเพื่อนฝูงและครอบครัว

ภายในร้านตกแต่งด้วยสีขาวสบายตา รับกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ และของตกแต่งสไตล์เอิร์ธโทนที่พอมองรวม ๆ แล้วอบอุ่น โล่งกว้าง ให้ความ Modern Cozy เบาเบา แถมยังมีโต๊ะให้นั่งหลากมุม ทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์, โซฟาตัวใหญ่ หรือถ้าใครอยากนัดเพื่อนมาสังสรรค์ก็เลือกนั่งโต๊ะใหญ่ที่อยู่ด้านในได้

ว่าแล้วก็สั่งอาหารทานกันเลย โดยร้านนี้จะเน้นเป็นร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชัน รสชาติจัดจ้าน ถูกปากคนทุกเพศ ทุกวัย

พลาดไม่ได้กับ ‘ต้มยำปลากระพงน้ำใส’ รสแซ่บ ที่ให้เนื้อปลากระพงชิ้นหนาเต็มคำ มาเต็มหม้อ ยิ่งทานตอนร้อน ๆ ยิ่งอร่อย ซดแล้วคล่องคอ ส่วนอีกจานจะเป็น ‘ไก่กรอบผัดเม็ดมะม่วงหินพานต์’ ซึ่งทางร้านจะนำเนื้อไก่ไปทอดจนเหลืองกรอบ ก่อนเอาไปผัดกับซอส, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ต้นหอม, หัวหอมใหญ่ และพริกหวาน ให้รสชาติเผ็ดนิด ๆ ไม่เลี่ยน

แต่ถ้าใครอยากได้ของทานเล่นอร่อย ๆ ไว้ทานแกล้มแล้วล่ะก็ ต้องนี่เลย ‘ปอเปี๊ยะกุ้ง’ ที่ให้กุ้งมาทั้งตัว จะทานเปล่า ๆ หรือทานคู่กับข้าวสวยก็อร่อย ราดน้ำจิ้มหน่อย กำลังดี

นอกจากนี้ที่ร้านบ้านมาลียังมีส่วนของชั้น 2 ไว้ให้บริการในช่วงเย็น เหมาะกับเวลาของครอบครัว สามารถเลือกนั่งได้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor โดยร้าน MaRee Eatery House จะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 22:00 น. หากใครสนใจอยากลองร้านอาหารที่ให้บรรยากาศเหมือนกินรสมือแม่ ก็ลองเข้ามาที่ซอยลาดพร้าว 15 แยก 1 ได้ 

แต่ถ้าอยากสัมผัสกับตำนานความอร่อยสุดคลาสสิกแบบคนมีของ ก็ต้องแวะมาชิม ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟ สมบูรณ์ไทย ที่เปิดขายอยู่ตรงปากซอยลาดพร้าว 12 มานานกว่า 30 ปี จนตอนนี้ก็ได้ติดรีวิวร้านดังย่านลาดพร้าวเป็นที่เรียบร้อย เรียกว่า…ทานกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่ามาจนถึงรุ่นหลานเลยทีเดียว

สำหรับเมนูแนะนำของเราวันนี้จะเป็น ‘ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ’ ชามโตที่ของมาครบเครื่อง รับรองว่าถูกใจสายเนื้อแน่นอน เพราะชามนี้จะมีทั้งเนื้อสด, เนื้อเปื่อย และลูกชิ้นในราคาเพียง 60 บาท หรือถ้ามากันหลายคนจะลองเป็นเมนูหม้อไฟก็ได้ไม่ว่ากัน โดยทีเด็ดของร้านจะอยู่ที่น้ำจิ้มสูตรเฉพาะ รสชาติเผ็ดเปรี้ยว เข้ากันดีกับน้ำก๋วยเตี๋ยวที่มีรสออกหวานนิด ๆ

และหากมองไปยังฝั่งตรงข้ามร้านจะเห็น ‘บิ๊กซี และโฮมโปร ลาดพร้าว’ ห้างสรรพสินค้าเจ้าถิ่นของคนลาดพร้าว ที่ครั้งหนึ่งเคยเปลี่ยนโฉมมาจากห้างคาร์ฟูลเดิม เพื่อให้สอดรับกับความทันสมัยของย่านนี้ที่กำลังปรับตัวไปอย่างรวดเร็ว

ถ้าเลิกงานแล้วยังคิดไม่ออกว่าจะไปเดินเล่นไหนดี ก็แวะมาชอป ชิค ชิลล์ เดินดูเสื้อผ้า ขนม ของกินที่ Community mall แหล่งรวมทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างเซ็นทรัล ลาดพร้าว กับ ยูเนียน มอลล์ กันก่อนกลับห้องได้ เพราะแค่ขึ้นจากสถานีพหลโยธิน ซึ่งในอนาคตก็กำลังจะมี 'รถไฟฟ้าสถานีห้าแยกลาดพร้าว' เปิดให้ทดลองใช้งานกันแล้ว

หรือใครจะลองเปลี่ยนเย็นวันศุกร์ให้เป็นวันสุขหรรษามากขึ้น ที่แถว ๆ รัชดา-ลาดพร้าวก็มี Hidden place ให้เราเข้ามาปล่อยของกันอยู่ ซึ่งแต่ละร้านก็ยังคงความฮิป และความเก๋าไว้คู่กันได้อย่างเหนียวแน่น มีทั้งสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจน


เช่น ถ้าคนชอบทานอาหารญี่ปุ่นก็มีร้าน Jirafu Sushi & Beer Bar และ Kabocha Sushi ให้ลอง, ส่วนที่ชอบอาหารเหนือก็มี ร้านเจียงฮาย หรือถ้าอยากลองร้านเก่าแก่ เจ้าเดิมบนถนนลาดพร้าวก็มีให้เลือกหลายร้าน อย่าง ครัวอิ่มอร่อย ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หรือ ตี๋เป็ดปักกิ่ง เป็นต้น

ส่วนคนที่อยากหนีความวุ่นวายในเย็นวันศุกร์ บริเวณโซนนี้ก็ยังมีร้านอาหาร, ชาบู, จุดแฮงค์เอาท์ใกล้ที่พักอีกมากมายให้เลือกนัดเพื่อนมาแจมกันได้เกือบทุกเย็น เที่ยวเสร็จแล้วก็กลับไปพักที่ห้องต่อได้สบาย ๆ

ใครชอบสไตล์ไหนก็เปิดประตูเข้าไปนั่งได้เลย เพราะที่รัชดา-ลาดพร้าวจะมีทั้งร้าน Hang Out และสายชิลล์อยู่มากมาย


My Saturday was going pretty well !!


เบื่อไหมที่ต้องตื่นมาเจอกับความเฉยชาของเช้าวันเสาร์? งั้นเราขอแนะนำให้รีบสะบัดผ้าห่มลงจากเตียง แล้วลุกขึ้นเตรียมตัวไปใช้ชีวิตที่ Meeting Place ที่มีกลิ่นอายความเท่ ดูเคร่งขรึมแทรกซึมอยู่ชัดเจน เหมาะกับผู้ชายสายคูล หรือสาว working woman เป็นที่สุด

Maven Mesh คือ Co-working Space ที่ถูกออกแบบให้มีส่วนของ Cafe, Meeting Rooms และ Serviced Offices ให้บริการอยู่ร่วมกัน เพื่อเปิดเป็นพื้นที่สำหรับนักคิด นักสร้างสรรค์ พร้อมตกแต่งสวนสไตล์ Industrial Loft ภายใต้บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง

เมื่อเดินเข้าไปจะเจอกับการต้อนรับที่เป็นมิตรเสมือนคนในครอบครัว และหากใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้บริการแบบไหนดี ก็สามารถสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ จากพนักงานที่รอต้อนรับอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ได้

โดยชั้นล่างนี้จะเป็นส่วนของคาเฟ่ที่มีโต๊ะให้นั่งทำงาน พูดคุยได้หลายมุม ตอบโจทย์ทั้งคนที่มานั่งคนเดียว และกลุ่มเพื่อนที่ต้องการหาพื้นที่สงบแลกเปลี่ยนไอเดียกัน และหากเลือกโต๊ะได้แล้วก็ถึงเวลาสั่งอาหารกับเครื่องดื่มเสียที

สำหรับเมนูที่เราจะนำเสนอกันในวันนี้ก็เป็นเมนูง่าย ๆ เหมาะกับวันสบาย ๆ อย่าง ‘เค้กลูกพรุน’ รสชาติหวานกำลังดี อมเปรี้ยวนิด ๆ ให้พอสดชื่น พร้อมสั่ง ‘เอสเพรสโซปั่นเข้ม ๆ’ มาทานคู่กัน ซึ่งเป็นอะไรที่ลงตัวมาก ด้วยรสชาติที่ตัดกันพอดี ทำให้เราสามารถตักเค้กทานสลับกับกาแฟแก้วโปรดได้เรื่อย ๆ จนหมดจาน

หากขึ้นไปชั้นบนจะเป็นห้อง Meeting Room สำหรับผู้ที่สนใจอยากเปลี่ยนบรรยากาศการประชุม หรือคุยงานให้ดูสบายตา สบายใจมากขึ้น พร้อมมีปลั๊กไฟ และ Wifi ไว้ให้บริการเรียบร้อย ซึ่งเราสามารถติดต่อจองห้องกับทางร้านได้เลย

นอกจากนี้ Maven Mesh ยังมีโซน Garden ไว้ให้เรามานั่งผ่อนคลาย หรือใครจะยกโน๊ตบุ๊กมานั่งทำงานรับลมเย็นๆ ที่บริเวณนี้ก็เช่นกัน แนะนำว่าให้ลองออกมานั่งเล่นในช่วงเย็น ซึ่งจะให้บรรยากาศเหมือนบ้านพักสไตล์ยุโรป ดูโรแมนติกไปอีกแบบ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 18.00 น.


Art should comfort the disturbed
and disturb the comfortable.


การจะหาที่เที่ยวในย่านรัชดา-ลาดพร้าวไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้ ก็คือ “รัชดา - ลาดพร้าวก็มี Art Gallery เหมือนกันนะ”

SUMPHAT Gallery เป็น Art - Craft Gallery ลับที่แฝงตัวอยู่กับบ้านหลังขาวในซอยวิภาวดี 20 ซึ่งสามารถลัดเข้ามาทางซอยลาดพร้าว 18 ได้สะดวก ภายในจะจัดแสดงผลงานไว้หลากหลาย ทั้งงานคราฟต์, ภาพศิลปะ และของสะสมอันเกิดจากความรักของตัวเจ้าของเอง

จุดเด่นแกลลอรีแห่งนี้จะอยู่ที่การผสมผสานของผลงานศิลปะ ที่มีทั้งความร่วมสมัย และเอกลักษณ์แบบไทยสไตล์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติภายใต้แนวคิดเพื่อการส่งเสริมงานคราฟต์จากฝีมือชาวบ้านไม่ให้สาบสูญไป

ชิ้นงานแรกที่ตั้งโชว์อยู่หน้าทางเข้า ก็เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ นำเอาหนังใหญ่วัดขนอนมาครีเอทจัดเป็นนิทรรศการหย่อม ๆ ล้อไปกับ โต๊ะทองเหลือง Khing Collection ที่ผ่านการออกแบบ และหล่อออกมาเป็นอย่างดี

บอกเลยว่า ผลงานแต่ละชิ้นที่ถูกจัดแสดงอยู่ในแกลเลอรี่ ล้วนมีรายละเอียด และความปราณีตซ่อนอยู่มาก

ขยับเข้าด้านใน จะเป็นสตูดิโอจัดแสดงชิ้นงานที่เกิดจากการจับมือกับกลุ่มชาวบ้านในชุมชนต่าง ๆ เพื่อเป็นการต่อยอด พัฒนาความคิดด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้มีคุณค่าและทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น อย่าง งานลงรักเครื่องเขิน ที่ใครเห็นก็ต้องหลงรัก

นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องทองเหลือง Khing vase, งานเก้าอี้จักรสาน Sitsaad collection ที่ได้รางวัล Furniture design award และงานออกแบบ Packaging กระดาษห่อทุเรียนที่ได้รับรางวัล winner - packaging จาก Demark Award Winner - 2019 ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติและคนไทยด้วยกันเอง จนเกิดเป็นสินค้างาน Craft ทำมือ วางจำหน่ายให้ทุกคนได้ซื้อหาไปชื่นชมกันแล้ว


สัมผัสความประทับใจเหล่านี้ได้ที่ Sumphat Gallery (สัมผัส แกลเลอรี่) เปิดให้บริการทุกวันอังคาร - วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น.



รัชดา-ลาดพร้าว สู่ LUXURY LIVING&AVENUE ลาดพร้าว-วังหิน-รามอินทร

หรือถ้าใครอยากตระเวนหาของกินอร่อย ๆ ก็ต้องไปที่นี่เลย ‘ลาดพร้าว-วังหิน-โชคชัย 4-นาคนิวาส’ ย่าน Street Food แบบ All Day 24 ชั่วโมง ที่มีร้านอาหารและของกินให้เราชิมได้ไม่รู้เบื่อ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ เราก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองให้ใช้บริการกันแล้วด้วย
ขยับไปฝั่ง ‘เลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์’ ก็ยังมีศูนย์การค้าและไลฟ์สไตล์ ชอปปิง มอลล์ขนาดใหญ่ให้กินชอปกันสนุกทั้ง Central Festival EastVille (เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) และ The Crystal Park (เดอะ คริสตัลฯ) เดินทางง่ายอยู่ติดถนนประดิษฐ์มนูธรรม


รัชดา-ลาดพร้าว สู่ย่าน NEW CBD แห่งการพัฒนา : อโศก-พระราม 9

ส่วนวันทำงานก็ไม่มีปัญหา เพราะเราสามารถมุ่งหน้าเข้าสู่ ‘NEW CBD อโศก-พระราม 9’ ได้โดยตรง บนถนนรัชดาภิเษก หรือถ้าใครต้องการความรวดเร็วก็แค่เลือกนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน ต่อไปอีกแค่ 5 - 6 สถานีก็ถึงแหล่งออฟฟิศ สำนักงานขนาดใหญ่อย่าง Cyber World, SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, The Ninth Tower และ G Tower แล้ว

ไม่ใช่แค่สำนักงานออฟฟิศเท่านั้น แต่แถวอโศก-พระราม 9 ยังมีความเป็น Community Mall สำหรับคนชอบเที่ยวทั้ง Central Plaza Grand Rama 9, Fortune tower, The Street รัชดาฯ, Esplanade รัชดา ตลอดจนตลาดนัดรถไฟ รัชดาอีกด้วย


รัชดา-ลาดพร้าว สู่ย่าน LIFESTYLE & COMMUNITY MALL : รัชโยธิน

และถ้ามาถึงย่านรัชดา-ลาดพร้าวแล้ว จะไม่พูดถึง ‘รัชโยธิน’ ทำเลพี่น้องที่อยู่ถัดไปเพียงหนึ่งแยกคงไม่ได้ เพราะทั้งสองทำเลนี้จะค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกันมาก ซึ่งฝั่งรัชโยธินั้นจะมีสถานที่สำคัญอย่าง SCB Park สำนักงานใหญ่, ตึกช้าง, โรงเรียนหอวัง, โรงพยาบาลเปา เกษตร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ไม่ไกลกันนัก

ส่วนใครที่อยากหาร้านชิลล์เอาท์ใกล้ ๆ ที่ย่านนี้ก็ยังมี Major Cineplex Ratchayothin, Avenue รัชโยธิน และ Box Space ให้เข้ามานั่งเล่นหลังเลิกงานได้สบาย ๆ สามารถเดินทางจากรัชโยธินกลับไปรัชดา-ลาดพร้าวด้วยระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตรเท่านั้น

ไม่ใช่แค่ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และครอบคลุมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงเท่านั้น แต่การเดินทางและคมนาคมต่าง ๆ ก็ยังครบครันไม่แพ้กัน เริ่มจากผู้ใช้รถ-ใช้ถนนประจำที่จะมี ‘ถนนรัชดาภิเษกและถนนลาดพร้าว’ เป็นถนนสายหลักในการเดินทาง สามารถเชื่อมต่อเข้าและออกเมืองได้สะดวกสบาย

ไม่ว่าจะไปทางฝั่งรัชวิภา ที่เชื่อมถนนวิภาวดีรังสิต, กำแพงเพชร และรัชดาภิเษกไว้ด้วยกัน หรือจะวิ่งเข้าสู่เขตเศรษฐกิจ NEW CBD ไปย่านอโศก-พระราม 9 ก็สะดวก ส่วนคนที่ต้องการไปหมอชิต-ห้าแยกลาดพร้าวก็แค่วิ่งขึ้นไปตามถนนลาดพร้าวเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันหากย้อนไปอีกยังฝั่งก็จะเจอย่านโชคชัย 4 และลาดพร้าว-วังหิน


นอกจากนี้ก็ยังมีตัวช่วยอีกมากมายที่จะทำให้การเดินทางของเราสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น ทางพิเศษศรีรัช, ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก, ทางพิเศษฉลองรัช และทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมือง โทลเวย์) ในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร

ส่วนใครที่ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะอย่าง รถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ก็จะมีสถานี MRT ลาดพร้าวอยู่ใกล้ ๆ ให้ใช้งานได้สะดวก ไม่ว่าจะไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ ‘สถานีหมอชิต’ หรือจะไปยังแอร์พอร์ต ลิงก์มักกะสัน ที่สถานีเพชบุรี ก็ล้วนอยู่ถัดไปเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้น

นอกจากนี้ ภายในสถานีลาดพร้าว ยังมี ‘Gourmet Market’  ที่กลุ่มเดอะมอลล์ได้ดำเนินการเช่าพื้นที่ทั้งชั้นเพื่อเพิ่มอีก 1 สาขาของกูร์เมต์ มาร์เก็ต โดยทำเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลาง (2,000 ตารางเมตร) เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 - 22.00 น. ซึ่งจะเน้นสินค้าบริโภคประเภท Grab and Go จากร้านอาหารระดับห้าดาวที่รังสรรค์โดยเชฟฝีมือคุณภาพ และร้านอาหารประเภท Take Home


ภายในแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ ๆ ได้แก่... โซนร้านอาหาร ทั้งคาเฟ่, ร้านข้าว, ร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีทั้งแบบสั่งแล้วนั่งทานได้เลย หรือจะซื้อกลับห้องก็ได้เช่นกัน ส่วนอีกโซนจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งจะมีอาหารกล่องพร้อมบริการไมโครเวฟ ให้เราสามารถอุ่นพร้อมทานได้ทันที กับโซนสินค้า ข้าวของเครื่องใช้หลากหลาย ทั้งสินค้าของไทยและนำเข้า เพื่อรองรับชาวต่างชาติเช่นเดียวกับ Gourmet สาขาอื่นในเมือง

สำหรับ Gourmet Market จะอยู่บริเวณทางออกที่ 4 ของสถานีลาดพร้าวเชื่อมกับอาคารจอดแล้วจร ซึ่งเป็นอาคารจอดรถ 9 ชั้น มีความจุ 2,500 คัน สถานีลาดพร้าวถูกเตรียมให้พร้อมสำหรับอนาคตที่กำลังจะมีโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อถึงกันหมด ซึ่งสถานีนี้จะอยู่ในโซนรัชดา-ลาดพร้าวโดยมีรถไฟฟ้าสายเหลืองเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพพื้นที่ และการเดินทางให้สมบูรณ์แบบกว่าที่เคย โดยจะมีกำหนดการคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2021 พร้อมด้วยสถานีอินเตอร์เชนจ์กับรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อย่าง...


  • สถานีรัชดา : เชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน
  • สถานีลำสาลี : เชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้าสีส้ม
  • สถานีพัฒนาการ : เชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้าสีแดงและแอร์พอร์ต ลิงก์หัวหมาก


รวมไปถึง ‘ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน’ HUB สำคัญด้านการเดินทางของกรุงเทพมหานคร ก็ตั้งอยู่ไม่ไกล ซึ่งในอนาคตจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าถึง 7 สาย (2 สายปัจจุบัน 5 สายอนาคต) ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีหมอชิต) กับ รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน (สถานีสวนจตุจักร)

และกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย, รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่, รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน และรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต เกิดขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้...หากขยับไปทางอโศก-รัชดาภิเษก-ศูนย์วัฒนธรรม ก็จะมีอีกหนึ่งจุดอินเตอร์เชนจ์ที่ใช้เชื่อมต่อเขตธุรกิจ NEW CBD กับกรุงเทพตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน นั่นก็คือ ‘สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม’ ที่ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพทำเลของย่านนี้ ตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียง!!


ต้องบอกว่า... ทุก ๆ รายละเอียด ทุกไลฟ์สไตล์ และความเจริญ ล้วนเป็นสีสันที่มาแต่งแต้มให้ทำเล ‘รัชดา-ลาดพร้าว’ ครบเครื่อง ซึ่งคุณเองก็สามารถสัมผัสกับความครบเครื่องอันแสนคุ้มค่าแบบนี้ได้ เพราะวันนี้ ESTPOLIS จะพาไปรู้จักกับ 2 โครงการไฮไลท์บนทำเลรัชดาฯและลาดพร้าว ไม่ว่าจะเลือกอยู่ที่ไหน ก็ให้ความอิสระ และสีสันชีวิตได้ไม่ต่างกัน…


THE ORIGIN LADPRAO 15

สไตล์ ICONIC Black & White เรียบหรูแฝงความเท่


เริ่มด้วยโครงการแรกอย่าง ‘THE ORIGIN LADPRAO 15’ คอนโดสำหรับคนช่างเลือก ที่ไม่ว่าจะเลือกใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ที่นี่ก็พร้อมมอบความสบายในการใช้ชีวิตให้กับคุณได้มากกว่า 15 รายการ เช่น MEETING ROOM, CO-PASSION STUDIO, SWIMMING POOL, FITNESS และ GADGET ROOM เป็นต้น

ภาพตัวอย่างพื้นที่ส่วนกลาง ที่ออกแบบหรูหรา ดูทันสมัย
เหมาะสำหรับคนมีสไตล์ ให้เราใช้ผ่อนคลายได้อย่างมีความสุข
ภาพตัวอย่าง LOBBY โครงการ THE ORIGIN LADPRAO 15

ภาพตัวอย่าง LOBBY ดูปลอดโปร่ง โล่งกว้าง ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการใช้ชีวิตให้มีสีสันมากขึ้น


ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทันสมัยด้วย Facilities ที่ให้คุณเลือกใช้งานได้ตามใจ โดยเฉพาะ CO-WORKING SPACE พร้อมมุม Office Supply ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 

หรือใครอยากเปลี่ยนวันธรรมดาให้เต็มอิ่มมากกว่าที่เคย ก็สามารถขึ้นไปพักผ่อนที่ชั้น 8 & ROOFTOP ได้ เพราะบนชั้นนี้จะมี ROOFTOP GARDEN ไว้ให้เรานั่งรับลม ชมบรรยากาศ พร้อมมี OUTDOOR CHARGER ให้เรียบร้อย


ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการ ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15 The Origin Ladprao 15

  • เจ้าของโครงการ : บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
  • สถานที่ตั้ง : ซอยลาดพร้าว15 จตุจักร กรุงเทพฯ
  • ลักษณะอาคาร : คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 1 อาคาร
  • รูปแบบห้อง :

1 Bedroom Smart Closet (24.5-25 Sqm)

1 Bedroom (26.5 Sqm)

1 Bedroom (28-29 Sqm)

1 Bedroom PLUS (35-36 Sqm)

2 Bedroom (45.5 Sqm)

  • จำนวนยูนิต : 163 ยนูิต
  • ขนาดที่ดิน : 1-1-6 ไร่
  • จำนวนที่จอดรถ : 40 %
  • เฟอร์นิเจอร์ : Fully Fitted
  • ราคาเริ่มต้น : 1.79 ล้านบาท
โครงการ ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15 มีการออกแบบด้วยแนวคิดเรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา โดยการเลือกใช้โทนสีที่เป็น ICONIC อย่าง Black & White ขาว-เทา-ดำ  ดูเรียบหรูแฝงความเท่ห์ (Smart) ไว้ในตัว ทั้งภายในและภายนอกอาคาร แล้วจึงตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์ และพื้นไม้สีน้ำตาลบางส่วน เพื่อเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นให้เหมือนอยู่บ้าน


มีกระจกสูงเปิดรับช่องแสงและการระบายอากาศ อีกทั้งยังเสริมความสง่างาม โอ่โถ่ง ซึ่งการออกแบบแต่ละพื้นที่ใช้สอยจะให้ประสบการณ์ มุมมองในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ดูไม่น่าเบื่อ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตในเมืองแบบ Connect & Share


6 จุดเด่นสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15


ทำเล และแผนที่ตั้งโครงการ ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15


เลือกใช้ชีวิตไปกับทำเล และการเดินทางที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า ซึ่งโครงการ THE ORIGIN LADPRAO 15 จะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าว เพียง 600 เมตร พร้อมรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และแหล่งไลฟ์สไตล์ชื่อดัง อย่าง เซ็นทรัล ลาดพร้าว และยูเนียน มอลล์ โดยในอนาคตบริเวณนี้ก็จะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเกิดขึ้น ช่วยเพิ่มมูลค่าทำเล และ RENTAL YIELD ให้สูงขึ้นได้ไม่ยาก


THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO
สไตล์ Classic Heritage คอนเซ็ปต์ ชานชาลารถไฟ  


ถัดไปอีกไม่กี่ร้อยเมตร เราก็จะเจอกับ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO อีกหนึ่งโครงการของ ORIGIN เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร ที่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 23 บนเนื้อที่ 1-3-28.5 ไร่ แต่ให้ความรู้สึกพิเศษเหมือนคุณกำลังพักอยู่ในโรงแรมดี ๆ สักห้อง
ภาพตัวอย่าง LOBBY HALL โครงการ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO

ภายในตกแต่งหรูหรา มีระดับ ตั้งแต่บริเวณ LOBBY HALL และ LOUNGE ที่มีที่นั่งให้เราใช้พักผ่อน หรือจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับการนัดพูดคุยก็ดูดีไม่น้อย

ภาพตัวอย่าง Drop off โครงการ ORIGIN RATCHADA - LADPRAO

อีกทั้งโครงการ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO ยังรองรับการจอดรถระบบ AUTO PARKING ได้ถึง 61% ซึ่งนับว่าหาได้ยากในโครงการ LOW RISE ทั่วไป

ภาพตัวอย่าง LOUNGE โครงการ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO
ภาพตัวอย่างพื้นที่ส่วนกลาง SWIMMING POOLและ FITNESS โครงการ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO

ให้ทุกพื้นที่ตอบโจทย์การพักผ่อนด้วย Facility ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี เช่น LOUNGE, FITNESS และ SWIMMING POOL บนชั้น 2 ของโครงการ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO ที่เปิดโล่งให้เราสามารถมองเห็นวิวรอบ ๆ โครงการได้อย่างชัดเจน

ภาพตัวอย่าง ROOFTOP COURTYARD โครงการ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO
ภาพตัวอย่างพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 3 ของโครงการ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO

นอกจากนี้ที่บริเวณชั้น 3 ของอาคารยังประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนกลางอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น LIBRARY SPACE, CO-PASSION SPACE, OFFICE SUPPLY, MULTI FUCTION STUDIO และ MEETING ROOM ที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาพักผ่อนกันอย่างเต็มที่

ความสวยงามทั้งหมดของ The Origin รัชดา-ลาดพร้าว เกิดจากรูปลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรม แบบ Classic Heritage ภายใต้คอนเซ็ปต์ 'ชานชาลารถไฟ' โดยดึงเอาเอกลักษณ์ต่าง ๆ ออกมาใช้ในการออกแบบอาคาร เช่น Arch ทรงโค้งของหน้าต่างรถไฟ, เฟรมของช่องแสงอาคาร และซุ้มโค้งตกแต่ง พร้อมนำสัดส่วนของสถาปัตยกรรมคลาสิคมาใช้ในการเล่นจังหวะของช่องแสง และหน้าตาอาคาร

สำหรับวัสดุจะเลือกสีโทนน้ำตาล และขาวครีม ตัดกับสีของอลูมิเนียม Antique Copper ช่วยเพิ่มเสน่ห์  ความหรูหราให้ตัวอาคารได้ทั้งภายในและภายนอก เหมือนถูกดึงอารมณ์ให้กลับเข้าไปอยู่ในยุคคลาสิคอีกครั้ง ซึ่งสถานีรถไฟก็เป็นเหมือนสถานที่พบปะของกลุ่มคนหลากหลาย เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางและชีวิต “The Station Journey to A Better Life”  ในทำเล Interchange รถไฟฟ้าสีเหลือง และสีน้ำเงิน


โดยโครงการ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO จะมีจำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมดเพียง 208 ยูนิตเท่านั้น บวกกับ HOME AUTOMATION 'ORIGIN CONNECT' ที่ช่วยให้ชีวิตของคุณสงบ เป็นส่วนตัว และง่ายต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก ซึ่งเราจะสามารถตั้งอายุการใช้งานพาสเวิร์ดได้ด้วยตัวเอง


รวมทุกจุดเด่นสำคัญของโครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว


6 จุดเด่นสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว 5

6 จุดเด่นสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว


    ทำเล และที่ตั้งโครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว

    ทำเลโครงการตั้งอยู่ระหว่างรถไฟฟ้า 2 สถานี ได้แก่ สถานีรัชดา (รถไฟฟ้าสายสีเหลือง) ในระยะ 25 เมตร และห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลาดพร้าว เพียง 450 เมตรเท่านั้น ทำให้ THE ORIGIN RATCHADA - LADPRAO กลายเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีแนวโน้มในการสร้างโอกาสด้านการลงทุน ไม่ว่าจะด้วยค่า RENTAL YIELD ที่ค่อนข้างสูง มีราคาตลาดเฉลี่ยประมาณ 400 - 450 บาท/ตารางเมตร รวมไปถึง CAPITAL GAIN ที่มีโอกาสเติบโตได้ประมาณ 15% ต่อปี (หากโครงการพัฒนาต่าง ๆ เสร็จสิ้นประมาณปี 2023)


    5 SERVICE EXCELLENCE บริการสุดว้าวที่เกิดจาก "ความเข้าใจ"

    นอกจากนี้ยังเพิ่มความว้าวให้ 2 โครงการในย่านรัชดา-ลาดพร้าว ภายใต้แบรนด์ The Origin ด้วยบริการสุดแสนวิเศษที่เกิดจากความเข้าใจในตัว GEN Z ที่ออริจิ้นต้องการตอบสนองให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ชีวิตมนุษย์คอนโด 'ง่ายขึ้น' ไม่ว่าจะเป็น...

    • Hotel Service On demand
    • Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application
    • Super Maintenance Service
    • Dine in Service
    • Smart Bill Pay


    สำหรับใครที่สนใจ อยากทำความรู้จักทั้ง 2 โครงการของ THE ORIGIN มากขึ้น

    #เปิดจองครั้งแรก 31 ส.ค. พร้อมชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ที่ "THE ORIGIN’’  2 โครงการใหม่ทำเล "รัชดา- ลาดพร้าว" ย่านไลฟ์สไตล์สุดฮิป ใกล้จุดตัด New Interchange #สายสีน้ำเงิน #สายสีเหลือง 2 โครงการ 2 ทำเล จากแบรนด์สุดฮอต

    ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15 l 600 ม. จากสถานี MRT ลาดพร้าว เริ่ม 1.79 ลบ.*

      ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว l 25 ม. จากสถานี MRT รัชดา (สายสีเหลือง) จุดตัด New Interchange รถไฟฟ้า 2 สาย เริ่ม 2.29 ลบ.*

      ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร
      คลิก https://bit.ly/2XT9wMg


      #TheOrigin #จัดจ้านย่านรัชดา #จัดจ้านย่านลาดพร้าว #จัดจ้านย่านอินเตอร์เชนจ์ #สู้ๆนะ #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #LiveYourValue 

      เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

      Related Stories

      Esto Talks

      See All >

      VDO / LOL - Living Out Loud

      Living Out Loud : รีวิวคอนโด Chateau in Town จรัญสนิทวงศ์ 96/2