รูปบทความ เลือก SmartTV ทั้งที ต้องถูกทั้งใจ ถูกทั้งการใช้งาน

เลือก SmartTV ทั้งที ต้องถูกทั้งใจ ถูกทั้งการใช้งาน


ปัจจุบัน เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน ไม่ว่าจะเป็น Internet​TV หรือ SmartTV​ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ตอบโจทย์ lifestyle คนยุคใหม่ ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานของ ​TV​ ทั้งสองประเภท ได้แก่.... 'การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต' ใช้งานผ่านเว็บบราวเซอร์ เชื่อมต่อกับ Smart​Phone​ และ Tablet​ เพื่ออัพโหลดคอนเทนต์​ต่าง ๆ ขึ้นดูบนหน้าจอได้ อีกทั้งยัง 'สามารถโหลดแอพพลิเคชันการใช้งานต่าง ๆ' ได้เช่นเดียวกับ Smart​Phone​ หรือ Tablet ด้วย


smart tv

ที่มา: www.thepower.co.th

แต่สิ่งที่ทำให้ Smart​TV​ ได้รับความนิยมมากกว่า ก็คือ ความสามารถในการรับสัญญาณ​โทรทัศน์ระบบ​ปกติ นอกจากนี้ Smart​TV​ ยังมีฟังก์ชันอีกมากมายที่ผู้ผลิตแต่ละค่ายเพิ่มเติมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการจดจำเสียงหรือว่าใบหน้า, การสั่งงานด้วยเสียง หรือด้วยท่าทาง รวมไปถึงการสั่งงานผ่านแอพฯ บน Smart​Phone​ ได้นั่นเอง


และด้วยคุณสมบัติ​ที่หลากหลาย ทำให้เราต้องตัดสินใจเลือก Smart​TV​ ที่ตอบโจทย์เราได้มากที่สุด แต่จะเลือกจากอะไรบ้างนั้น ตามดูพร้อม ๆ กับเอสโตเลย...


1. เลือก SmartTV : เลือกความแตกต่างของประเภทหน้าจอ


smart tv

ที่มา: www.thepower.co.th

  • จอภาพแบบ LCD (Liquid Crystal Display) : จะใช้หลอดไฟ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ในการทำงานร่วมกับฟิลเตอร์ 3 สี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำเงิน และสีเขียว เพื่อให้เกิดภาพบนหน้าจอ
  • จอภาพแบบ LED (Light Emitting Diode) : ใช้หลอดไฟ LED 3 สี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว เรียงต่อกันให้เกิดแสงบนจอภาพ โดยจอภาพแบบ LED จะมีขนาดบางกว่า และประหยัดไฟกว่าจอแบบ LCD จึงทำให้จอประเภทนี้เป็นที่นิยมมากกว่านั่นเอง
  • จอภาพแบบ Plasma TV : จอประเภทนี้จะใช้แรงดันไฟฟ้าเพื่อให้กำเนิดแสง ดังนั้ ภาพที่ได้ออกมาจึงมีสีสันที่เป็นธรรมชาติ แสดงภาพเคลื่อนไหวได้ดี ขณะเดียวกันก็กินไฟมาก และถ้าห้องไหนมีแสงสว่างมาก ๆ กระจกที่หน้าจอก็จะเกิดการสะท้อนกั ทำให้ภาพที่แสดงบนหน้าจอไม่ชัดเจนนัก
  • จอภาพแบบ OLED (Organic Light Emitting Diodes) : ก็เป็นแบบที่กำลังได้รับความนิยม เพราะไม่ต้องใช้หลอดไฟในการกำเนิดแสงแบบจอ LCD หรือ LED แต่จะสามารถกำเนิดแสงได้เอง และกินไฟน้อยกว่า Plasma TV

ทั้งยังมีความยืดหยุ่น สามารถพัฒนาหน้าจอให้มีความโค้งนมได้ด้วย โดยที่สีสันของภาพที่แสดงจะมีความเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็จะเห็นผลเหมือนกัน ทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูงตามคุณภาพของหน้าจอ


ซึ่งแน่นอนว่า... รูปแบบหน้าจอของ Smart​TV​ ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ อีกทั้งราคาก็ยังแปรผันตามคุณภาพอย่างไม่ต้องสงสัย ตลอดจน "ความละเอียดของภาพ" ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ แต่ความละเอียดภาพของ Smart​TV จะมีแบบไหนบ้างละ?? 




2. เลือก SmartTV : ให้เลือกที่ความละเอียดของภาพด้วย

ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ความละเอียดของภาพ SmartTV  จะถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

  • HD (High Definition) : มีความละเอียดภาพ 1366 × 768 pixel ซึ่งถือว่าเป็นรูปแบบทั่วไปในปัจจุบัน เพราะดิจิตอลทีวีหลายช่องก็มีการแพร่ภาพแบบ HD กันแล้ว
  • Full HD (Full High Definition) : ความละเอียดภาพ 1920 × 1080 pixel ซึ่งเป็นความคมชัดที่ช่วยให้เรารับชมภาพยนตร์​แบบ Blu-ray ได้เต็มประสิทธิภาพ​ และยังเสริมการชมรายการแบบ HD ให้คมชัดไปอีกระดับด้วย
  • UHD (Ultra High​ Definition) UHD หรือ 4K : ที่ให้ความละเอียดภาพสูงถึง 3840 × 2160 pixel หรือนับเป็น 4 เท่าของระบบ Full HD (8 ล้านพิกเซล) จึงทำให้ภาพที่แสดงออกมานั้นมีความคมชัดเหมือนจริงมาก และในปัจจุบันผู้ผลิตบางค่ายก็ได้มีการเปิดตัว UHD 8K ซึ่งมีความความละเอียด 7680 × 4320 pixel หรือละเอียดถึง 33 ล้านพิกเซลไปเป็นที่เรียบร้อย


ที่มา: https://www.thepower.co.th


หลังจากพูดถึงจอภาพ และความละเอียดของภาพไปแล้ว ระบบปฏิบัติการ​ของ Smart​TV​ แต่ละรุ่นก็คงจะขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะความสะดวก​ในการใช้งาน Smart​TV ก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก




3. เลือก SmartTV : ให้เลือกรูปแบบปฏิบัติการที่ตอบโจทย์ตนเอง



  • Android​ TV​ : จะมีฟังก์ชัน​การใช้งานและลูกเล่นต่างๆ เสมือนกับการขยาย Smart​Phone​ ให้มาอยู่ในรูปแบบของ TV โดยมีระบบ Google​ Cast ที่สามารถเชื่อมต่อเพื่อส่งคอนเทนต์​จากโทรศัพท์​ไปแสดงบนหน้าจอได้ รวมถึงสามารถดาวน์โหลด​แอปพลิเคชัน​ต่าง ๆ จาก Google​ Play ได้เหมือนกับ Smart​Phone​ ที่เราคุ้นเคยกันเลย
  • Web OS : ระบบปฏิบัติการ​ที่อยู่ในเครื่อง Palm ซึ่งทางค่าย LG ได้นำมาปรับปรุงใหม่ เอาไว้ควบคุมอุปกรณ์เขื่อมต่อกัน รวมถึงการใช้ User Interface เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานร่วมกับ Smart​TV​ ของค่าย LG โดยเฉพาะ
  • Tizen : ระบบที่ทำให้การเชื่อมต่อ หรือการแชร์คอนเทนต์​ระหว่าง Smart​Phone​ และ Smart​TV​ รวดเร็วเพียงแค่คลิกเดียว นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Smart​ Hub ช่วยในการค้นหาแอพพลิเคชัน และคอนเทนต์​ต่าง ๆ ง่ายยิ่งขึ้น
  • Firefox : หรือที่รู้จักดีในฐานะ​เว็บบ​ราวเซอร์ที่มีลูกเล่นให้สามารถปรับแต่งธีมการใช้งานได้ตามความต้องการ ซึ่ง Firefox ได้มีการพัฒนาต่อยอดรูปแบบของระบบปฏิบัติการ​ให้ใช้กับ Smart​Phone​ ได้ และต่อมา Panasonic ก็ได้ให้การสนับสนุน Firefox OS เพื่อนำมาใช้ใน Smart​TV​ บ้างแล้วนั่นเอง




4. เลือก SmartTV : ต้องรู้จักเลือกขนาดจอให้เหมาะสมกับการใช้งาน

นอกจากคุณสมบัติ​ต่าง ๆ ที่ได้อธิบาย​ไปข้างต้น อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ การเลือกขนาดของ Smart​TV​ ให้ลงตัวกับขนาดของห้อง ในระยะที่เหมาะสมกับการรับชม เพื่อที่เราจะได้รับชมภาพที่คมชัดที่สุด ดีต่อใช้งานที่สุด


ที่มา: www.thepower.co.th

  • จอภาพขนาด 56 นิ้วขึ้นไป ระยะห่างควรอยู่ที่ 3 เมตรขึ้นไป
  • จอภาพขนาด 46-55 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 2.5 ถึง 3 เมตร
  • จอภาพขนาด 40-45 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 2 ถึง 2.5 เมตร
  • จอภาพขนาด 32-39 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 เมตร
  • จอภาพขนาดต่ำกว่า 32 นิ้ว ลงมา ระยะห่างควรอยู่ที่ 1.5 เมตร หรือน้อยกว่านั้น 


รู้อย่างนี้แล้ว เราก็คงตัดสินใจเลือกซื้อ SmartTV​ ที่ถูกใจกันได้ไม่ยากแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่นอกจากจะดูที่คุณภาพ​ของหน้าจอ, ความละเอียดของภาพ, ระบบปฏิบัติการ​ที่ใช้ง่าย รวมถึงฟีเจอร์​ใหม่หรือฟังก์ชัน​ถูกใจแล้ว ก็อย่าลืมดูเรื่องค่าใช้จ่ายที่ตอบโจทย์กับตัวเองกันด้วยนะ



ที่มา:

www.thepower.co.th/knowledge

www.thepower.co.th

www.techhub.in.th

www.lcdtvthailand.com

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59