รูปบทความ รีวิวเที่ยวตามเพลย์ลิสต์ หัวหิน-เขาเต่า 2 วัน 1 คืน ไปง่าย ใกล้กรุงเทพ

#เปิดเพลย์ลิสต์ เก็บเกี่ยวความสุขแบบ 2 วัน 1 คืน ที่ ‘หัวหิน-เขาเต่า’ จุดเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ กับ ความหมายชีวิตที่ซ่อนอยู่


ภาพแรกที่นึกถึงเมื่อมีคนมาชวนไปเที่ยว 'หัวหิน' คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ใช้เวลาเดินทางแค่ไม่กี่นาทีก็จะได้เจอกับบรรยากาศสบาย ๆ มีเสียงคลื่น นกร้อง ท้องทะเลสีคราม ตัดกับเส้นขอบฟ้าอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ


ซึ่งดูแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ค่อยต่างจากที่คิดไว้เท่าไรนัก แถมในยามที่มาถึง เรายังได้รู้อีกว่า ในหัวหินยังมีอีกหลายมุมซ่อนอยู่ จะเรียกว่า Secret Location ก็ไม่ใช่ จะ Hidden Places ก็ไม่เชิง เพราะใคร ๆ ก็สามารถสัมผัสและเข้าถึงได้ อย่างที่ ESTOPOLIS กำลังจะพาทุกคนไปเจอกัน!!



แดดอ่อน ๆ ยามเช้า ทำให้โลกครึ่งใบ อุ่นไออีกครั้ง~ 

เริ่มต้นทริปด้วยการมาสัมผัสอากาศ และแสงแรกของวันใหม่ที่ ‘จุดชมวิวหินเหล็กไฟ’ จุดชมวิวบนเนินเขาสูงใจกลางเมืองหัวหิน ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นทัศนียภาพ และความเจริญของพื้นที่ที่ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยธรรมชาติ ได้อย่างชัดเจน


พื้นที่โดยส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเรือนพักอาศัย สลับไล่เรียงไปกับอาคารสูง, คอนโดตากอากาศ, โรงแรม, แหล่งท่องเที่ยว และศูนย์การค้า คล้ายจังหวะชีวิตที่มี Beat ในตัวเอง ไม่เร่งรีบ หรือหยุดนิ่งจนเกินไป กลายเป็นเสน่ห์ของเมืองหัวหินที่หลายคนชื่นชอบ และอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่


มองออกไปจะเห็น ‘สะพานปลา’ อยู่ไกล ๆ หนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ หัวหินก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีการปรับตัว และพร้อมจะพัฒนาศักยภาพอยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นจุดหมายในฝันของใครหลายคน ที่ไม่ใช่แค่เหล่านักท่องเที่ยวเพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไป เพราะแม้แต่นักลงทุนอสังหาฯ และผู้ที่หลงรักในบรรยากาศธรรมชาติ ก็ต่างพากันเข้ามาจับจอง ตลอดจนมองหาที่พักอาศัยเอาไว้พักผ่อนเป็นบ้านที่สอง



รัก… ทะเลเวลามีเธอด้วย

สวย… ซะเกินกว่า บรรยายได้~


เมื่อได้มาเห็นภาพเมืองสวย ๆ อย่างที่ใจต้องการแล้ว จุดหมายต่อไปก็คือ การตามหาสถานที่พักผ่อนไว้นั่งมองวิวทะเลไปด้วยกัน ซึ่งเราก็ได้เจอกับ ‘Caraspace by Carapace’ คาเฟ่ริมหาดเขาเต่าที่มาในธีมสีฟ้าน้ำทะเล ราวกับว่ากำลังท่องเที่ยวอยู่ใต้มหาสมุทร โดยภายในร้านจะแบ่งออกเป็น 2 โซน มีทั้งส่วน Indoor และ Outdoor ให้เลือกนั่ง แต่ด้วยเวลาใกล้เที่ยงแบบนี้ จึงขอเข้าไปตากแอร์เย็น ๆ ที่ข้างในตัวร้านกันก่อนดีกว่า


เปิดประตูเข้าไป เราจะเจอกับโต๊ะที่นั่งหลากหลายมุม สามารถรองรับได้ทั้งกลุ่มเพื่อน, ครอบครัว, คู่รัก รวมถึงคู่ Buddy ที่จูงมือกันมาเที่ยวหัวหินด้วย


แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งต่าง ๆ ก็ยังคุมธีม ‘Supphire Earth Tone’ ที่ให้ทั้งความรู้สึกอบอุ่น และสดชื่นในตัว แถมยังรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบายด้วยกระจกบานใส ที่แค่มองออกไปก็จะเห็นสระว่ายน้ำ ทอดยาวไปจนถึงท้องทะเลด้านนอกด้วย


จับจองที่นั่งเรียบร้อยก็ไปสั่งเมนูทานกันเถอะ ซึ่งที่ร้าน ‘Caraspace by Carapace’ เองก็มีทั้งเมนู Main Dish, ของหวาน, ชา และเครื่องดื่มให้ทานกันแบบจัดเต็ม ชนิดที่เรียกว่า… มาร้านเดียวก็สุขได้ตลอดทั้งมื้อ ส่วนใครที่อยากหาของว่างรองท้องเบา ๆ ก็สามารถเลือกนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ แล้วสั่งชา กาแฟมาทานคู่กับขนมสักชิ้น 2 ชิ้นก็ได้เหมือนกัน


พอได้แอบส่องเค้กที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้แล้ว ก็ต้องบอกว่า... น่าทานทุกเมนู และไม่พลาดที่จะสั่งต่อแน่นอน


พร้อมประเดิมความสุขนี้ด้วยเมนู Main Dish ที่เป็น Signature ของทางร้าน อย่าง สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า, ลาซานญ่า และซุปฟักทองสีสวย ที่แค่ได้กลิ่นหอม ๆ ก็ชวนให้ท้องหิวกันแล้ว


เริ่มเสิร์ฟความอร่อยกันตั้งแต่เมนูแรกอย่าง ‘สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า’ เส้นเหนียวนุ่มชุ่มซอสเข้มข้น ที่คลุกเคล้าลงตัวกับแฮม และเบคอนชิ้นโต พร้อมปรุงรสด้วยสูตรพิเศษที่ได้รสชาติเผ็ดนิด ๆ ติดอยู่ปลายลิ้น ช่วยให้เมนูจานนี้ดูดี ไม่เลี่ยนจนเกินไป


แล้วจึงต่อด้วย ‘ลาซานญ่า’ ที่จัดเต็มด้วยส่วนผสมคุณภาพดี นำไปผัดกับเนื้อซอสเข้มข้น จนได้กลิ่นหอมของเครื่องปรุงชัดเจน นำมาจัดวางเรียงสลับกับแป้งแผ่นบาง ก่อนจะราดด้วยมอซซาเรลล่าชีสเยิ้ม ๆ ชวนฟิน พอตักชิมแล้วจะได้รสชาติจัดจ้านเต็มปาก เต็มคำ


มาปิดท้ายอาหารคาวไปกับ ‘ซุปฟักทอง’ เนื้อเนียนที่ให้รสชาติหวานมันจากเนื้อฟักทองแท้ ๆ พอทานคู่กับขนมปังกรอบที่จัดวางมาคู่กัน ยิ่งอร่อยลงตัว จนอยากจะขอเพิ่มอีกสักถ้วย


เมื่อเสิร์ฟครบทั้ง 3 เมนู ก็ถึงเวลาจับช้อนส้อม แล้วลงมือทานได้


ทานของคาวเสร็จ จะไม่ต่อของหวานเลยก็ดูเหมือนจะขาดอะไรไป เพราะที่ร้าน ‘Caraspace by Carapace’ เองก็มีทั้งเมนูของหวาน และเครื่องดื่มรอเสิร์ฟอยู่เช่นกัน


เราจึงไม่รอช้า ขอต่อด้วย ‘เค้กมะพร้าว’ แป้งเบานุ่มฟู ที่หอมกลิ่นใบเตยและเนื้อมะพร้าวอ่อนชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่ชอบเค้กเนื้อเบา รสชาติหวานอ่อน ๆ


แต่ถ้าใครไม่ชอบทานครีม ที่ร้านก็มี ’บราวนี่ฟักทอง’ เนื้อแน่นหนึบหนุบ กับ ‘เลมอน ทาร์ต’ หน้าตาน่าทาน รสชาติหวานอมเปรี้ยว ให้สั่งมาทานคู่กับชาร้อน ‘Be Sweet, Be Peach’ ที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย และมีความสุขด้วยกลิ่นหอมของชาดำ, ชาขาว และพีช


ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะที่ร้านยังมีเมนูของหวานจานร้อน อย่าง 'Banana & Nut Waffle’ และ 'Mix Fruit Pancake’ ที่รอยกขึ้นจากเตามาเสิร์ฟให้เราถึงโต๊ะ รสชาติที่ได้จึงมีความสดใหม่เป็นพิเศษ ตัวขนมนุ่มฟู หอมกลิ่นเนย เข้ากันดีกับ Topping และซอสที่ทางร้านจัดแต่งมา



ส่วนเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ไม่อยากให้พลาด ก็ต้องยกให้ ‘Sea Salt Caramel Macchiato’ ที่พอชิมแล้วจะได้รสชาติหวานหอมของ Salt Caramel ผสมรวมกับกาแฟรสเข้มได้เป็นอย่างดี และยังมีเมนูใหม่อย่าง ‘Espresso Nutella’ ให้ได้ลองคู่กันอีกด้วย


อิ่มแล้วใช่ไหม? คราวนี้ก็ถึงเวลาออกมาเดินเล่นที่โซน Outdoor กันดูบ้างว่าจะสวยงามขนาดไหน…


ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะรอบ ๆ ร้านจะมี Facilities ให้เราพักผ่อนได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนั่งชิล ๆ รับลม, จัดปาร์ตี้ริมสระ หรือถ้าใครอยากเล่นน้ำทะเล เดินดูวิว ฟังเสียงคลื่น ก็มีทางเดินลงหาดเขาเต่าอยู่ทางด้านหน้า Beach Front นี่เอง


เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหมฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ ~ 

มาถึง ‘หัวหิน’ ทั้งที ก็ต้องได้สัมผัสกับน้ำทะเลเสียหน่อย... หลังจากเต็มอิ่มจากอาหารมื้อใหญ่ที่ ‘Caraspace by Carapace’ แล้ว ก็ถือโอกาสมาเดินย่อยต่อที่ 'ชายทะเลหัวหิน' แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ให้เราปล่อยตัว ปล่อยใจไปกับสายลม และแสงแดด


ยืนมองออกไปเห็นท้องฟ้าสีครามตัดกับหาดทรายสีขาวละเอียด พร้อมมีบริการขี่ม้า และผู้คนมากมายที่ต่างพากันมาหาความสุขบนชายหาดแห่งนี้


ชมวิวของชายหาดหัวหินจนพอใจ ก็ได้เวลาเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวต่อที่ ‘Seenspace Huahin’ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ริมทะเลหัวหิน ที่ออกแบบและสร้างจุดเด่นให้สถานที่ด้วยตึกปูนเปลือยสุดฮิป ภายใต้คอนเซ็ปต์ Eat, Lay, Play, Relax


พร้อมเอาใจสายเซลล์ฟี่ ฮิปสเตอร์ทั้งหลายด้วยมุมเช็คอินเก๋ ๆ นอกจากนี้ภายในยังเต็มไปด้วยร้านค้า, ร้านอาหาร และแกลเลอรี่ให้เราเดินเล่นกันสนุกสนาน จนอดไม่ได้ที่จะต้องถ่ายภาพสวย ๆ เก็บไว้



เปิดทำการ : Mon-Fri ตั้งแต่ 12.00 - 21.00 น. และ Sat-Sun ตั้งแต่ 11.00 - 22.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 092-350-0035

เว็บไซต์ : Seenspace huahin



ขยับไปอีกเล็กน้อย เราจะเจอ ‘The Chocolate Factory’ คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นสำหรับคนรักช็อกโกแลต ที่ด้านในอบอวลไปด้วยกลิ่นโกโก้ และขนมหวานหลากสีสัน


แต่ที่พลาดไม่ได้เลยจะเป็นเมนูช็อกโกแลต โฮมเมด แบบทำสดจากห้องทำช็อกโกแลต ที่ตั้งอยู่ข้าง Shop ขายช็อกโกแลตบอง บอง กว่า 40 ชนิด


พร้อมทั้งคุกกี้, พาย, บราวนี่, ขนมเค้ก และของฝากต่าง ๆ อีกมากมายให้เราหิ้วกลับไป



เปิดทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30 - 22.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 061 172 8887

Facebook : The Chocolate Factory



ดึกดื่นคืนนี้ ลมหนาวพัดโชยมา~ 

ไปต่อไม่รอแล้วนะ!! เพราะเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็เป็นเวลาให้แสงไฟได้อวดโฉม อย่าง ‘ตลาด Cicada’ หนึ่งจุดท่องเที่ยวที่คึกคักไปด้วยผู้คนและเสียงดนตรี


นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะจากศิลปินหลากหลายสาขา และละครเวที ภาพยนตร์เรื่องสั้นที่หมุนเวียนผลัดกันมาสร้างสีสันให้วันพักผ่อน เหมาะจะชวนกันมาเดินชิล ๆ ดูของฝาก ของที่ระลึก สินค้าแฮนด์เมดดีไซน์เก๋ ที่มีกิมมิคน่ารัก ๆ ไม่ซ้ำใคร


แค่เดินเข้ามา เราก็จะได้ยินเสียงดนตรีแนวฮิปฮอป กับกลุ่มนักเต้นฟรีสไตล์
คอยสร้างความคึกคักกันตั้งแต่หน้าทางเข้าแล้ว


ร้านค้าภายในตลาด Cicada จะเป็นเต็นท์สีขาวตั้งเรียงกัน ดูน่ารัก อบอุ่น จนอยากหยุดแวะทุกร้านเลย


สินค้าก็มีหลากหลายทั้ง เสื้อผ้า, งาน D.I.Y, เซรามิกและไอเทมของแต่งบ้านชิ้นเล็ก น่ารัก
เหมาะจะซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก


เปิดทำการ : ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 - 23.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 099 669 7161

Facebook : Cicada Market



หากข้ามไปอีกฝั่งจะเจอ ‘ตลาดแทมมารีน Tamarind Night Market’ ที่ด้านในจะมีร้านอาหารนานาชนิดตั้งอยู่ ให้เราซื้อมานั่งทานใต้ต้นมะขามขนาดใหญ่ที่ถูกอนุรักษ์ไว้รอบ ๆ พื้นที่ พร้อมมีดนตรีสดสไตล์ Folk Song ให้ฟังคลอไปกับเสียงลมที่พัดโชยมาตลอดเวลา


เปิดทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30 - 22.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 088 611 1644

Facebook : Tamarind Market Chic and Chill




แต่ถ้าใครอยากชิมของกิน Street Food สไตล์หัวหินก็ต้องมาที่นี่เลย ‘ตลาดโต้รุ่งหัวหิน’ แหล่งรวมของอร่อยขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวทุกคนควรมาแวะสักครั้ง

เพราะตลอดทางเดินยาวกว่าร้อยเมตรนี้ ล้วนครึกครื้นไปด้วยเสียงพูดคุย ทักทายอันแสนเป็นกันเองของเหล่าพ่อค้า แม่ค้าที่ต่างพากันชักชวนให้เราเข้าไปลิ้มลองของอร่อย


โดยเฉพาะอาหารทะเลสด ที่มีราคาไม่แพง อย่าง ร้านรถไฟซีฟู้ด, ร้านครัวลุงจ่า, ไข่มุกซีฟู้ด และร้าน Bird Chilli พริกขี้หนู ซึ่งแต่ละร้านจะยกวัตถุดิบมาตั้งโชว์ความสดกันแบบจานต่อจาน


หรือจะเปลี่ยนมาหาของทานเล่น ที่นี่ก็จะมีร้านนิ ไอศครีม, ร้านขนมครกวัชรี หัวหินสูตรโบราณ, ร้านสาลี่กะปิหวาน, ข้าวเหนียวมะม่วงท่านขุน, ร้านผัดไทยแม่ใหญ่, โรตี, ปลาหมึกย่าง, หอยเสียบไม้ รวมถึงของทานเล่นอีกมากมาย ที่จะทำให้เราอิ่มยาวไปจนถึงที่พัก


จะนอนหลับไหล ในอ้อมแขนของดวงดาว ให้เงาราตรี โอบล้อมหัวใจ~




ท้องฟ้าก็สวยงาม พระอาทิตย์ตื่นสาย

พระจันทร์หล่นหายไป หายไปทางหลังบ้าน~

พอแสงอาทิตย์ของวันที่สองเริ่มออกทำงาน ก็เป็นสัญญาณเให้เราเดินทางต่อไปยัง ‘หาดเขาเต่า’ ชายหาดเงียบสงบที่อยากให้ทุกคนมาเยือน แล้วคุณจะพบกับบรรยากาศสบาย ๆ ท่ามกลางความเงียบสงบที่มีมากกว่าหาดอื่น ๆ ในตัวเมืองหัวหิน จึงทำให้หาดเขาเต่ากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนเริ่มให้ความสนใจ


เดินไปเรื่อย ๆ จนเกือบสุดหาด เราจะเห็น ‘วัดถ้ำเขาเต่า’ ตั้งหันออกมารับลมทะเล หากมาในช่วงน้ำลงจะเจอหาดทรายขาวละเอียดให้เดินเล่นเลียบหาด และถึงแม้ที่นี่จะเป็นเพียงจุดชมวิวเล็ก ๆ แต่เมื่อเดินขึ้นไปด้านบน เรากลับสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของชายหาดได้อย่างชัดเจน มีสวนสนประดิพัทธ์ และเกาะสิงโตอยู่สุดสายตา


หากมาแล้ว ก็อย่าลืมขึ้นไปไหว้สักการะ ขอพรที่พระพุทธรูปองค์ใหญ่กันด้วยนะ


ส่วนบริเวณอีกฝั่งของหาด จะเป็นภาพวิถีชีวิตของหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ร่วมกับบ้านเรือน, รีสอร์ต, โรงแรม และคอนโดตากอากาศได้อย่างกลมกลืน ซึ่งเราจะพบเรือประมงจอดอยู่เรียงรายไปตลอดทาง


นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลกับ ’โครงการตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า’ ที่มีพลับพลากลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งสวยเด่นอยู่กลางสายธารและหุบเขาสูง รอให้เรามาถ่ายรูป และชื่นชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่


แต่ก่อนจะออกไปเที่ยวต่อ ก็ขอรอเวลาให้แดดร่มลมหุบเสียหน่อย... ซึ่งคงจะดีไม่น้อย หากเราได้พักผ่อนเต็มที่อยู่กับครอบครัว หรือเพื่อนคนสนิทภายในสถานที่สวย ๆ ที่มี ‘พื้นที่ส่วนกลาง’ มาช่วยเติมเต็มวันธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น


ยิ่งพอได้บวกกับบรรยากาศดี ๆ ที่แค่ก้าวขาออกไปก็ได้สัมผัสกับเม็ดทราย เกลียวคลื่น และลมทะเล เสมือนมีชายหาดส่วนตัวอยู่หน้าห้องด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจ จนไม่อยากจะจากไปไหนเลย


บริเวณด้านหน้า Caraspace by Carapace จะมี Swimming Pool และ Infinity Edge Pool ให้ลงเล่นคลายร้อน พร้อมนอนอาบแดด และจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดไปพลาง ๆ


หรือจะนั่งเล่นชิล ๆ เอาขาแช่น้ำที่ชิงช้าริมสระก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ


แต่ถ้าใครอยากได้รูปคู่กับชายหาดเขาเต่าสวย ๆ ก็แนะนำให้มานั่งที่ Overlooking Deck
เก้าอี้ตาข่ายที่ยื่นออกไปให้เราได้สัมผัสบรรยากาศริมทะเลได้เต็มที่


เอาละ ได้เวลาออกเที่ยวกันต่อแล้ว

ระหว่างเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป เราจะผ่าน ‘อุทยานราชภักดิ์’ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ บนเนื้อที่กว่า 222 ไร่เศษ โดยจะอยู่เยื้องกับ ‘สวนสนประดิพัทธ์’ สถานที่พักผ่อนติดริมหาด ที่ยังคงความเงียบสงบ และร่มรื่นภายใต้เงาของทิวสนที่ทอดยาวอยู่ในการดูแลของศูนย์การทหารราบ พร้อมเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น.


ลมที่โชยพัด ต้นหญ้าใบไม้ปลิว ~

เปลี่ยนโหมดอารมณ์ ความรู้สึกจากท้องทะเลสดใส มาเป็นบรรยากาศชุ่มชื่น เย็นสบาย ที่ได้ความเขียวขจีของต้นไม้และป่าโกงกางมาช่วยเยียวยาจิตใจให้หายเหนื่อย ซึ่งจาก ‘เขาเต่า-หัวหิน’ ลงไปทางปราณบุรีจะมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอยู่ไม่ไกล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีก็ถึง ‘วนอุทยานปราณบุรี’


แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนไว้ได้เป็นอย่างดี พร้อมมีกิจกรรมน่าสนใจ อย่าง ‘การเดินชมระบบนิเวศป่าชายเลน’ ที่ตลอดทั้งเส้นทาง 1,000 เมตรบนสะพานไม้แห่งนี้ จะมีพันธุ์ไม้นานาชนิด รวมถึงสัตว์ตัวเล็ก ตัวน้อย ให้เราได้ชื่นชมกันอย่างใกล้ชิด


ระหว่างทางจะมี ‘จุดพักเรือ’ ที่จะพาทุกคนไปพบกับวิวทิวทัศน์ และวิถีชีวิตของชาวประมงที่อาศัยอยู่ริมคลองปากน้ำปราณ ใช้เวลาแค่ 40 นาทีก็เพียงพอให้เราซึมซับความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่มแล้ว (ค่าบริการ 350 บาท/ลำ)


แค่ยืนอยู่ตรงนี้ เราก็เห็นความสวยงามของธรรมชาติ และป่าชายเลนได้แล้ว


ส่วนใครที่อยากเห็นทัศนียภาพสวย ๆ ของป่าโกงกางแบบเต็มสายตา ก็แนะนำให้ขึ้นมาบน ‘หอชมวิว’ ที่จะพาเราไปรู้จักกับคำว่า “โปร่งทอง” ของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้เรา มองลงไปจะเห็นต้นไม้สูงอยู่เคียงคู่สะพานไม้ และท้องฟ้าใส


มาถึงที่นี่ทั้งที ก็ต้องขอขึ้นไปถ่ายภาพความทรงจำดี ๆ นี้เก็บไว้เสียหน่อย


จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็น เราจึงถือโอกาสแวะหาของทานกันก่อนกลับกรุงเทพฯ โดยมีร้าน ‘1d+ Day Artist’ เป็นตัวเลือกส่งท้ายของเรา ด้วยบรรยากาศสุดชิลติดหาดส่วนตัว พร้อมมีมุมที่นั่ง และชิงช้าสีขาวให้ถ่ายรูปเล่นกันเพลิน ๆ


ส่วนเมนูอาหารก็หลากหลาย ทั้งสลัดผัก, ของทานเล่น หรืออาหารจานเดียวที่สั่งมาทานคู่กับน้ำผลไม้แก้วสวย ช่วยให้อาหารมื้อนี้ดูสมบูรณ์แบบไม่ต่างจากทุกครั้ง


หรือจะสั่งไอศครีมมาทานต่อ ก็มีให้เลือกหลายรส อย่าง มังคุด, มะนาว หรือสตรอว์เบอร์รี


ภายในร้านตกแต่งมุมที่นั่งให้มีบรรยากาศเรียบง่าย เหมาะจะมานั่ง Chill out เพลิน ๆ กับกลุ่มเพื่อน


นอกจากนี้ รอบ ๆ ร้านยังมีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเล่นเยอะจนเลือกไม่ถูก


และแล้วก็หมดเวลาสนุก จำต้องโบกมือลา ‘หัวหิน-เขาเต่า’ จริง ๆ เสียที “แต่จะทำอย่างไร หากความรู้สึกยังคงร่ำร้องอยากอยู่ต่อ”




อยู่ต่อเลยได้ไหม

อย่าปล่อยให้ตัวฉันไป~


  • ถ้าเลือกเองได้ คุณจะเลือกอะไร? ระหว่าง ‘กลับมาเที่ยวใหม่’  หรือ ‘ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อ’ 

หากเลือกข้อแรก : คุณก็คงต้องรอเวลาที่ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน เราจึงจะได้กลับมาเที่ยวที่หัวหินอีกครั้ง


กลับกัน... ถ้าคำตอบของคุณตอนนี้ กำลังเอนเอียงไปทางข้อหลังมากกว่า เราก็จะขอแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ CARAPACE HUAHIN (คาราเพช หัวหิน) คอนโดหัวหินในมุมที่แตกต่าง ที่พร้อมรังสรรค์ความทันสมัยมาให้คุณถึงมือ ด้วยราคาโปรโมชัน เริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท


CARAPACE HUAHIN (คาราเพช หัวหิน) เปิดโอกาสให้คุณได้เป็นเจ้าของวิวทะเลส่วนตัว ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเปลือกหอยที่โผล่พ้นผืนทรายขึ้นมา ในบรรยากาศของฟ้าหลังฝน


พร้อมตกแต่งโครงการมาในธีม Sapphire Earth Tone ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ อย่าง พื้นกระเบื้องลายไม้ ที่มีผิวสัมผัสคล้ายผืนทรายธรรมชาติ, ผนังวอลล์เปเปอร์ลายเปลือกหอยที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ชวนผ่อนคลาย ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์ไม้ ย้อมเสี้ยนขาว ที่ผสมลงตัวกับเชือกถักสานไนลอน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ CARAPACE HUAHIN (คาราเพช หัวหิน) นั่นเอง


รายละเอียดโครงการ CARAPACE HUAHIN (คาราเพช หัวหิน)


เจ้าของโครงการ : One place estate Ltd.,co

ที่ตั้งโครงการ : ซอยหัวหิน 101 เขาเต่า, หัวหิน, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เนื้อที่โครงการ : 9-3-98 ไร่

รูปแบบอาคาร : อาคาร Low Rise 6 อาคาร (A1, A2, A3 : Residential / B1, B2, B3 : Hotel)

จำนวนยูนิต : 532 ยูนิต (เป็นห้องที่ทำเป็นห้องพักโรงแรมทั้งหมด 406 ยูนิต)

ห้องพักอาศัย :

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 - 40 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 30 - 71 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก : Lobby, Fitness, Water Park, Swimming Pool, Jacuzzi, Lagoon, Pavilion, Sunken Lounge, Library, Sky Terrace, Playground, Steam Room และ Garden Court

ราคาเริ่มต้น : 2.19 ล้านบาท 



การเดินทาง CARAPACE HUAHIN


ทำเลของโครงการ CARAPACE HUAHIN ตั้งอยู่บนพื้นที่เงียบสงบของเขาเต่า และห่างจากตัวเมืองหัวหินมาเพียง 12 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญ และแหล่งอำนวยความสะดวกรายล้อมมากมาย เช่น....

  • อ่างเก็บน้ำเขาเต่า / วัดถ้ำเขาเต่า : ระยะทาง 1.3 - 1.7 กิโลเมตร
  • สถานีรถไฟชุมทางเขาเต่า : ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร 
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล : ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร
  • สวนสนประดิพัทธ์ : ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร
  • อุทยานราชภักดิ์ : ระยะทาง 6.0 กิโลเมตร
  • เขาตะเกียบ : ระยะทาง 8.0 กิโลเมตร
  • สวนน้ำวานา นาวา : ระยะทาง 8.2 กิโลเมตร
  • ห้าง BLUPORT : ระยะทาง 11.1 กิโลเมตร
  • ห้าง MARKET VILLAGE : ระยะทาง 12.5 กิโลเมตร


นอกจากนี้ เรายังสามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้ง่าย ๆ แค่วิ่งบนถนนเพชรเกษมไปเรื่อย ๆ เพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น หรือถ้าใครต้องการขยับไปฝั่งปราณบุรีก็สามารถไปได้แบบสะดวก ง่ายดาย


การลงทุนอะไรก็ไม่คุ้มค่าเท่ากับ
การให้รางวัลตัวเองด้วยสถานที่พิเศษ


ให้รางวัลตัวเองด้วยสถานที่พิเศษ ที่อบอวลไปด้วยความสุขในทุก ๆ วัน กับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้ง Services และ Facilities ระดับ World Class Luxury 4 Star-Hotel ภายใต้การออกแบบที่หรูหรา ดูทันสมัย


เริ่มต้นด้วยการทำทุกวันให้เป็นวันพักผ่อนไปกับ ‘ห้องฟิตเนส’ ที่มีเครื่องเล่น และอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ให้เราเข้ามาฟิต แอนด์ เฟิร์มได้ตลอดเวลา


ส่งเสริมจินตนาการให้คนที่คุณรักด้วย Kid’s Zone ที่มีพื้นที่ และกิจกรรมให้เราได้ใช้เวลาร่วมกัน

ภาพตัวอย่าง Facilities ในโครงการ CARAPACE HUAHIN ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การพักผ่อนที่สวยงาม
ซึ่งอย่างในส่วนของโรงแรม ก็จะมีห้องประชุม, ห้องอาหาร, ห้องสัมมนา ฯลฯ ให้ด้วย


แล้วอย่าลืมออกมาเพลิดเพลินกับบรรยากาศร่มรื่นของ Facilities ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายในการพักอาศัยได้เป็นอย่างดี พร้อมรายล้อมด้วยต้มไม้ และงานสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโครงการ


ชวนกันมาซึมซับและสูดอากาศบริสุทธิ์ของ ‘สวนสีเขียว’ ที่ออกแบบมาให้ดูปลอดโปร่ง โล่งสบาย ลงตัวกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนั่งสังสรรค์ พูดคุย หรือชมวิวท้องฟ้า ดูดาวยามค่ำคืน


เปลี่ยนความรู้สึกในการเล่นน้ำแบบเดิม ๆ ให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วย ‘สวนน้ำดีไซน์เก๋’ สไตล์ Free From


มีการแบ่งโซน Kid’s Pool เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขร่วมกันได้ง่าย ๆ


เลือกเติมเต็มความสุขได้หลากหลายด้วย ‘Swimmig Pool’ ที่ออกแบบให้แต่ละมุมมีดีไซน์แตกต่างกันไป พร้อมด้วย Jacuzzi และ Spa ที่มีห้อง Sauna กับ Steam ภายใต้บรรยากาศธรรมชาติ และจัดวาง Sunken Pavilion, Sun Deack และ Pool Lounge ที่ให้คุณเลือกผ่อนคลายตามอัธยาศัย


สำหรับใครที่อยากสัมผัสวิวทะเล ลมเย็น ๆ กับแสงแดดอ่อน ๆ ของชายหาดเขาเต่าอย่างใกล้ชิด ที่ Carapace Huahin ก็มีส่วนของ Beach Front ไว้คอยต้อนรับ และรอมอบความสุขสุดผ่อนคลายนี้ ให้กับทุก ๆ คนที่ผ่านเข้ามา


นี่แหล่ะ!! คำตอบที่แสดงออกถึงศักยภาพหัวหิน
ตอบโจทย์ได้ทั้งไลฟ์สไตล์การพักผ่อน...
...และความคุ้มค่าด้านการลงทุน


สำหรับผู้ที่สนใจ อยากเป็นเจ้าของวิวทะเล และหาดส่วนตัวแบบนี้ ก็ลองให้ Carapace Huahin คอนโดติดทะเล หัวหิน มาช่วยเพิ่มโอกาสทางการลงทุน ที่จะทำให้คุณได้รับผลตอบแทน 5% นาน 5 ปี แถมยังเพิ่มความคุ้มค่าขึ้นอีก 2 เท่า ด้วยข้อเสนอฟรีส่วนกลางนาน 5 ปี ที่ไม่ว่าจะซื้ออยู่เอง หรือลงทุนต่อในอนาคตก็นับเป็นรางวัลชิ้นใหญ่ Celebrating Rewardable Property ที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาด...


เพราะ หัวหิน-เขาเต่า ถือเป็น ‘จุดเชื่อมโยงระหว่างเมืองสู่เมือง’  ที่มีความได้เปรียบด้านแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับธุรกิจด้านโลจิสติกส์ และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งกำลังจะเปิดเส้นทาง มะริด - มูด่อง ด่านสิงขร - บางสะพาน อีกในอนาคต


ราคาเริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สำนักงานขาย

  • คลิกลงทะเบียน รับสิทธิพิเศษที่มากกว่าได้แล้วที่ carapacehuahin-khaotao.com
  • โทรสอบถาม เบอร์ 086-996-6662-3



เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO / LOL - Living Out Loud

Living Out Loud : รีวิวคอนโด Chateau in Town จรัญสนิทวงศ์ 96/2