รูปบทความ Close To You : ‘สะพานควาย’ ทำเลที่ทำให้ฉันและเธอ ‘ใกล้’ กันมากกว่าที่เคย

Close To You : ‘สะพานควาย’ ทำเลที่ทำให้ฉันและเธอ ‘ใกล้’ กันมากกว่าที่เคย [ADS]

: ลองเปลี่ยนทุกไลฟ์สไตล์ให้ดู ‘ใกล้’เพียงปลายเท้าสัมผัสกันที่ ‘ย่านสะพานควาย’

‘สะพานควาย’ หากเปรียบทำเลนี้คือหนังรัก คงเป็นหนังรักที่มีความคลาสสิกตั้งแต่ชื่อ เพราะถ้าถามความรู้สึกของคนที่รู้จักย่านนี้ครั้งแรก คงมีภาพของทุ่งนาและฝูงควายเป็นจินตนาการแรกที่นึกถึง ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง เพราะในอดีต ‘ย่านสะพานควาย’ เคยเป็นแหล่งค้าควายดั้งเดิมของกรุงเทพฯ ก่อนที่เมืองจะค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพและขยายตัวออกไป จนในที่สุดสะพานควายก็ไม่มีควาย และกลายเป็นเขตเมืองชั้นในที่สำคัญของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน


กระชับเมืองให้ใกล้กัน กับ ‘สะพานควาย’
ย่านผสมผสานทั้งความเก่าและใหม่อย่างลงตัว


ในมุมของคนที่ไปเยี่ยมเยียนมาแล้วหลายพื้นที่ สะพานควายถือเป็นทำเลที่น่าจับตามอง มีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวตัดผ่าน และยังเป็นสถานีตรงกลางระหว่าง ’สถานีอารีย์’ และ ‘สถานีหมอชิต’ ซึ่งกำลังจะกลายเป็น HUB ที่อยู่อาศัยที่จะมีผู้คนเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้นถึง 80-90% ของพื้นที่เลยทีเดียว


นอกจากนี้สะพานควายยังเป็นทำเลที่รายล้อมไปด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย ทั้งของกินของใช้ ก็มีให้จับจ่ายไม่ขาดมือ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมร้านอาหารสูตรเด็ดดั้งเดิม คลุกเคล้าไปกับกลิ่นอายของความเป็นคนเมืองทันสมัย ที่หากใครได้ลองมาสัมผัส จะต้องรู้สึกถึงความผสมผสานแบบไม่ถูกยัดเยียด ชวนให้นึกถึงทั้งภาพจำในอดีต กลมกลืนอยู่กับปัจจุบันได้อย่างไม่ขัดเขิน แถมยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเพลิดเพลิน ด้วยรูปแบบทำเลที่ช่วยย่นระยะให้ทุก ๆ อย่างดู ‘ใกล้’ ได้ในระยะทาง 2 กิโลเมตร


2 KM | Work Life Balance


อารีย์ • AREE

จากสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย เดินทางต่อไปทางฝั่งอนุสาวรีย์ชัยฯ ในระยะ 2 กิโลเมตร จะเจอ สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ สถานีข้างเคียงที่รวบรวมอาคารสำนักงานไว้มากมาย ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถานอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์, ททบ.5, กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร, กรมประชาสัมพันธ์, กรมธนารักษ์สำนักงานใหญ่, อาคาร AIS, บริษัท IBM, ธนาคารสำนักงานใหญ่ รวมไปถึงตึกสำนักงานออฟฟิศอีกหลายแห่ง


ส่วนด้านไลฟ์สไตล์ก็จะดูคึกคักไม่แพ้กัน เพราะย่านนี้เป็นทำเลที่มีชาวต่างชาติแวะเวียนเข้ามาอยู่มาก การใช้ชีวิตในแต่ละวันจึงมีสีสัน เหมาะจะนั่งรถไฟฟ้า หรือขับรถมาผ่อนคลาย ชอปปิง นั่งสังสรรค์กันที่ร้านอาหารชื่อดังในช่วงวันหยุด ซึ่งจากทำเลสะพานควายมาถึงอารีย์ก็ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาที แถมยังสามารถเดินทางต่อไปยัง ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ HUB แห่งการเดินทาง’ ได้อีกในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง



หมอชิต • MO CHIT

ขยับจากสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควายมาอีกฝั่งหนึ่ง จะเป็นพื้นที่ของสถานีหมอชิต ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นสถานี Interchange เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายหมอชิต-คูคตได้ในอนาคต ขณะเดียวกันด้านล่างก็ยังมีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่ขยายเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายที่ออกไปยังย่านธนบุรีได้อีกด้วย


นอกจากนี้ หมอชิตก็ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งอาคารสำนักงานน้อยใหญ่ เพราะสามารถขับรถออกไปทาง ‘ถนนวิภาวดี-รังสิต’ ถนนเส้นหลักที่จะพาเราออกไปยังแถบปริมณฑล อย่าง จังหวัดปทุมธานี หรือถัดไปยังจังหวัดนครนายกได้เช่นกัน


หากพูดถึงด้านไลฟ์สไตล์ คนจากย่านสะพานควายก็สามารถเดินทางไปฟิตหุ่นให้เฟิร์ม พร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์กันได้ที่ 3 สวนสาธารณะของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น…

  • สวนจตุจักร
  • สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
  • สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

ซึ่งทั้ง 2 สถานีนับเป็นทำเลใกล้เคียงกับย่านสะพานควาย สามารถเดินทางไปพักผ่อนได้ง่าย ๆ ในระยะทางแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ตามหาสถานที่ที่เดินทางสะดวก ช่วยเลี่ยงรถติด แต่ยังคงความหลากหลายตามแบบฉบับคนทันสมัย ที่ไม่อยากใช้ชีวิตแบบซ้ำซากจำเจ


1 KM | Chic & Chill

ขยับให้ชีวิต ‘ใกล้’ กันขึ้นอีกนิดกับแหล่งไลฟ์สไตล์ชิคๆ บน 2 ถนนเส้นรองที่เชื่อมต่อย่านสะพานควายออกไปยังเส้นทางใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็วกับ ‘ถนนสุทธิสารวินิจฉัย’ และ ‘ถนนประดิพัทธ์’ ที่อยู่ในรัศมีของรถไฟฟ้าสถานีสะพานควายเพียง 1 กิโลเมตร


• สุทธิสารวินิจฉัย

เริ่มต้นการเดินทางเพื่อให้เรารู้จักย่านสะพานควายให้มากขึ้นที่ ‘ถนนสุทธิสารวินิจฉัย’ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ ‘ซอยอิมทามระ’ อีกหนึ่งถนนที่บรรจบกับถนนพหลโยธิน ตรงบริเวณสี่แยกสะพานควาย ซึ่งคนในย่านนี้มักจะใช้ถนนเส้นนี้ในการลัดเลาะออกสู่ถนนรัชดาภิเษก ช่วง MRT สุทธิสาร และยังเชื่อมต่อออกไปทางลาดพร้าว, พระราม 9 หรือศูนย์กลางธุรกิจ (Central Business District) อย่างอโศกได้ในระยะเวลาไม่นานนัก หากเทียบกับการวิ่งตรงบนถนนหลัก



ถึงแม้จะเป็นเพียงถนนทางผ่านของคนเดินทาง แต่สำหรับคนในพื้นที่แล้ว ถนนเส้นนี้เป็นเหมือนแหล่งอาหาร Street Food และร้านขายของชำฉบับดั้งเดิมของคนในชุมชน ใครที่เป็นสาย Foodie ชื่นชอบเดินเล่นถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ น่าจะถูกใจในความมีสไตล์ของถนนสุทธิสารวินิจฉัยเส้นนี้ไม่น้อย เพราะยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมผสมผสานไปกับความทันสมัยของคาเฟ่ และร้านอาหารแนวใหม่ได้ดีทีเดียว


Café & Restaurant

ผ่านมาแล้วก็อย่าเพิ่งรีบผ่านเลยไป เพราะบนถนนสุทธิสารวินิจฉัยยังมี Hidden Place อย่างร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ ๆ ซุกซ่อนตัวอยู่มาก ถ้าใครยังไม่รู้ว่า “ในย่านสะพานควายมีร้านไหนเด็ด เจ้าไหนอร่อย” ก็ลองตามมาสำรวจร้านของกินในซอยนี้ไปพร้อม ๆ กัน แล้วจะรู้ว่า...ย่านนี้ยังมีอีกหลายร้านที่ห้ามพลาด แถมยังอยู่ ‘ใกล้’ ตัวคุณมากกว่าที่คิด


Sarath N. Chocolatier | Boutique Café

ขยับจากปากซอยถนนสุทธิสารวินิจฉัยมาไม่กี่ร้อยเมตร จะพบกับคาเฟ่เล็ก ๆ อย่าง ‘Sarath N. Chocolatier’ ร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งมาในโทนสีดำ โดดเด่นด้วยตู้ Chocolate Bon Bon หลายสีสัน


เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะได้กลิ่นหอมอบอวลของช็อกโกแลต และเมล็ดกาแฟหอมกรุ่น พร้อมด้วยที่นั่งเล็ก ๆ ที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายในโทนสีขาว สบายตา ส่วนด้านบนเคาน์เตอร์ ตลอดจนชั้นวางรอบ ๆ ตัวร้านจะมีผลิตภัณฑ์จากช็อกโกแลต, เมล็ดกาแฟวางขายอยู่หลายรูปแบบ เมื่อบวกกับเมนูของว่างและเครื่องดื่มที่ถูกครีเอทหน้าตา ผ่านการสร้างสรรค์รสชาติจากมือเชฟเจ้าของร้านเองด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้ร้านนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนต้องหาโอกาสเข้ามาลองให้ได้สักครั้ง


สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านจะอยู่ที่กาแฟและช็อกโกแลต รวมถึงเค้กโฮมเมดสไตล์ฝรั่งเศส อย่าง Single Origin Hot Chocolate (175 บาท), Chocolate Bon Bon (350 บาท) และ Triple Chocolate Bar (190 บาท) ที่ตกแต่งมาน่ารับประทาน เมื่อได้ชิมแล้วก็สัมผัสได้ถึงรสชาติที่เข้มข้นของวัตถุดิบ ตามสไตล์โฮมเมดไปแบบเต็ม ๆ คำ



เวลาเปิด-ปิด : Everyday 9AM - 7PM

โทร : 09-4962-9898

ที่อยู่ : 19 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

ราคา : 101-300 บาท/คน

Facebook : SARATH N. CHOCOLATIER


Konchong Konprung (คนชง คนปรุง) | Thai - Chinese Food

หากใครกำลังตามหาร้านอาหารไทยสไตล์จีนอยู่ล่ะก็...ไม่ต้องดั้นด้นไปถึงเยาวราช เพราะใกล้กับ BTS สะพานควายก็มีร้านอาหารน่าลองที่อยากแนะนำกันอยู่หนึ่งร้าน นั่นก็คือ Konchong Konprung (คนชง คนปรุง) ร้านอาหารไทย แต่กลับตกแต่งมาในสไตล์จีนจ๋า พร้อมยกเสิร์ฟอาหารแสนอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Thai-Chiness Comfort food’ ที่ให้ทั้งความอร่อย และบรรยากาศดี ๆ ร่วมสมัย


อุตส่าห์ให้กลิ่นอายความเป็น Chinese style กันมาตั้งแต่บรรยากาศและการตกแต่งร้านขนาดนี้ เมนูที่แนะนำจึงเป็นอาหารฟิวชั่นที่ผสมกลิ่นอายแบบจีน ๆ อย่าง ต้มกะหล่ำปลีเห็ดหอมกระดูกแก้ว (140 บาท) ที่พอได้ทานคู่กับข้าวผัดหนำเลี๊ยบหมูสับ (150 บาท) ก็ต้องขอรับประกันความกลมกล่อมและเข้ากันดี



เวลาเปิด-ปิด : 11AM - 9PM (ปิดวันอังคาร)

โทร : 09-7251-8178

ที่อยู่ : 109 อินทามระ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

ราคา : 301-500 บาทต่อคน

Facebook : Konchong Konprung - คนชง คนปรุง




• ประดิพัทธ์

จากถนนสุทธิสารวินิจฉัยเดินขึ้นสะพานลอยข้ามสี่แยกสะพานควายไปอีกฝั่ง จะพบกับถนนอีกหนึ่งสายที่เชื่อมกับถนนพหลโยธิน เพื่อใช้มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนพระรามที่ 6 นั่นก็คือ ‘ถนนประดิพัทธ์’ ถนนที่ขึ้นชื่อเรื่องของกิน นับเป็นย่านเพื่อนบ้านที่ช่วยให้สะพานควายมีความครื้นเครง ลบภาพสถานีทางผ่านไปได้เลย


‘ประดิพัทธ์’ เห็นชื่อไทยจ๋าขนาดนี้ แต่ที่นี่กลับไม่ได้มีดีแค่การเป็นถนนดั้งเดิม หรือเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงแรมเก่าแก่ เพราะอยู่ไม่ไกลจากดอนเมืองเท่านั้น แต่บรรยากาศในย่านนี้ยังมีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ดึงดูดให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หลั่งไหลเข้ามาอยู่อาศัยและท่องเที่ยวมากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสะดวกสบาย ซึ่งมีผลมาจากการตัดผ่านของรถไฟฟ้า กับแหล่งไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hostel สไตล์เท่, ร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ หรือคาเฟ่น่านั่งด้วยแล้ว ก็ยิ่งช่วยเติมเต็มให้ถนนเส้นนี้กลายเป็น HUB ที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ


แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างร้านอาหารขึ้นชื่อของย่านประดิพัทธ์ ก็ต้องนี่เลย! Dalad ร้านอาหารชื่อดังสัญชาติเวียดนาม ที่ตั้งอยู่ในซอยประดิพัทธ์ 19 ซึ่งเดิมทีร้านนี้เคยเป็นร้านดังในซอยอารีย์ 4 มาก่อน แต่ปัจจุบันได้ย้ายมาเปิดในย่านสะพานควายแทน เพื่อเอาใจคนรักสุขภาพ อยากดูแลรักษาหุ่นด้วยการเลือกรับประทานเมนูผักสมุนไพร ต้นตำรับจากเมืองเว้ ประเทศเวียดนามนั่นเอง


เวลาเปิด-ปิด : Everyday 11AM - 10PM

โทร : 0-2271-2109

ที่อยู่ : 195 ซอยประดิพัทธ์ 19 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

Facebook : Dalad Restaurant



หรือถ้าใครอยากจะย้อนวันวานผ่านเสียงเพลง ใกล้ ๆ กับร้าน Dalad ก็มี ‘ร้านแผ่นเสียง’ ร้านขายแผ่นเสียงหลากหลายยุค ที่เพียงแค่เราเปิดประตูเข้าไป ก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับสู่อดีต ผ่านทางเสียงดนตรีเก่า ๆ คลาสสิก โดยราคาเริ่มต้นของแผ่นเสียงร้านนี้จะอยู่ที่ประมาณ 400 บาท (สำหรับแผ่นมือสอง) หากใครที่เป็นสายอนุรักษ์ของเก่า แนะนำว่าต้องลองมาสักครั้ง เผื่อจะได้แผ่นเสียงที่ถูกใจติดไม้ติดมือกลับไปก็ได้

เวลาเปิด-ปิด : Everyday 10.30AM - 10PM

โทร : 086-666-8768

ที่อยู่ : ซอยประดิพัทธ์ 19 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

Facebook : ร้านแผ่นเสียง By Boyd


ฟังเพลงผ่อนคลายอารมณ์กันไปแล้ว ก็ขอย้อนกลับมาหาของอร่อย รสชาติดีทานกันอีกหนที่ ‘Raan-Keng’ ร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่นแนวบ้านสวน ที่ชูจุดเด่นเป็นอาหารสไตล์ฟิวชั่นที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยการจับเอาอาหารญี่ปุ่นที่เจ้าของร้านชื่นชอบ มารวมกับอาหารอีสานบ้านเรา จนเกิดเป็นเมนู A la carte หลากหลายรูปแบบ


ร้าน ‘Raan-Keng’ ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ดูสบายตาด้วยโทนสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์ไม้ซึ่งเป็นตัวเอกของร้าน ให้เราสามารถเลือกมุมนั่งเล่นได้ทั้งด้านใน และนอกบ้าน


พอได้ที่นั่งเหมาะ ๆ ก็ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของอาหารฟิวชั่น ที่ผสมผสานอาหารอีสานเข้ากับอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะ ซึ่งทางร้านได้จัดมาเป็นเซ็ตน่ารับประทาน สำหรับเมนูยอดฮิตของที่นี่จะเป็น ‘กุ้งเทมปุระอัญชัน (189 บาท)’ กุ้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นที่แฝงความเป็นไทย และซิกเนเจอร์ของร้านไว้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเนื้อย่าง และน้ำสมุนไพรต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้การรับประทานอาหารมื้อนี้ดียิ่งขึ้น


เวลาเปิด-ปิด : 12AM - 10PM (ปิดทุกวันจันทร์)

โทร : 0-2279-1555

ที่อยู่ : ซอยประดิพัทธ์ 14 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

Facebook : Raan-Keng 


ใช้ชีวิตท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ กับร้าน ‘บันยากาศ’ ร้านอาหารไทยคอนเซ็ปต์ Food Art & Craft ที่ประยุกต์เอางานศิลปะมาจับคู่กับเมนูอาหาร ดูเข้ากันดีกับบรยากาศร่มรื่นของร้าน ที่มีต้นไม้รายล้อมบ้านหลังใหญ่สีขาวสะอาดตา ซึ่งอยู่คู่ซอยประดิพัทธ์ 10 มาเนิ่นนาน พร้อมด้วยพื้นที่นั่งเล่นทั้งแบบ Indoor และ Outdoor หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งริมบ่อบัว, โซน Glass House หรือจะนั่งตากแอร์ให้เย็นฉ่ำภายในบ้านก็เลือกได้ตามใจชอบ


ย่นระยะห่างระหว่างอดีตกับปัจจุบันให้ใกล้กันมากขึ้น ด้วยกลิ่นอายการตกแต่งแนววินเทจย้อนยุค ที่ได้จากการ Mix & Match ของสะสมกับเฟอร์นิเจอร์ทั้งเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับคนที่อยากพาครอบครัว, เพื่อน หรือคนรักมาจัดงานเลี้ยง หรือรับประทานอาหารกลางวันแบบมีคลาสร่วมกัน


เปลี่ยนอาหารมื้อเดิม ๆ ให้มีเรื่องราวน่าสนใจขึ้น ด้วยการเลือกวัตถุดิบและตกแต่งจานมาอย่างดี ที่จะช่วยเปิดประสาทสัมผัสการรับรู้ ให้เราสามารถเสพงานศิลป์ชิ้นนี้ได้ด้วยตา ไปพร้อม ๆ กับการลิ้มรสรสชาติของอาหารแสนอร่อย โดยเมนูที่จะมาแนะนำกันในวันนี้ จะเป็นของทานเล่นประเภทของหวาน อย่าง ‘ดาร์กช็อก เชอร์รี่ทาร์ต (195 บาท)’ ที่เสิร์ฟพร้อม ‘น้ำมะนาวโซดา (95 บาท)’ และ ‘Love Potion (165 บาท)’ ที่ถูกออกแบบรสชาติให้นุ่มนวล หอมหวานคล้ายกลิ่นน้ำหอมคุณผู้หญิง



เวลาเปิด-ปิด : 11.30AM - 10.30PM (ปิดทุกวันจันทร์)

โทร : 0-2279-1113

ที่อยู่ : 5 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

Facebook : Ban ya kaad


500 M | Everyday Life

กระชับพื้นที่ให้ใกล้กันมากที่สุด ด้วยการจำลองการใช้ชีวิตรอบสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย ในรัศมี 500 เมตร ซึ่งถ้าเปรียบเทียบ ‘ถนนประดิพัทธ์’ กับ ‘ถนนสุทธิสารวินิจฉัย’ เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ในวันพิเศษแล้วละก็ การใช้ชีวิตบนถนนพหลโยธินใกล้กับตัวสถานีรถไฟฟ้า ก็คงไม่ต่างจากการเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ชีวิตได้ในทุก ๆ วัน


Shopping เพลินๆ ที่ Big C สะพานควาย

ถ้าให้พูดถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ใกล้ที่สุด เห็นทีจะเป็นห้างสรรพสินค้า ‘Big C ซุปเปอร์เซ็นเตอร์’ แลนด์มาร์ก ที่ทำหน้าที่เสมือนจุดนัดพบ และแหล่งชอปปิงของคนย่านสะพานควายนั่นเอง


นอกจากจะเดินเข้าไปตากแอร์เลือกซื้อสินค้าเย็น ๆ กันในห้างฯ แล้ว บริเวณด้านหน้าห้าง Big C ยังมีอีเวนต์จัดซุ้มขายของ ทั้งเสื้อผ้า, ของใช้ และอาหารต่าง ๆ ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเลิกงานเวลาไหน เช้า-สาย-บ่าย-ค่ำ ก็มีแหล่งของกินเปิดให้บริการอยู่เสมอ


หายห่วงเรื่องสุขภาพด้วยสถานพยาบาลชั้นนำ

เรื่องปากท้องว่าสำคัญแล้ว เรื่องสุขภาพยิ่งต้องใส่ใจมากกว่า ซึ่งในย่านสะพานควายใกล้ ๆ กับสถานี BTS ก็มีโรงพยาบาลชั้นนำอย่าง โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน เปิดให้บริการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เราจึงมั่นใจได้ว่า ถ้าเข้ามาอยู่อาศัยในย่านนี้เมื่อไร ก็สบายใจหายห่วง อยู่ใกล้มือหมอแน่นอน


สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ครบครันในทุกก้าวเดิน

อาจพูดได้ว่า ‘สะพานควาย’ เป็นดั่งย่านที่ขยับเอาทุกอย่างมาไว้ใกล้กัน เพียงไม่กี่ก้าวเดินจริง ๆ เพราะแค่เดินลงมาจากสถานีรถไฟฟ้า ก็มีทั้งโรงพยาบาล, ร้านค้า, ไปรษณีย์, ธนาคาร รวมถึงห้างสรรพสินค้าไว้คอยรองรับความต้องการครบหมดแล้ว


หรือถ้าใครอยากลองเสพความ Local ดูบ้าง ถัดจากสถานี BTS สะพานควายไปเล็กน้อย จะมีซอยวัดไผ่ตัน ซอยที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารแนว Street Food ในราคาเบา ๆ แต่เราจะได้ปริมาณและความอร่อยกลับมาแบบจัดหนัก จัดเต็ม


นอกจากร้านอาหารสไตล์ชาวบ้านแล้ว ภายในซอยนี้ก็ยังมีคาเฟ่เล็ก ๆ น่ารัก กระจายตัวอยู่หลายจุด แต่ที่น่าสนใจ สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ ตั้งเเต่ต้นซอย คงหนีไม่พ้นร้าน Catnip คาเฟ่ที่ตกแต่งสร้างกิมมิกเป็นแมวน้อยน่ารัก ทั้งฟิกเกอร์และวอลเปเปอร์สวย ๆ แถมที่ร้านยังมีน้องแมวตัวอ้วนให้เราได้เข้าไปเล่นด้วย สำหรับใครที่ว่างจนไม่รู้จะไปไหนดี ก็อาจลองแวะมาเล่นกับแมว ดื่มสมูตตี้ให้เย็นชื่นใจ ซึ่งต้องบอกเลยว่า อร่อยใช้ได้ทีเดียว


0 M | THIS IS MY LIFE

แนบชิดให้ชีวิตสะดวกที่สุดกับ “การอยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า BTS สะพานควายในระยะ 0 เมตร” ที่ปัจจุบัน ทำเลใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าถือเป็นทำเลฮอตที่หาได้ยากมากแล้ว โดยเฉพาะสถานีสะพานควาย ที่หากมองในแง่ลงทุน ทุกวันนี้ราคาคอนโดในย่านนี้จะมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ และจะยังคงมีมูลค่าต่อไปอีก แต่ถ้าหันมามองเพื่อการอยู่อาศัยการได้อยู่ติดรถไฟฟ้า 0 เมตรนั้น ไม่ว่าคุณจะต้องการไปที่ไหนในกรุงเทพฯ ทั้งแหล่งชอปปิงชั้นนำ อย่าง สยาม, พารากอน หรือเซ็นทรัล เวิร์ล ก็เสมือนว่าที่เหล่านั้นอยู่หน้าบ้านคุณเอง เพียงแค่ก้าวขาขึ้นรถไฟฟ้าเท่านั้น


ซึ่งถ้าจะให้ ESTO ช่วยแนะนำคอนโดใกล้ BTS สะพานควายแบบสุด ๆ ในเวลานี้ ก็คงเป็นคอนโดใหม่ภายใต้แบรนด์ IDEO อย่าง Ideo Q Phahol-Saphankwai จากแบรนด์ ANANDA มาพร้อมกับทำเลที่ตั้งโครงการที่อยู่ ‘ใกล้’ รถไฟฟ้ามากกว่าโครงการไหน ๆ ด้วยระยะเดินจากตัวโครงการถึงทางขึ้นสถานีเพียง 0 เมตร


จากตำแหน่งที่ตั้งโครงการ Ideo Q Phahol-Saphankwai จะเห็นว่า...ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ส่วนตัว เพราะอยู่ในจุดที่ใกล้กับ ‘สี่แยกสะพานควาย’ ซึ่งเป็นจุดตัดกับถนนพหลโยธินที่สามารถเชื่อมไปถึงถนนกำแพงเพชร เพื่อขับเข้าสู่ถนนพระราม 6 หรือจะขับตรงไปทางอารีย์ เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วจะวิ่งต่อไปยังตัวเมือง หรือออกนอกเมืองก็ทำได้สบายๆ


ขณะเดียวกันถนนรองอย่าง ‘ถนนสุทธิสารวินิจฉัย’ ก็ใช้วิ่งออกไปยังถนนรัชดาภิเษก และถนนประดิพัทธ์ อันเงียบสงบ เพื่อใช้หลีกเลี่ยงรถติด ก่อนจะเชื่อมไปยังถนนพระราม 6 ได้เช่นเดียวกัน


ข้อมูลโครงการ Ideo Q Phahol-Saphankwai

ชื่อโครงการ : Ideo Q Phahol-Saphankwai

ผู้พัฒนา : Ananda Development

ขนาดพื้นที่ : 5-3-69.5 ไร่

ลักษณะอาคาร : สูง 39 ชั้น

จำนวนยูนิตพักอาศัย : 1,114 ยูนิต

  • Terra 396 ยูนิต
  • Luna 287 ยูนิต
  • Sol 431 ยูนิต

จำนวนยูนิตเพื่อการพาณิชย์ : 5 ยูนิต

พื้นที่จอดรถ : 546 คัน

  • Visitor Parking 6 คัน
  • EV charger 2 คัน

จำนวนลิฟต์ : อาคารละ 2 ตัว และ Fireman Lift 1 ตัว

พื้นที่ส่วนกลาง :

  • Ground floor : Lobby, Mail Room, Meeting room, Property Management, WC.,Car Park, Garden, Retails Shop
  • 2nd-5th floor : Car Park, Garden
  • 6th floor : Residential Units, Garden, Swimming Pool, Shallow Pool, Kids Pool, Hydrotherapy Pool, Hot Spring Bath, Cold Bath, Social House, Laundry, Climbing Wall, Fitness, Male Changing room, WC., Steam and Sauna Room, Female Changing room, WC., Steam and Sauna Room
  • 7th floor : Residential Units, Social House, Bike Simulator, Weight Training Studio
  • 8th floor : Residential Units, Play House
  • 39th floor : Residential Units, Garden, Sky Lounge, WC., Sunset Sky, Startarium


จากย่านที่ไม่คุ้นเคย...กลายเป็นทำเลที่ทำให้เราใกล้ชิดกับชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น สำหรับใครที่อยากเข้าไปทำความรู้จักย่านนี้ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเปิดประสบการณ์ที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ติด BTS สะพานควาย ก็สามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษเกี่ยวกับโครงการได้ก่อนใครที่ : คลิกลงทะเบียนรับสิทธิประโยชน์


พบกับประสบการณ์การอยู่อาศัยติดรถไฟฟ้า 0 เมตร
ที่จะทำให้จังหวะชีวิตของคุณ 'ใกล้' กว่าเคย



เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO / LOL - Living Out Loud

Living Out Loud : รีวิวคอนโด Chateau in Town จรัญสนิทวงศ์ 96/2