รูปบทความ 7-Days-in-JATUJAK-เดินทางหาความสุข-ใกล้รถไฟฟ้า-จตุจักร-กำแพงเพชร

7 Days in JATUJAK : เดินทางหาความสุขที่ ‘จตุจักร’ HUB แห่งศักยภาพและไลฟ์สไตล์ ที่จะทำให้คุณ ‘พิเศษ’ ขึ้นทุกวัน

เมื่อ ‘จตุจักร’ ไม่ใช่แค่ชื่อของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ หรือตลาดนัด Shopping Mall ที่รู้จักกันไปทั่วโลก แต่ทุก ๆ กิโลเมตร ทุก ๆ จังหวะที่ก้าวเดินอยู่บนทำเลแห่งนี้ เราจะได้พบเจอกับความพิเศษซึ่งเป็นเอกลักษณ์ซ่อนอยู่มากมาย ที่ไม่ว่าใครก็สามารถมีความสุขกับการใช้ชีวิตได้ทุกวัน ไม่เว้นแม้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์


และหากใครพอจะมีเวลาว่าง เราก็อยากจะขอชวนกันมาร่วมเดินทางไปกับ ESTO ให้ตลอดทั้งอาทิตย์นี้กลายเป็นความทรงจำที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป…



Monday-Tuesday : เริ่มสัปดาห์ที่ราบรื่น ด้วยการเดินทางที่เชื่อมต่อทุกมุมเมือง

ถ้าให้เรามาเยือน ‘จตุจักร’ การเดินทางแรกที่แว้บเข้ามาในความคิดคงจะเป็น ‘BTS หมอชิต’ ไม่ก็ ‘MRT สวนจตุจักร’ รูปแบบการคมนาคมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของคนเมืองทั่วสารทิศ ซึ่งทั้ง 2 สถานีก็ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิต ให้เราก้าวเดินไปได้อย่างสะดวกสบาย


ใครก็อยากเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความสดใส โดยเฉพาะการเดินทางไปทำงานในเช้าวันจันทร์ ที่เราไม่ต้องคอยกังวลใจเรื่องปัญหารถติด เพราะในย่านจตุจักรเองก็มีตัวเลือกให้คุณเดินทางได้หลากหลาย ตั้งแต่รถไฟฟ้า MRT - BTS, วินมอเตอร์ไซต์, รถตู้-รถโดยสารประจำทาง ตลอดจนรถยนต์ส่วนตัว ที่มีถนนหลักสายสำคัญให้เราวิ่งเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกราบรื่น ตลอดทั้งเส้นทาง


อีกทั้งจตุจักรยังเป็นแหล่งงานจุดใหญ่ รวมถึงสถานที่สำคัญอีกมากมาย ที่แค่เอ่ยชื่อออกมาก็ร้องอ๋อในใจอย่าง ‘บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)’ และ ‘ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ (TMB)’ ที่ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ส่วนภายในซอยพหลโยธิน 18/1 ที่อยู่ถัดจากสถานีรถไฟฟ้าไปไม่กี่ร้อยเมตร ก็ยังมี ‘สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7’ และ ‘Media Studio (มีเดีย สตูดิโอ)’ ตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน


เมื่อเดินทางเข้าไปด้านในซอย เราจะเจอบรรยากาศที่ค่อนข้างอบอุ่น ผสมกับความคึกครื้นได้อย่างลงตัว อีกทั้งซอยพหลโยธิน 18/1 นี้ยังเป็นทางลัดเชื่อมต่อกับถนนวิภาวดีรังสิต สามารถออกได้ทั้งซอยวิภาวดี 3 และ 5 ส่วนใครที่ต้องการความสะดวก อยากกระชับเวลายิ่งขึ้นก็แนะนำให้ขึ้นไปใช้ทางยกระดับอุตราภิมุข ตรงด่านสุทธิสารได้เลย


และต้องบอกว่า… ทางฝั่งวิภาวดีรังสิตก็ไม่น้อยหน้าฝั่งพหลโยธินเลย เพราะตลอดการเดินทางของเราจะพบเห็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์, สถานีโทรทัศน์ PPTV, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และอาคารแสงโสม เป็นต้น


จากซอยวิภาวดี 3 ตรงขึ้นไปอีกเล็กน้อย ก็เจอกับ ‘ห้าแยกลาดพร้าว’ ศูนย์รวมความเจริญอีกรูปแบบหนึ่งของย่านจตุจักร ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนได้ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นที่ตั้งของสถานที่ทำงานระดับประเทศ อย่าง ‘กระทรวงพลังงาน (Ministry of Energy)’ หรือ ‘กลุ่มบริษัท ปตท. สำนักงานใหญ่ (PTT Head Office)’ เท่านั้น


ส่วนฝั่งตรงข้ามที่ห่างกันเพียงแค่ถนน 8 เลนก็ยังมี ‘Centara Grand at Central Plaza Ladprao Bangkok’ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวในเครือเซ็นทรัล และ ‘โรงเรียนหอวัง’ ตั้งอยู่ด้วย


สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปยัง ‘โซนดอนเมือง-รังสิต หรือสุทธิสาร-ดินแดง’ ตรงบริเวณนี้ก็มีทางขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมือง โทลล์เวย์) ด่านลาดพร้าว ให้ขึ้นอีกหนึ่งจุด


และหากขับไปทางถนนกำแพงเพชร ก็จะเจอจุดขึ้น-ลงทางด่วนอีก 2 จุดด้วยกัน ได้แก่ ทางพิเศษศรีรัชและทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก 


นอกจากนี้ ในปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีเขียว "สถานีห้าแยกลาดพร้าว” ก็ได้เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว โดยตัวสถานีจะตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า ‘เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว’ ทำให้เราใช้เวลาเดินทางข้ามห้าแยกลาดพร้าวน้อยลงค่อนข้างมาก แถมยังไม่ต้องเสียเวลาต่อรถ เปลี่ยนสายให้ยุ่งยาก


เอาเป็นว่า… อกจาก ‘จตุจักร’ จะเป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่เดินทางไปไหนก็ง่ายแล้ว โซนนี้ยังเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ของคนทุกระดับ ตั้งแต่วัยเรียน, วัยทำงานไปจนถึงทุกคนในครอบครัวอีกด้วย




Wednesday - Thursday : Refresh ร่างกายด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อใจ


ช่วงกลางสัปดาห์ประมาณวันพุธ-วันพฤหัสบดี ดูจะเป็นช่วงที่ร่างกายและจิตใจเริ่มอ่อนล้า จนอยากหากิจกรรม หรืออะไรมาช่วยฟื้นฟูเสียหน่อย ซึ่งไหน ๆ เราก็ได้ขึ้นรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีห้าแยกลาดพร้าวแล้ว ก็ขอเวลาเข้าไปเดินเล่นใน ‘เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว’ ศูนย์การค้าประจำพื้นที่ที่รวบรวมร้านค้า, ร้านอาหาร และเคาน์เตอร์แบรนด์ไว้มากมาย


แค่ผ่านทางเชื่อมที่ตัวสถานีเข้ามา เราก็จะเจอ Shop ร้านค้าหลากหลายแบรนด์ มีทั้งแบรนด์สินค้าแฟชันและกีฬา, เคาน์เตอร์บาร์กาแฟและคราฟต์เบียร์ รวมถึงอีเวนต์งาน Sale ต่าง ๆ ที่จัดมาให้ทุกคนได้ชอปกันแบบเพลิน ๆ


แต่ละชั้นล้วนเต็มไปด้วยร้านค้าหลากสไตล์ ไม่ว่าจะสาย Minimal, Working Look หรือ Korea Style ก็มีให้เลือกให้ลองกันตลอดทั้งวัน หากเลิกงานแล้วไม่รู้จะไปที่ไหนดี ก็ลองแวะเข้ามาที่นี่ก่อนกลับห้องได้


หรือใครอยาก Boot ร่างกายให้กลับมาสดชื่นด้วยสารอาหารดี ๆ มีประโยชน์ เราก็มีร้านทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพมาแนะนำ ตั้งอยู่บริเวณปากซอยวิภาวีรังสิต 3 คุณจึงสามารถแวะมาดูสินค้าต่าง ๆ ได้สะดวก ว่าแล้วก็เปิดประตูร้าน ‘All Plant All Food’ เข้าไปกันเลยดีกว่า


คราวนี้เรากไม่ต้องรู้สึกผิดเวลากินขนมหวานแล้ว เพราะภายในร้านได้รวบรวบสินค้าเพื่อสุขภาพไว้หลากหลาย ทั้งอาหาร, เบเกอร์รี, ขนมทานเล่น รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน อย่าง ครีมทาหน้า, โลชั่นบำรุงผิว หรือยาสระผมที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ


ทั้งยังมีมุมเครื่องดื่มให้เราสั่งมาทานที่โต๊ะกันได้ด้วย เหมาะจะแวะมานั่งผ่อนคลายหาอะไรรองท้องเบา ๆ ในช่วงเย็น หรือจะเลือกหาของอร่อย และมีประโยชน์ไว้ทานก่อนออกไปทำงานก็ได้เช่นกัน เพราะร้าน All Plants All Foods นี้ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07:30 - 20:00 น. แถมยังอยู่ในย่านที่พักอาศัย และออฟฟิศที่ทำงานต่าง ๆ ด้วย




Friday : Have A Nice Day Everyday สุขได้ทุกวันศุกร

เชื่อว่าใคร ๆ ก็รอเวลาให้ถึงเย็นวันศุกร์เสียที ซึ่งในซอยพหลโยธิน 18/1 แยก 3 เองก็มีร้านอาหารกึ่งบาร์ ให้เราชวนเพื่อนมาปาร์ตี้สังสรรค์ หรือพาครอบครัวมานั่ง Chill out กันได้ง่าย ๆ เหมือนที่ ESTO กำลังจะพาทุกคนไปนั่งฟังดนตรีสดด้วยกันที่ร้าน 6 Six degrees of separation นั่นเอง


ปลดปล่อยความเครียดทั้งสัปดาห์ทิ้งไปกับเสียงเพลง และแสงไฟสลัว แล้วจึงมาเพลิดเพลินกับบรรยากาศสบาย ๆ ที่ให้เราได้หัวเราะพูดคุยกับคนสำคัญในค่ำคืนนี้ ซึ่งที่ร้านจะแบ่งที่นั่งออกเป็น 2 โซน มีทั้งส่วน Indoor ในห้องกระจกกับดนตรีสดเคล้าเสียงกีต้าร์ และ Outdoor ในสวนพร้อมมีลมเย็น ๆ และไฟประดับคอยอยู่เป็นเพื่อน


สร้างช่วงเวลาดี ๆ ให้สมบูรณ์ขึ้นอีกนิด ด้วยเมนูพิเศษอย่าง สเต็กหมูรสชาติถึงเครื่องพริกไทยดำ ที่เสิร์ฟมาในจานวางคู่กับผักสลัดสด และเฟรนด์ฟรายทอดกรอบ ๆ เนื้อหมูชิ้นหนาชุ่มซอส สุกกำลังดี ทำให้เวลาทานไม่เหนียว หรือแห้งจนเกินไป ไม่ว่าจะทานคนเดียวหรือแบ่งกันสองคนก็อิ่ม


ส่วนคนไหนที่อยากได้อาหารมาทานแกล้มสเต็กก็ต้องนี่เลย ‘สลัดญี่ปุ่น’ เมนูสุดเฮล์ตตี้ที่ทางร้าน Recommenced จัดเต็มด้วย Topping หลากหลายครบ 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นผักสดกรอบ, กุ้งตัวโต และปูอัดแป้งน้อย ก่อนจะราดด้วยน้ำสลัดครีมญี่ปุ่นรสดี แค่จิ้มนิด ๆ ก็อร่อยแล้ว


จานต่อมาเป็นเมนูฟิวชันสไตล์ไทย ที่จะสั่งทานกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือทานเล่นเป็นกับแกล้มก็ดีอย่าง ‘แซลมอนพริกเกลือ’ เนื้อแซลมอนหั่นเต๋าทอดจนเหลืองสวย ก่อนจะนำผัดในกระทะ คลุกเคล้าด้วยพริก, เกลือ, กระเทียมจนส่งกลิ่นหอม พร้อมยกเสิร์ฟ

ถึงแม้อาหารจานหลักจะจบลงไปแล้ว แต่เสียงเพลงเพราะ ๆ ก็ยังคงดำเนินต่อไป และยิ่งถ้าได้เครื่องดื่มแก้วโปรดมาช่วยเพิ่มบรรยากาศ ให้ทุกคนมีความสุขไปด้วยกันจนถึงเที่ยงคืน... ก็คงจะดีไม่น้อย




Saturday : Go Green ออกไปเจอโลกอีกใบ ใกล้ชิดพื้นที่สีเขียวถึง 3 สวน


หลังจากที่ต้องเผชิญกับป่าคอนกรีตมาตลอด 5 วันทำงาน งั้นลองเปลี่ยนชีวิตวันเสาร์ให้ Slow And Good Life ด้วยการพาตัวเองขยับเข้าไปใกล้กับธรรมชาติมากขึ้นด้วย 3 สวนสาธารณะที่เป็นเหมือนโอเอซิสกลางเมืองใหญ่ อย่าง สวนจตุจักร, สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสวนวชิรเบญจทัศ ที่มีพื้นที่สีเขียวรวมกันกว่า 726 ไร่ ซึ่งคงจะดีไม่น้อย... ถ้าหากเราหันไปทางไหนก็จะเจอแต่ภาพต้นไม้ ใบหญ้าคอยช่วยฟื้นฟูร่างกาย และจิตใจในช่วงวันหยุดนี้


ถ้าเบื่อกับการเดินบนฟุตปาธที่เต็มไปด้วยละอองฝุ่นควันแล้ว ลองตื่นเช้าไปวิ่งที่ ‘สวนจตุจักร’ ดูบ้าง เผื่อจะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้นด้วยร่มเงาไม้ และอากาศบริสุทธิ์ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่สีเขียวขนาด 196 ไร่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่อยากเดิน วิ่ง หรือนั่งชิลล์ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ที่เหมาะแก่การผ่อนคลายอย่างแท้จริง


สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ


นอกจากสวนจตุจักรที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางย่านแล้ว บนทำเลจตุจักรก็ยังมีปอดสำคัญที่ช่วยผลิตอากาศบริสุทธิ์ให้เราอีกถึง 2 แห่งด้วยกัน ได้แก่ ‘สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ’ ที่อุดมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ คอยแต่งแต้ม สร้างสีสันภายใต้แนวคิดการเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์กว่า 155 ไร่


สวนวชิรเบญจทัศ หรือ สวนรถไฟ

ส่วนอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่มีคุณค่าทางจิตใจของคนเมืองไม่แพ้กัน ก็คือ ‘สวนวชิรเบญจทัศ’ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อของ ‘สวนรถไฟ’ สวนสาธารณะที่ถูกสร้าง และออกแบบด้วยแนวคิดที่ต้องการให้พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 375 ไร่ กลายเป็นสวนแห่งครอบครัวนั่นเอง


โดยภายในจะมีกิจกรรม และสถานที่ให้เราเพลิดเพลินกันไม่รู้เบื่อ เริ่มด้วยการปั่นจักรยานเล่นรอบสวน ซึ่งที่นี่ก็จะมีเส้นทางจักรยานวิบากยาวกว่า 3,020 เมตร ไว้ให้เหล่านักปั่นจักรยานเสือภูเขาได้มาฝึกกำลังขา เรียกเหงื่อกันเล่น ๆ


นอกจากนี้ก็ยังมีสนามฟุตซอล, สนามบาสเก็ตบอล, สนามเทนนิส, สนามไดร์ฟกอล์ฟ, สนามเด็กเล่น และอุทยานผีเสื้อให้แวะเข้าไปสนุกกัน หรือถ้าหิวเมื่อไรก็แค่ไปที่ด้านหลังสวน ใกล้กับจุดเช่าจักรยานจะมีร้านอาหารคอยต้อนรับมากมาย นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทุกคนในครอบครัวเหมาะจะมาใช้เวลาว่างร่วมกันจริง ๆ


ส่วนใครที่กำลังหาสถานที่หลบร้อน ไว้พักทั้งกายและใจ ภายในสวนรถไฟเองก็มี ‘สวนโมกข์กรุงเทพ’ ธรรมสถานสไตล์โมเดิร์นสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ที่จะทำให้เรารู้สึกนิ่งสงบทุกครั้งที่ได้เข้ามา


และด้วยวัตถุประสงค์หนึ่งที่ต้องการให้ทุกคนเข้าใจถึงเนื้อหาคำสอนของท่านพุทธทาสได้ง่ายขึ้น ภายในสวนโมกข์กรุงเทพ จึงมีกิจกรรมและแหล่งเรียนรู้หลากหลาย ทั้งเชิงปฎิบัติและทฤษฎี อย่างที่อ.พุทธทาสได้เคยนิยามไว้ว่า… โรงมหรสพทางวิญญาณ 

บรรยากาศด้านในทั้งเงียบสงบและเย็นสบาย ช่วยผ่อนคลายความเครียดตลอดทั้งสัปดาห์ให้เบาลงได้เป็นอย่างดี


‘ห้องหนังสือและสื่อธรรม’ ก็เป็นอีกส่วนที่น่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่มองเห็นความสำคัญ แต่ที่นี่ยังต้อนรับผู้คนหลากหลายสังคมโดยไม่แบ่งแยก และทางสวนโมกข์กรุงเทพก็ได้มีการปรับปรุง รวมถึงพัฒนาพื้นที่ให้มีความทันสมัยขึ้น มองดูแล้วก็คล้าย Co-Working Space สำหรับคนที่สนใจวิถีธรรม ให้เข้ามาฝึกสมาธิ, นั่งอ่านหนังสือ หรือผ่อนคลายจิตใจภายใต้บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง


ซึ่งบางอาทิตย์ ภายในสวนโมกข์ก็ยังมีการจัดกิจกรรม และนิทรรศการเกี่ยวกับปรัชญาทางศาสนา รวมถึงแนวทางการใช้ชีวิตให้ผู้ที่สนใจได้มาเข้าร่วม เสมือนเป็นศูนย์รวมความสงบทางใจ กลางเมืองหลวง...


หากใครอยากลองเปลี่ยนความรู้สึกของชีวิตวันเสาร์ ที่เคยมีสีสันฉูดฉาดให้กลายเป็นสีขาวสงบ ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยธรรมชาติ ก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมกันได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 18.00 น.


หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09:00 - 18:00 น.

ติดต่อ : 02 936 2800

เว็บไซต์ : www.bia.or.th 


เรื่อยไปจนเข้าช่วงเย็นย่ำค่ำก็ได้เวลาที่เหมาะแก่การเดินชอปต่อที่ ‘ตลาดนัดจตุจักร หรือ JJ Market’ แหล่งชอปขวัญใจคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่หากใครผ่านมาแถวนี้ก็ต้องเคยเข้าไปเดินเล่นสักครั้ง โดยภายในตลาดจะแบ่งออกเป็นหลากโซน หลายสินค้าให้เราเลือกซื้อ เลือกหาเสื้อผ้า, สินค้าแฟชั่น หรือข้าวของเครื่องใช้ได้แบบมีร้อยหมดร้อย มีพันหมดพันกันเลยทีเดียว ส่วนใครที่มาวันอื่น ๆ ก็จะมีตลาดต้นไม้, โซนสัตว์เลี้ยง รวมถึงคาเฟ่ และ Street Food ด้วยเหมือนกัน




Sunday : You is like a ray of sunshine

ปลุกตัวเองให้สดใสด้วยสไตล์ที่เป็นตัวเอง


จวบจนถึงวันอาทิตย์ ก็ยังมีอะไรให้เราทำอีกมากมายในทำเลจตุจักร แต่หลังจากที่ไปวิ่งในสวน และเดินชอปที่ตลาดนัดจตุจักรมาแล้ว วันนี้ ESTO เลยขอปลุกทุกคนให้ออกไปจับจ่าย ซื้อของที่ตลาดสดกันบ้างดีกว่า โดยตลาดที่จะพาไปก็อยู่ไม่ไกลจากโซนสวนจตุจักรสักเท่าไร นั่นก็คือ ‘ตลาดอ.ต.ก’ นี่เอง


ซึ่งความพิเศษของตลาดแห่งนี้ก็คือ ความหลากหลายของสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล จนเคยติดอันดับที่ 4 ตลาดสดน่าชอปที่สุดในโลกปี 2017 มาแล้วด้วย ส่วนการเดินทางก็สะดวกสบาย แค่ขึ้นมาจากสถานีกำแพงเพชร ทางออกที่ 3 ก็ถึงหน้าตลาดแล้ว


แน่นอนว่าถ้าพูดถึงตลาดอ.ต.ก สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงมักจะเป็นแผงขายผักผลไม้สด ผิวสวย ที่น่าซื้อหา กลับไปทานที่ห้อง หรือใครจะจัดใส่กระเช้าเป็นของฝากเนื่องในโอกาสพิเศษก็ดูดีไม่น้อย ซึ่งถึงแม้จะมีราคาสูงกว่าด้านนอกเล็กน้อย แต่ก็ต้องบอกว่าที่นี่มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ อย่างผลไม้นำเข้า เช่น ลูกพลับเกาหลี, เชอร์รี่นอก หรือลูกพีชญี่ปุ่น เป็นต้น


นอกจากผักผลไม้จะน่าทาน ทางด้านอาหารสด อาหารทะเลของที่นี่ก็ยังดูสดใหม่ มีทั้งกุ้งตัวโต, ปูตัวใหญ่, หอย และปลาที่เผาให้ทานกันร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดส์สูตรเด็ดของแต่ละร้าน


หรือถ้าใครอยากได้วัตถุดิบของแห้งกลับไปปรุงอาหารทานเอง ก็สามารถเข้ามาเลือกหาด้านในตลาดก่อนได้เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีน้ำพริก และของทานเล่นจากทะเลให้หิ้วติดไม้ติดมือกลับไปทานเล่นที่ห้องด้วย


หลังจากเดินชอปจนเหนื่อยก็ได้เวลาหาของอร่อยใส่ท้อง ซึ่งเราก็ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะในตลาดอ.ต.ก เองก็มีศูนย์อาหารให้นั่งทานกัน อยู่ที่จานละ 50-100 บาท หรือจะเข้าไปร้านอาหารขึ้นชื่อก็มีให้เลือกหลากหลายประเภท ทั้งก๋วยเตี่ยวลูกชิ้นปลา, ไก่ย่างส้มตำ, กาแฟโบราณ หาดใหญ่ และ Black Canyon เป็นต้น


เอาใจคนรักสุขภาพสักนิดด้วยโซนตลาดเกษตรอินทรีย์ ที่บริเวณนี้จะมีทั้งร้านโครงการหลวง และร้านค้าจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์มาวางขายกันในราคาที่ไม่แพงมาก หากเทียบกับคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมี อาทิ ผลไม้ตามฤดูกาล, ผลไม้แปรรูป, ธัญพืชหลากชนิด, ข้าวไรซ์เบอร์รี่, ใบชาอบแห้ง และน้ำผึ้งบรรจุขวด เป็นต้น เรียกว่า… มาครั้งเดียวก็สามารถตอบโจทย์สุขภาพที่ดีได้เลย


ตลาดอ.ต.ก (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร)

เวลาทำการ : เปิดทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8:30 - 16:30 น.

ติดต่อ : 0-2279-2080-9



ผ่านมาจนเกือบจะหมดวัน พลังชีวิต Hit Point ก็ค่อย ๆ ลดลงเช่นกัน งั้นเราขอส่งท้ายอาทิตย์นี้ด้วยร้านคาเฟ่ (เหมือนจะ) ลับ ที่ซ่อนอยู่ในโครงการ The Camp - Vintage Flea Market ใกล้ ๆ ตลาดอ.ต.ก อย่าง ‘Pompano Roasted Cafe’ คาเฟ่กึ่งวินเทจบาร์ สไตล์


ถึงที่นี่จะเป็นไม่มีปลาจาระเม็ดขาย (Pompano แปลว่า ปลาจาระเม็ด) แต่เมนูกาแฟและเบเกอร์รี่ของทางร้านก็เด็ดไม่แพ้ใคร แถมยังตกแต่งสุดครีเอทเหมือนยกโรงคั่วกาแฟมาตั้งไว้กลางจตุจักร แล้วค่อยปลูกต้นไม้ล้อมรอบเพื่อให้ร่มเงา จะเข้ามานั่งช่วงไหนก็ให้ความผ่อนคลายได้ไม่ต่างกัน



ว่าแล้วก็รีบเดินตรงไปสั่งเมนูกันที่หน้าเคาน์เตอร์เลยดีกว่า และถึงตัวร้านจะดูเป็นสไตล์วินเทจเท่ ๆ แต่ก็มีเมนูของหวาน ขนมเค้กสุดน่ารักให้สาว ๆ ได้ทานด้วยเช่นกัน อย่าง เค้กส้ม, เค้กกาแฟอัลมอนด์ หรือช็อกโกแลตลาวาไส้เยิ้ม


ในที่สุดก็ได้เมนูครบทั้ง 3 อย่างแล้ว~ โดยเมนูที่เราพาไปโดนกันก็สามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง คอกาแฟ, สายสมูทตี้ และเค้ก เลิฟเวอร์เลย


เริ่มด้วย Specialty ที่ทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟอย่างดี จนได้กาแฟรสเข้มอย่าง ‘Black Honey (150 บาท)’ ช็อตเอสเพรสโซ่กับน้ำผึ้งที่ผสมมาได้สัดส่วนพอดี ทำให้รสสัมผัสที่ได้มีความกลมกล่อม ไม่หวาน หรือหนักจนเกินไป แม้แต่คนที่ไม่ถนัดทานกาแฟก็ยังสามารถทานได้ โดยความพิเศษของแก้วนี้จะอยู่รวงผึ้งด้านบน ซึ่งหากดื่มหมดแก้วแล้ว จะเก็บไว้ทานดับขม หรือกินสลับกันก็ลงตัวทั้งคู่



และเดี๋ยวจะหาว่าพามาทานแต่เครื่องดื่ม งั้นมาต่อที่จานต่อไปกับ ‘Matcha Cake (120 บาท)’ ขนมเค้กชาเขียวถั่วแดง ที่ได้ถั่วแดงกวนมาทั้งลูก ส่วนของเนื้อเค้กจะค่อนข้างเบาคล้ายชิฟฟ่อน พอตักทานพร้อมกันทั้งเค้ก, ครีม และถั่วแแดงจะได้รสชาติหวานนำ หอมตาม เหมาะจะสั่งชาร้อนมาจิบด้วยอีกสักถ้วย


สำหรับใครที่ไม่ทานกาแฟ หรือไม่อยากทานคาเฟอีนเพิ่มแล้ว ก็หันไปสั่ง ‘Pinky Spin (180 บาท)’ แทนได้ ซึ่งแก้วนี้จะเป็นสตอว์เบอร์รี่ปั่นกับใบมิ้นต์ ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องรสชาตินั้น เราก็สามารถสั่งปรับระดับความหวานเองได้ หากเลือกหวานน้อยก็จะได้รสเปรี้ยวอมหวานของสตอว์เบอร์รี่ชัดเจน


ระหว่างที่กำลังชิมเมนูต่าง ๆ อยู่ก็อาจแว้บไปถ่ายรูปเล่นได้ โดยตัวร้านจะมี 2 ชั้น ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ วินเทจ สไตล์คลาสสิก ที่ไม่ว่าจะนั่งมุมไหน โต๊ะใดก็สามารถใช้เป็นมุมรูปถ่ายเก๋ ๆ ได้ แถมถ้าเกิดสนใจชิ้นไหนเป็นพิเศษก็ลองถามเจ้าของร้านดู คุณอาจได้เฟอร์ชิ้นใหม่กลับไปแต่งห้องด้วยก็ได้


บอกเลยว่า… บรรยากาศดี ๆ แบบนี้จะให้นั่งทั้งวันก็ยังไหว เหมือนเป็นการช่วยชาร์ตพลัง ให้ชีวิตกลับมาพร้อมรับมือกับวันทำงานอีกครั้ง แถมยังอยู่ไม่ไกลจาก MRT กำแแพงพชร หรือย่านพักอาศัยในทำเลจตุจักรอีกด้วย


Pompano Roasted cafe

เวลาทำการ : วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 11:00 - 20:00

ติดต่อ : 08-6507-1755



ในที่สุดก็ปิดท้ายอาทิตย์นี้ลงอย่างสวยงาม ด้วยความหลากหลายของทำเลจตุจักร ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Hub ด้านการคมนาคมฝั่งกรุงเทพฯ ตอนเหนืออย่างที่หลายคนเคยเข้าใจเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเต็มไปด้วยสีสันของไลฟ์สไตล์ และจังหวะการดำเนินชีวิตที่หนักบ้าง เบาบ้าง ทำให้ชีวิตในทุก ๆ วันของคุณเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม...


ระยะเวลาแค่ 7 วันใน 1 สัปดาห์ยังมีสิ่งดึงดูดใจขนาดนี้
แล้วการใช้ชีวิตตลอด 365 วันที่มีอยู่
จะน่าสนใจขนาดไหนกัน


หากความสุขที่คุณกำลังตามหา คือการได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง, สถานที่ทำงาน ตลอดจนรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่จะทำให้ทุกวันของคุณ ‘พิเศษ’ ขึ้น ซึ่งคงจะดีกว่า... ถ้าคุณสามารถสัมผัส และเข้าถึงความสุขเหล่านี้ได้ในที่เดียว



ซึ่ง ESTO ก็อยากจะขอพาทุกคนไปรู้จักกับ DENIM JATUJAK (เดนิม จตุจักร) โครงการคอนมิเนียมใหม่ บนทำเลจตุจักร จากผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่หลายคนรู้จักดีอย่าง ‘GRAND UNITY’ ที่คราวนี้ได้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Plan to Live Unplanned” ใส่ใจในทุกรายละเอียด บนพื้นฐานการใช้งานได้จริง ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่มีให้ครบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้ในทุก ๆ มุม


รายละเอียดโครงการ DENIM JATUJAK (เดนิม จตุจักร)

PROJECT NAME : DENIM JATUJAK

PROJECT AREA : 9-0-1.6 ไร่

PROJECT BUILDING :

● โครงการ High Rise 3 อาคาร สูง 37, 33 และ 22 ชั้น

● อาคารจอดรถจำนวน 1 อาคาร สูง 10 ชั้น

TOTAL UNITS : 1,813 UNITS (SHOP 4 UNITS)

PARKING : 53% (หรือ 978 คัน)

Start : 1.89 ล้านบาท

Link register : https://online.grandunity.co.th


DENIM JATUJAK
ไม่มีเหตุผลให้ต้องคิด กับคอนโดที่แพลนไว้ให้ครบ


นอกจากนี้โครงการ DENIM JATUJAK ยังครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตของเราง่ายดายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางจัดเต็ม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์, ระบบ HOME AUTOMATION เพื่อความสะดวกสบาย, บริการ SHUTTLE BUS รับ-ส่ง


ภาพตัวอย่าง Facility โครงการ DENIM JATUJAK
สำหรับ Facilities พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการนั้น ก็ค่อนข้างหลากหลาย เหมาะสำหรับกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น Fitness ขนาดใหญ่สูง 2 ชั้น พร้อมเครื่องออกกำลังกายที่ใกล้เคียงกับมาตรฐานของ GYM ทั่วไป แถมยังเปิดให้เราเข้าไปใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย


Floor Plan โครงการ DENIM JATUJAK

และเพื่อความเป็นส่วนตัว ทางโครงการจึงออกแบบแบ่งโซนการทำงาน และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ออกจากกัน ก่อนจะเชื่อมต่อทุก Activities ด้วยทางเชื่อมที่เชื่อมโยงทั้ง 4 อาคารเข้าไว้ด้วยกัน 


Room Plan โครงการ DENIM JATUJAK


แปลนห้องชุดพักอาศัยโครงการ DENIM JATUJAK

แปลนห้องชุดพักอาศัยโครงการ DENIM JATUJAK


ด้านทำเลที่ตั้งโครงการยังถือว่าอยู่ในพื้นที่ศักยภาพ ที่มีโอกาสเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้ทั้งจากฝั่ง ‘ถนนพหลโยธิน’ และ ‘วิภาวดีรังสิต’ ซึ่งจะมีทางด่วนอยู่ใกล้ ๆ ได้แก่ ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก, ทางพิเศษฉลองรัช และทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมือง โทลเวย์) ช่วยทำให้การเข้า-ออกเมืองต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


รวมไปถึงระบบขนส่งรถไฟฟ้า ที่ปัจจุบันได้มีจุดอินเตอร์เชนจ์ ‘สถานีห้าแยกลาดพร้าว’ มาเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายเขียวกับสายน้ำเงินเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้แต่ละพื้นที่ แต่ละมุมเมืองใกล้กันมากกว่าที่เคย


สำหรับผู้สนใจ และอยากมาสัมผัสความพิเศษของทำเลจตุจักรนี้ด้วยตัวเอง ก็สามารถติดต่อเพิ่มเติม โทร 02 652 4000


ลงทะเบียนรับข่าวสาร และสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ลิงก์ https://online.grandunity.co.th


  • ที่ตั้งโครงการ : Google Map



เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO / LOL - Living Out Loud

Living Out Loud : รีวิวคอนโด Chateau in Town จรัญสนิทวงศ์ 96/2