รูปบทความ รฟม. ไฟเขียว เพิ่มเส้นบางขุนนนท์-มีนบุรี เชื่อมกรุงเทพฯ ตะวันตก-ตะวันออก

รฟม. ไฟเขียว เพิ่มเส้นบางขุนนนท์-มีนบุรี เชื่อมกรุงเทพฯ ตะวันตก-ตะวันออก


ครม. อนุมัติรถไฟฟ้าสายสีส้ม
 ดึงเอกชนร่วมลงทุน PPP มูลค่า 1.28 แสนล้านบาท
 รับสัมปทานบริหารเดินรถตลอดสาย 30 ปี


โดยคาดว่า รฟม. จะเริ่มเปิดประมูลในเดือนตุลาคมที่กำลังจะถึงนี้ ส่วนการก่อสร้างสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ก็กำลังเร่งการก่อสร้างเพื่อเปิดเดินรถก่อนปี 2566


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 ม.ค. มีมติอนุมัติ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ตามที่คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) เห็นชอบ รูปแบบ PPP Net Cost โดย ภาครัฐลงทุนค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการฯ ส่วนตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์) และภาคเอกชนลงทุนค่างานโยธาโครงการฯ ส่วนตะวันตก และค่างานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า บริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษาทั้งเส้นทาง ตั้งแต่ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) รวมทั้งค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการฯ โดยมีระยะเวลาเดินรถ 30 ปี โดยหลังจากนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะดำเนินการ ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนฯ ปี 2556) ต่อไป


นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม. ที่ประชุม อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี โดยจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP Net Cost ซึ่งภาครัฐลงทุนค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการส่วนตะวันตก ส่วนเอกชนลงทุนค่างานโยธาและระบบ โดยรัฐ จะทยอยจ่ายคืนระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และเอกชนบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษาทางเส้นทางตั้งแต่ช่วงบางขุนนนท์ถึงมีนบุรี มีระยะเวลา 30 ปี นับจากเริ่มเปิดให้บริการโครงการส่วนตะวันออกที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่ง รฟม. จะประกาศคัดเลือกเอกชนภายในเดือน ต.ค. นี้ และสรุปผลประมูลต้นปี 2564


สายสีส้มด้านตะวันออก ช่วง 'ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี'

ระยะทาง 22.5 กม. (ใต้ดิน 13.6 กม. + ยกระดับ 8.9 กม.)


ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างงานโยธา
โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566
และจะเปิดให้บริการได้ก่อน
คาด มีจำนวนผู้โดยสารประมาณ
121,599 คน/เที่ยว/วัน (ปี 2566)


สายสีส้มด้านตะวันตก ช่วง 'ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์'

ระยะทาง 13.4 กม. (ใต้ดินตลอดสาย) 


ส่วนด้านตะวันตกคาดว่าจะมีผู้โดยสาร
439,736 คน/เที่ยว/วัน
(เปิดให้บริการในปี 2569)


รวมตั้งแต่สถานีมีนบุรี-สถานีบางขุนนนท์ มีจำนวนทั้งหมด 11 สถานี จากด้านตะวันออก-ตะวันตก ระยะทางรวม 35.9 กม. (ใต้ดิน 27 กม. + ยกระดับ 8.9 กม.)




สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านรายได้ค่าโดยสาร รายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด โดยภาครัฐไม่มีภาระสนับสนุนทางการเงิน (Subsidy) แก่เอกชนในส่วนงานระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถและงานเดินรถและซ่อมบำรุงรักษาของโครงการฯ


นอกจากนี้ ครม. ยังอนุมัติค่างานที่เกี่ยวข้องกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์โครงการสายสีส้ม ส่วนตะวันตก ในกรอบวงเงิน 14,661 ล้านบาท โดยให้สำนักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นและเหมาะสมตามแผนการใช้จ่ายเงินจริง และอนุมัติกรอบวงเงินสนับสนุนให้เอกชนตามที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินค่างานโยธา ส่วนตะวันตก จำนวน 96,012 ล้านบาท โดยรัฐทยอยชำระคืนให้เอกชนหลังจากเปิดเดินรถทั้งเส้นทางแล้ว และแบ่งจ่ายเป็นรายปี กำหนดระยะเวลาแบ่งจ่ายไม่ต่ำกว่า 10 ปี พร้อมดอกเบี้ย โดยใช้อัตราส่วนลดหรืออัตราดอกเบี้ยตามความเห็นของสำนักงบประมาณ


ที่มา : www.reic.or.th


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59