รูปบทความ แอสเซทไวส์ โชว์กำไร Q1/64 พุ่ง 361.8% พลิกกลยุทธ์เติบโตสู้โควิด

แอสเซทไวส์ โชว์กำไร Q1/64 พุ่ง 361.8% พลิกกลยุทธ์เติบโตสู้โควิด

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดผลประกอบการไตรมาส 1/2564 กวาดรายได้กว่า 1,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 582 ล้านบาท โตสวนกระแสโควิดทำกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 69 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 361.8 % เน้นรักษาอัตรากำไรที่โดดเด่น โชว์ Backlog มูลค่ากว่า 7,500 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จด้วยกลยุทธ์ Best Choice สำหรับคนรุ่นใหม่ เผยจุดยืนตัวจริงแคมปัสคอนโดโดนใจคนรุ่นใหม่ พร้อมปรับกลยุทธ์เสริมแกร่ง เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 9,700 ล้านบาท





กำไรไตรมาส 1/64 โตถึง 361.8% ในช่วงโควิด


นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/2564 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564) มีรายได้ 1,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 582 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตสูงถึง 98.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 591 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 250 ล้านบาท หรือ 361.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 69 ล้านบาท ขณะที่มีอัตรากำไรขึ้นต้น (Gross Profit Margin) ถึง 48.5 % และอัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) ถึง 25.7% นับเป็นการเติบโตแบบสวนกระแสในยุคโควิด นอกจากนี้ ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ปรับตัวลดลงหลังเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ


“แม้จะเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผลประกอบการของเราชะลอตัวลง ยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดยังตรงตามเป้า ยอดขายในแต่ละโครงการยังคงเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์โมดิซ (MODIZ) ที่เปิดขายในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ไตรมาส 1/64 ได้มีการเปิดขายแบรนด์เคฟ “เคฟ ศาลายา (KAVE SALAYA)” ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท มียอดขายไปแล้วกว่า 60% ของห้องที่เปิดขาย สะท้อนให้เห็นถึง Real Demand ซึ่งโครงการอสังหาฯ ของเรา ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป็นคอนโด Best Choice ในทำเลนั้น”


ชูกลยุทธ์ Best Choice ในทุกทำเล


แอสเซทไวส์ตอกย้ำเป้าหมายการเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง เน้นโตด้วยกลยุทธ์ “Best Choice” หรือการพัฒนาคอนโดในเมืองให้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในทำเลนั้นๆ ทั้งความแม่นยำในการเลือกทำเล Blue Ocean ที่มีศักยภาพในอนาคต การให้พื้นที่ส่วนกลางที่หลากหลายทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่น รวมถึงการออกแบบตกแต่งห้อง ให้ครบครันในราคาที่คุ้มค่าเข้าถึงได้ อีกหนึ่งลายเซ็นที่มีเอกลักษณ์ของ ASW คือ ความตั้งใจศึกษาลงรายละเอียดเชิงลึก กับพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในย่านต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจความต้องการที่แท้จริง ทั้งหมดนี้จึงทำให้ผลประกอบการใน Q1/64 เติบโตอย่างน่าพึงพอใจในช่วงโควิด


Kave Salaya

ผู้นำแคมปัสคอนโด


หนึ่งในเรือธงที่ประสบความสำเร็จของแอสเซทไวส์ คือ กลุ่มแคมปัสคอนโดภายใต้แบรนด์เคฟ (KAVE) แบรนด์คอนโดมิเนียมเน้นทำเลใกล้มหาวิทยาลัย โดยในไตรมาส 1/64 บริษัทฯ มียอดโอนรับรู้รายได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องจาก โครงการเคฟ ทาวน์ สเปซ (KAVE TOWN SPACE) และโครงการเคฟ ทาวน์ ชิฟท์ (KAVE TOWN SHIFT) ข้างมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะเห็นบริษัทพัฒนา อสังหาฯ มุ่งมั่นจริงจังกับการปลุกปั้นแบรนด์เพื่อกลุ่มแคมปัสคอนโดโดยเฉพาะ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในหลากหลายทำเลใกล้รถไฟฟ้าใจกลางเมือง เช่น ย่านรัชดา-ลาดพร้าว และย่านสุขุมวิท เป็นต้น ซึ่งนับเป็นยอด Backlog ที่รอรับรู้รายได้ภายในปีนี้อย่างต่อเนื่อง


Modiz Sukhumvit 50

เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ มั่นใจโตต่อเนื่อง


ในไตรมาส 1/64 แอสเซทไวส์มียอดขายจากโครงการใหม่ เคฟ ศาลายา (KAVE SALAYA) โดยสามารถทำ ยอดขายไปแล้วกว่า 60% ของห้องที่เปิดขายและภายในปีนี้ยังมีโครงการเคฟ ที ยู (KAVE TU) ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และโครงการโมดิซ สุขุมวิท 50 (MODIZ SUKHUMVIT 50) คอนโดมิเนียม High- Rise ใจกลางย่านสุขุมวิทที่รอรับรู้รายได้อยู่เช่นกัน


KAVE Shift

สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง แอสเซทไวส์เตรียมเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งแนวราบและแนวสูง มูลค่าโครงการรวม 9,700 ล้านบาท โดยจะทยอยเปิดในไตรมาส 2/64 เช่น โครงการคอนโดมิเนียมแอทโมซ บางนา (ATMOZ BANGNA) และเคฟ เอวา (KAVE AVA) เป็นต้น


“มั่นใจว่ารายได้ในปี 2564 จะเติบโตกว่า 20% จากปีก่อนตามแผนงานที่วางไว้ โดยเน้นผลักดันให้ผลการดำเนินงานโตต่อเนื่องจากยอดขายรอโอน (Backlog) จำนวน 7,500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้ถึงปี 2566 และโครงการสร้างเสร็จรอขายจำนวน 1,105 ยูนิต มูลค่า 3,133 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในช่วง 1 -2 ปี ข้างหน้า”


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASW กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้มีการสรรหาผู้ร่วมทุนเพื่อเป็นแนวทางขยายการเติบโต และอยู่ระหว่างเจรจากับพาร์ทเนอร์สำหรับโครงการในอนาคต โดย ณ ปัจจุบัน แอสเซทไวส์มีการลงนามในสัญญาร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัท ไอดีล เรียล จำกัด จัดตั้งบริษัท ไพร์ซ พร็อพเพอร์ตึ้ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เคฟ ศาลายา ร่วมกัน โดยการร่วมทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะถือหุ้นในสัดส่วน 51 : 49 ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพ และสนับสนุนการเติบโตในอนาคตอย่างแข็งแกร่ง







เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59