รูปบทความ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนปี 63 ตั้งเป้าเป็นผู้นำแนวราบ พร้อมเปิดโครงการใหม่ 9-11 โครงการ

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ลุยแผนปี 63 ตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดแนวราบ พร้อมเปิดโครงการใหม่ 9-11 โครงการ

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนธุรกิจปี 2563 ตั้งเป้าเป็นผู้นำแนวราบในช่วงราคา 2-6 ล้านบาท พร้อมเปิดโครงการแนวราบที่เป็นโครงการใหม่ปีนี้ 9-11 โครงการ ส่วนผลประกอบการปี 2562 ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ มียอดรับรู้รายได้ทั้งปี 4,640 ล้านบาท โตขึ้น 13.2%



บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) โดย นายชูรัษฎ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ได้ประกาศแผนงานปี 2563 ว่า บริษัทฯจะให้ความสำคัญกับโครงการแนบราบเป็นหลัก ซึ่งเป็นกลุ่ม Real Demand อย่างแท้จริง โดยในปีนี้บริษัทฯมีแผนที่จะเปิดโครงการแนบราบที่เป็นโครงการใหม่ 9-11 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,000-5,500 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 6,200 ล้านบาท 


โดยแผนการตลาดของปี 2563 นี้ บริษัทฯจะดำเนินธุรกิจเชิงรุก และสร้างศักยภาพองค์กรให้เติบโตในตลาดอสังหาฯอย่างมั่นคง และขึ้นเป็น National Housing Company ที่ติด Top of Mind 3 ลำดับแรกของผู้บริโภคในโครงการแนบราบระดับราคาตั้งแต่ 2-6 ล้านบาท


พร้อมทั้งนำเอากลยุทธ์ Lifestyle Marketing มาสื่อสารกับลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ เพื่อการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมทั้งสร้าง Brand Loyalty กับลูกค้าเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการเชื่อมั่นและบอกต่อ โดยจะเน้นไปที่การสื่อสารทาง Digital Marketing และนำ Big Data มาใช้ เพื่อวิเคราะห์หา Customer Insight รวมถึงระบบ CRM เชิงรุก ในรูปแบบ Lalin 4.0 Connection ที่ลูกค้าสามารรับข้อมูลข่าวสารกับลลิลได้อย่างรวดเร็ว


ส่วนเรื่องการเงิน บริษัทฯได้วางงบซื้อที่ดินไว้ที่ประมาณ 1,000-1,200 ล้านบาท โดยนำแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และกำไรสะสมของบริษัทฯ ในส่วนของ Working Cap ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแล้ว ส่วนหนึ่งจะมาจากออกหุ้นกู้ และแหล่งเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะพิจารณาออกในจำนวนและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้สอดรับกับการขยายธุรกิจ และการเติบโตในระยะยาวของบริษัท


สำหรับภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ที่ผ่านมา พบว่ามีการชะลอตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มโครงการแนวสูงได้รับผลกระทบมากสุด ซึ่งก็เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลง และภาวะหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับสูง รวมไปถึงมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกมาเพื่อลดการเก็งกำไรในตลาดอสังหาฯ และลลิลเองก็มองเห็นความเสี่ยงจากการลงทุนในโครงการแนวสูง จึงได้หยุดพัฒนาโครงการแนวสูงมาแล้วกว่า 2 ปี และมาเน้นที่โครงการแนวราบเป็นหลัก 


 

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59