รูปบทความ "พรีบิลท์" แกร่ง!! โตสวนกระแสโควิด ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 85.53%

"พรีบิลท์" แกร่ง!! โตสวนกระแสโควิด ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 85.53%

"พรีบิลท์" โชว์ผลงานไตรมาส2 กำไรพุ่ง 85.53%สวนกระแสโควิด-19 เผยทุกธุรกิจของบริษัทในเครือมีอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น หลังทุ่มทุกสรรพกำลังรับมือโควิด-19ลดผลกระทบทั้งปรับโครงสร้างราคาสัญญารับเหมาก่อสร้าง-เพิ่มประสิทธิภาพคุมต้นทุน บวกผลจากยอดโอนโครงการ “พรรณนา” บ้านหรูระดับไฮเอนด์ทะลัก ลูกค้าตอบรับล้นหลาม ประกาศลุยบ้าน “พิมนารา ศรีนครินทร์-บางนา” รองรับความต้องการบ้านแนวราบ มั่นใจปีนี้โตก้าวกระโดด ทั้งรายได้-กำไร



นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จํากัด (มหาชน) (PREB) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ว่าบริษัทยังคงสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไรท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิรวม 61.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.32 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมากถึง 85.53%จากช่วงเดียวกันของปี2563 ที่มีกำไรสุทธิ 33.11ล้านบาทและเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหรือไตรมาส1 ปี 2564 มีกำไรเพิ่มขึ้น 3.77 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.53% โดยส่วนใหญ่เป็นกำไรจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการทยอยโอนบ้านในโครงการ “พรรณนา”เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมเพิ่มขึ้น


ขณะที่ไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้ 1,128.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,068.80 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง 900.10 ล้านบาท, รายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง 85.84ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 142.27 ล้านบาท


นายวิโรจน์ กล่าวว่า ไตรมาส 2 ปีนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทุกธุรกิจของบริษัทสามารถรักษารายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและควบคุมต้นทุนด้านต่างๆ และการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เข้ามาเป็นบวกในไตรมาสแรก


โดยไตรมาส 2 บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 145.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.42 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 51.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 12.90% สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้อยู่ที่ 9.00% โดยธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ 9.31% ดีขึ้นกว่าปีก่อน ที่อยู่ที่ 7.56% เนื่องจากบริษัทสามารถปรับโครงสร้างราคาได้ทันสถานการณ์ที่สอดคล้องกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน รวมถึงสามารถรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ในส่วนของธุรกิจงานขายและผลิตวัสดุก่อสร้าง ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 25.81% ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ในระดับสูงที่ 27.88%


“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดในเซ็กเมนต์นี้ ยังมีกำลังซื้อและมีความต้องการซื้ออยู่ ซึ่งเอื้อต่อธุรกิจขายและผลิตวัสดุก่อสร้าง และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทที่เน้นบ้านแนวราบหรูไฮเอนด์ ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนั้น บริษัทมีงานสัญญาสร้างในมือ(backlog) มากกว่า 8,000 ล้านบาท แม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้บริษัทมีภาระเรื่องความไม่แน่นอนของการทำงาน รวมถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลาจากการสั่งหยุดงาน จากมาตรการของภาครัฐซึ่งทำให้บริษัทต้องหาวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนตลอดเวลา จึงได้มีการปรับฐานราคาการรับงานและปรับราคาสัญญาก่อสร้างรายใหม่ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนด้านต่างๆ ซึ่งส่งผลให้บริษัทยังสามารถสร้างผลกำไรได้ดีอย่างต่อเนื่องและสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ในระดับสูงในทุกธุรกิจ” นายวิโรจน์ กล่าว


นายวิโรจน์ยังได้กล่าวถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไตรมาส2 นี้ มีรายได้จากยอดโอนถึง 142.27 ล้านบาท สำหรับโครงการ "พรรณนา" บ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ ย่านพุทธมณฑลสาย 3 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทลงทุนเองเป็นโครงการแรก และได้ผลตอบรับที่ดีจากเฟส 1 ที่ปิดการขายไปเป็นที่เรียบร้อย และได้เปิดเฟส 2 ทันทีในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งยังคงได้การตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันโดยลูกค้ายังมั่นใจและให้ความสนใจเข้าชมโครงการอย่างต่อเนื่อง แม้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยขณะนี้มีการจองซื้อโครงการแล้วคิดเป็นมูลค่ากว่า 760 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการกว่า 1,250 ล้านบาท ซึ่งทำให้มียอด Backlog สะสม ที่จะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปีหน้า





นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการ “พิมนารา ศรีนครินทร์ – บางนา” โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทลงทุนเองทั้งหมดเช่นกัน โดยจะเปิดรอบ Exclusive Preview ให้กับลูกค้าที่สนใจที่ลงทะเบียนมาก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือน สิงหาคม - กันยายน 2564 จองแปลงสวยโซนด้านหน้าในราคาพิเศษก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยมั่นใจว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งจากแบบบ้านรวมถึง Concept โครงการที่มีอัตลักษณ์ความเป็น JAPANDI ผสมผสานวัสดุร่วมสมัยในงานสถาปัตยกรรม ภายใต้แนวคิด LESS FOR MORE LIVING


ทั้งนี้ มั่นใจว่าจากแผนดำเนินงานต่างๆ ที่เป็นไปตามเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ บริษัทยังสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งรายได้ และกำไร เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในทุกๆ ส่วนงาน ทั้งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์,รับเหมาก่อสร้าง และส่วนงานผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง สวนกระแสจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และปัจจัยลบต่างๆ ตลอดปีนี้





เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59