รูปบทความ แสนสิริ ลุยแผนธุรกิจปี 2564 เน้นเติบโตอย่างยั่งยืน เปิดตัวโครงการใหม่ราคาเข้าถึงได้

แสนสิริ ลุยแผนธุรกิจปี 2564 เน้นเติบโตอย่างยั่งยืน เปิดตัวโครงการใหม่ราคาเข้าถึงได้ พร้อมจับมือพาร์ทเนอร์อาหาร

แสนสิริ ลุยแผนธุรกิจปี 2564 พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่ราคาเข้าถึงง่าย เจาะกลุ่ม Real-Demand พร้อมสนับสนุน SME และอุ้มธุรกิจอสังหารายเล็ก พยุงเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปด้วยกัน รวมไปถึงจับมือพาร์ทเนอร์ธุรกิจอาหาร



นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้พูดถึงทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตในทิศทางเดียวกับ GDP ของประเทศ โดยมีกำลังซื้อของประชาชนเป็นตัวผลักดัน ดังนั้น ถ้าไม่มีการซื้อขายบ้าน ธุรกรรมหลายๆอย่างก็จะหยุดชะงักไปด้วย ทางภาครัฐจึงจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน หักลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยค่าใช้จ่ายจากการผ่อนบ้านในอัตราที่สูงขึ้น และขยายระยะเวลาการเช่าจาก 30 ปี เป็น 99 ปี เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ รวมไปถึงอยากให้มีการสนับสนุนการเพิ่มกำลังของผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย โดยให้สถาบันการเงินของภาครัฐจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งในอัตราดอกเบี้ยที่ถูก เพื่อให้ผู้ที่ต้องการบ้านหลังแรกเข้าถึงได้



ซึ่งในปี 2564 นี้ แสนสิริ ได้วางเป้าหมายในการพัฒนาโครงการใหม่ไว้ 24 โครงการ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12 โครงการ โดยได้แบ่งโครงการใหม่เป็น บ้านเดี่ยว 7 โครงการ มูลค่ารวม 12,300 ล้านบาท ทาวน์โฮมและมิกซ์โปรเจค 12 โครงการ มูลค่ารวม 9,600 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 4,100 ล้านบาท โดยจะเน้นไปที่กลุ่มเซกเมนต์ Affordable และ Medium เป็นหลัก เพื่อให้แสนสิริเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย


Bugaan Yothinpattana

และยังได้ขยายฐานลูกค้าในเซกเมนต์ Luxury ด้วยสินค้าใหม่ ทั้งทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ภายใต้แบรนด์ใหม่ อย่าง Bugaan แบรนด์บ้านเดี่ยว 3 ชั้น Modern Luxury และ Siri Residence แบรนด์บ้าน Luxury Townhome



ทั้งนี้ แสนสิริ ตั้งเป้ายอดขายในปี 2564 ไว้ที่ 26,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเป้าแนวราบ 16,000 ล้านบาท และเป้าคอนโดมิเนียม 10,000 ล้านบาท รวมถึงวางเป้าการโอนไว้ 27,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดโอนแนวราบ 16,000 ล้านบาท และยอดโอนคอนโดมิเนียม 11,000 ล้านบาท พร้อมทั้งยังมียอดขายรอโอนรองรับการเติบโตในระยะยาวอีก 3 ปี อีกถึง 27,700 ล้านบาท


อย่างไรก็ตามแม้ในปี 2564 จะยังมีสถานการณ์โควิด-19 อยู่ แต่เชื่อว่าในครั้งนี้แสนสิริก็พร้อมสู้ด้วย "ความหวัง" และยกให้เป็น "The Year of Hope" ที่ไม่ใช่แค่ความหวังของแสนสิริ แต่เป็นความหวังของลูกค้า สังคมและคนไทยทุกคน 


โดยเริ่มจากความหวังของการมีบ้านของคนไทย แสนสิริจึงได้สร้างแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายและแข็งแกร่ง ด้วยการพัฒนาโครงการใหม่ที่อยู่ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ด้วย product ที่หลากหลาย บนทำเลครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมไปถึงมีดีไซน์ที่ตอบโจทย์ทุกความชอบ เพื่อเพิ่มโอกาสการมีบ้านหลังแรก ด้วยแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย ภายใต้แบรนด์ สิริเพลส , อณาสิริ , สราญสิริ และบุราสิริ 


ซึ่งไฮไลท์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัวโครงการใหม่แบรนด์ใหม่ที่เริ่มจากการเปิดตัว Affordable Condominium เซกเมนต์ใหม่ เน้นเจาะกลุ่ม Young Gen บนทำเลคอมมูนิตี้เมืองอย่าง รัชดา,เกษตร,รามคำแหง และ บางนา ในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 1.xx ล้านบาทเท่านั้น


ส่วน Siri Residence จะเป็น New Segment ทาวน์โฮมระดับบน บนทำเลที่ดินผืนใหญ่ใจกลางเมือง จะมีทั้งหมด 2 ทำเลและเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 รวมไปถึงการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น แบรนด์ BuGaan ในระดับราคา 30-80 ล้านบาท เจาะกลุ่ม Young Successor ภายใต้จุดขาย Modern Luxury Living ทำเลโยธินพัฒนา และยังเป็นเอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนซ์ ที่มีเพียง 14 ยูนิต โดยเตรียมจะเปิดขายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 นี้ 


และยังได้เตรียมช่วยผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก ที่นำโครงการหรือที่ดินออกมาขาย เพื่อช่วยเศรษฐกิจและสังคมในภาพใหญ่ ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดหนี้เสียเข้าสู่ระบบและช่วยพยุงเพื่อนร่วมธุรกิจขนาดเล็ก-ขนาดกลางให้อยู่รอดได้โดยไม่ต้องปิดตัว



นอกจากนี้ แสนสิริ ยังได้เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ "Made for Life...Made for Everyone" เพื่อสร้างภาพแบรนด์ที่จับต้องได้ง่ายขึ้นและเป็นแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยการจับมือพาร์ทเนอร์รายใหญ่ในกลุ่มธุรกิจอาหาร เพื่อสร้างปรากฏการณ์เปิดตัวแคมเปญที่สนุก มีสีสัน และเข้าถึงง่ายให้กับลูกค้า โดยจะเปิดตัวในไตรมาสแรกของปีนี้ เพื่อคืนรอยยิ้มให้กับครอบครัวแสนสิริ รวมไปถึงการเพิ่มความมั่นใจในการเลือกซื้อโครงการภายใต้มาตรการป้องกันและดูแลสูงสุด "Sansiri Care" เพราะความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่เราให้ความสำคัญสูงสุด รวมไปถึงบริการหลังการขายที่ดี Sansiri Living Solution เพราะบานต้องให้มากกว่าบ้าน


อีกทั้งยังได้วางแนวทางในการช่วย SME และช่วยดัน SME สู่ Platform ต่างๆเพื่อเพิ่มช่องทางในการขายมากขึ้น เพราะ SME คือฐานลูกค้าของแสนสิริ หาก SME ขายของได้ บ้านแสนสิริก็ขายได้





เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59