รูปบทความ ลดราคาสายสีม่วงช่วยลดค่าครองชีพ เป็นผลบวกรวมแล้ว 38.7 ล้าน/เดือน

ลดราคาสายสีม่วงช่วยลดค่าครองชีพ เป็นผลบวกรวมแล้ว 38.7 ล้าน/เดือน

ลดราคาสายสีม่วง 14-20 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2562 เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่าการลดราคาของรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะช่วยประชาชนลดค่าครองชีพได้จำนวนมาก


รถไฟฟ้าสายสีม่วงลดราคาค่าโดยสารเหลือ 14-20 บาท จากเดิม 14-42 บาทเป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2562 ซึ่งสามารถแบ่งรายละเอียดได้ดังนี้


  • ผู้โดยสารเดินทาง 1 สถานี เสียค่าโดยสาร 14 บาท
  • ผู้โดยสารเดินทาง 2 สถานี เสียค่าโดยสาร 17 บาท
  • ผู้โดยสารเดินทางตั้งแต่ 3 สถานี เสียค่าโดยสาร 20 บาท


หลังจากปรับลดราคาแล้ว ค่าโดยสารสูงสุดระหว่างสายสีม่วงและสายสีน้ำเงินจะเหลือ 48 บาทจากเดิม 70 บาท ซึ่ง รฟม. จะยกเว้นค่าแรกเข้าให้ 14 บาท



คาดลดราคาสายสีม่วง ช่วยลดค่าครองชีพ ผลบวกรวมมูลค่า 38.7 ล้าน/เดือน


มีการวิเคราะห์กันว่าการลดราคาสายสีม่วงเหลือ 14-20 บาทเป็นเวลา 3 เดือนนั้นจะช่วยประชาชนลดค่าครองชีพได้ทางอ้อม และมีผลบวกด้านอื่นๆ รวมมูลค่าแล้วเป็นวงเงินมากถึง 38.7 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งสามารถแยกย่อยรายละเอียดต่างๆ ได้ดังนี้


  • ลดค่าใช้จ่ายจากรถยนต์ส่วนบุคคล 12.6 ล้านบาท
  • ค่าความสุขเพิ่มขึ้น 10.2 ล้านบาท
  • ผลกระทบที่เป็นบวกจากการใช้เวลาเดินทาง 14.6 ล้านบาท
  • ลดมูลค่าจากอุบัติเหตุ 570,000 บาท
  • ลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม 630,000 บาท


นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์กันอีกด้วยว่าการลดราคารถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้สามารถเพิ่มผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้อีก 17.8% จากเดิมที่มีผู้โดยสารใช้งาน 60,000 คนต่อวัน



รฟม. รายได้ลด 15 ล้าน/เดือน แลกกับการลดภาระค่าครองชีพประชาชน


มีรายงานจากเว็บไซต์ไทยรัฐระบุว่าการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงเหลือ 14-20 บาทนี้จะทำให้ รฟม. รายได้ลดลง 15 ล้านบาทต่อเดือน รวมระยะเวลา 3 เดือน รฟม. จะสูญเสียรายได้ 45 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม รฟม. จะนำรายได้จากสัมปทานรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน จำนวน 3,500 ล้านบาทต่อปีมาจ่ายชดเชยแทน


บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59