รูปหน้าปก บราวน์ คอนโด (Brown Condo) ซอยรัชดาภิเษก 32 คอนโดมิเนียมย่าน New CBD ที่ราคาจับต้องได้ง่าย

[Review] บราวน์ คอนโด (Brown Condo) ซอยรัชดาภิเษก 32 คอนโดมิเนียมย่าน New CBD ที่ราคาจับต้องได้ง่าย

ซอยรัชดาภิเษก 32 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจัตุจักร กรุงเทพมหานคร

บริษัท เอสเตท คิว จำกัด

Review info

‘รัชดาภิเษก’ ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ยังมีความต้องการจะขยายพื้นที่ของการอยู่อาศัย แต่ที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมีอยู่ค่อนข้างจำกัด และราคาที่ดินก็สูงมากขึ้น สาเหตุเป็นเพราะพื้นที่นี้เป็น New CBD ที่สำคัญแห่งหนึ่ง แถมยังเป็นแหล่งชุมชนดั้งเดิมที่มีการอยู่อาศัยหนาแน่นอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ยังมีดิเวลลอปเปอร์หลายเจ้าจับจองพื้นที่เพื่อสร้างคอนโดหรูไว้ได้ทัน แต่ราคาก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกเช่นกันที่คนทำงานหาเช้ากินค่ำอย่างเราต้องคิดหนัก เมื่อต้องการจะซื้อคอนโดแถบใจกลางเมือง

บราวน์ คอนโด (Brown Condo) ซอยรัชดาภิเษก 32 จึงถือเป็นคอนโดมิเนียมใหม่ ที่สามารถรองรับความต้องการด้านการอยู่อาศัยของผู้คนในย่านนี้ การออกแบบในแนวคิด The Extraordinary นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยที่ไม่ธรรมดา ด้วยความสูงของฝ้าเพดานถึง 2.8 เมตร ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งกว่าห้องธรรมดาทั่วไป มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่สวยโดดเด่นตอบโจทย์สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดใจกลางเมืองย่านรัชดาภิเษก เดินทางได้สะดวก สวยงามและอยู่ในเรทราคาที่จับต้องได้ง่าย เริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท

More info

ราคาเมื่อวันที่ 1/11/2016

1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.96-25.48 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท

1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 29.79-34.78 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.89 ล้านบาท

1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 33.13-46.37 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 2.19 ล้านบาท

Location

ที่ตั้งโครงการ บราวน์ คอนโด (Brown Condo) โดยละเอียด

image

แผนที่จาก บราวน์ คอนโด (Brown Condo) โครงการตั้งอยู่ที่ซอยรัชดาภิเษก 32 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจัตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทำเลย่านใจกลางเมือง บริเวณ New CBD ที่มีความสะดวกสบายในด้านการคมนาคมและด้านการใช้ชีวิตค่ะ

image

โครงการ บราวน์ คอนโด (Brown Condo) ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพด้านการพัฒนาสูงในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นดิเวลลอปเปอร์หน้าใหม่หรือเก่า ต่างก็อยากจับจองที่ดินบริเวณนี้กันทั้งนั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองซึ่งเป็น New CBD (New Central Business Distric) ซึ่งมีระบบการคมนาคมที่สะดวกสบาย เชื่อมต่อถนนสายหลักๆ ถึง 4 เส้นทางด้วยกันค่ะ เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีเส้นทางไหนบ้างที่สามารถเข้าถึงตัวโครงการได้

เส้นทางที่ 1 เป็นเส้นทางจาก ถนนรัชดาภิเษก ค่ะ เราจะเข้าสู่โครงการจากปากซอยรัชดาภิเษก 32 แต่ที่ตั้งโครงการจริงๆ จะอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 ซึ่งเชื่อมต่อกับซอยรัชดาภิเษก 32 ถ้าหากขับมาจากแยกรัชดา-ลาดพร้าวจะต้องไปกลับรถที่ใต้สะพานข้ามแยกรัชโยธิน ซึ่งระยะทางก็ค่อนข้างไกลพอสมควรค่ะ

เส้นทางที่ 2 เป็นเส้นทางจาก ถนนลาดพร้าว-วังหิน โดยเข้ามาจากซอยรัชดาภิเษก 36 หรือเลือกเข้าจากซอยลาดพร้าว 41 (ซอยภาวนา) ก็ได้ค่ะ

เส้นทางที่ 3 เป็นเส้นทางจาก ถนนพหลโยธิน ให้เลี้ยวเข้าแยกเสนานิคมเพื่อเข้าสู่ถนนพหลโยธิน 32 ต่อมาก็เลี้ยวเข้าถนนลาดพร้าว-วังหิน เลี้ยวขวาเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แล้วขับไปตามทางเรื่อยๆ จะเจอซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการค่ะ

เส้นทางที่ 4 เป็นเส้นทางจาก ถนนเกษตร-นวมินทร์ ตรงสู่ถนนลาดพร้าว-วังหินโดยผ่านถนนลาดปลาเค้าผ่านแยกวังหิน และเลี้ยวขวาเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แล้วเลี้ยวเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 อีกทีหนึ่งค่ะ

ความจริงยังมีเส้นทางอื่นอีกนะคะที่สามารถเข้าถึงตัวโครงการได้ ถ้าหากใครใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำอยู่แล้วล่ะก็รับรองว่าสะดวกสบายมากๆ ค่ะ จะไปทำงานแถวหลักสี่ ดอนเมือง ห้วยขวาง พระรามสี่ หรือราชเทวีก็ไปได้ง่ายๆ เพราะโครงการตั้งอยู่ในซอยที่สามารถลัดเลาะไปยังจุดต่างๆ ได้ทั้งหมดค่ะ

image

สำหรับใครที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็นับว่าสะดวกในระดับนึงค่ะ เพราะตอนนี้สถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็น MRT ลาดพร้าว อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 2.3 กม. แต่ต้องอาศัยวินมอเตอร์ไซค์ในการเดินทางออกจากซอยเพื่อไปยังสถานี และในอนาคตจะมีการสร้างรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 2 เส้นทางคือ

รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-คูคต) โดยสถานที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีรัชโยธิน

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งเริ่มต้นจากแยกรัชดา-ลาดพร้าว อยู่ใกล้ๆ กันกับ MRT สถานีลาดพร้าวเลยค่ะ

แต่อย่างไรก็แล้วแต่การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ดูจะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่อยู่อาศัยภายในซอยนี้ ดังนั้น ในช่วงเวลาเร่งด่วนก็อาจจะทำให้เกิดการจราจรติดขัดภายในซอยอยู่บ้าง เนื่องจากคนส่วนใหญ่เน้นการขับรถไปทำงานเองมากกว่าการใช้ระบบขนส่งสาธารณะค่ะ

การเดินทาง

ในวันนี้เราจะใช้เส้นทางที่ 1 ในการเดินทางกันนะคะ นั่นก็คือ เดินทางจาก ถนนรัชดาภิเษก —> กลับรถก่อนถึงแยกรัชโยธิน —> เข้าซอยรัชดาภิเษก 32 —> เข้าสู่ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7

image

เริ่มต้นเส้นทางกันบนถนนรัชดาภิเษก แถวๆ ห้วยขวาง เพื่อความสะดวกรวดเร็วเราจะใช้อุโมงค์ลอดข้ามแยกห้วยขวางกันเลยค่ะ

image

ขับตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นโรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคมอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ ให้เราขับตรงไปต่อเลยคะ

image

เมื่อขับมาเรื่อยๆ ก็ให้เลือกลอดผ่านอุโมงค์ข้ามแยกสุทธิสาร เพื่อมุ่งสู่เส้นทางถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน

image

ชึ้นจากอุโมงค์มาสักพักจะเจอกับแยกรัชดา-ลาดพร้าว ให้ตรงผ่านแยกรัชดา-ลาดพร้าวไปเลยค่ะ

image

ตัวซอยจะอยู่ทางขวามือ ซึ่งเราจะต้องขับเลยไปก่อนเพื่อกลับรถค่ะ

image

ตรงมาตามเส้นทางจนเจอป้ายห้าแยกลาดพร้าวแล้ว ให้เตรียมตัวนะคะ เพราะใกล้จะถึงแยกรัชโยธิน ซึ่งมีจุดกลับรถอยู่ค่ะ

image

กลับรถใต้สะพานข้ามแยกรัชโยธิน โดยระยะจากทางกลับรถถึงปากซอยรัชดาภิเษก 32 อยู่ที่ 1.7 กม. ก็ถือว่าอยู่ในระยะที่ค่อนข้างไกลนะคะ

image

ด้านหน้าซอยรัชดาภิเษก 32 จะมีป้ายบอกเส้นทางลัดไปยังรามอินทรา-ลาดพร้าวค่ะ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย

image

ในช่วงต้นซอยค่อนข้างคึกคักค่ะ มีจุดเด่นคือ ทางซ้ายมือเป็นธนาคารกรุงไทย ส่วนทางขวาจะเป็นศูนย์อาหารรัชดา 32 สามารถแวะซื้ออาหารก่อนเข้าที่พักได้เลยค่ะ

image

ถัดเข้ามาอีกนิดจะเจอกับ Tesco Lotus express ค่ะ ด้านขวามือจะเป็น 7-11

image

ให้วิ่งผ่านซอยรัชดาภิเษก 32 แยก 1 ตรงไปตามทางเรื่อยๆ ให้สังเกตทางซ้ายมือนะคะ จะเจอกับอาคารสำนักงานขาย ด้านหน้าจะมีท่อลมสีน้ำตาลทองตั้งอยู่เป็นจุดสังเกตค่ะ

image

เมื่อเลี้ยวเข้ามาแล้ว เราจะเจอกับตัวอาคารสำนักงานขายของ บราวน์ คอนโด (Brown Condo) ซึ่งตกแต่งแนว Modern luxury แต่เราจะพาไปเยี่ยมชม site ของทางโครงการที่ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 กันก่อนนะคะ

image

ใกล้กับสำนักงานขายจะเป็นทางแยกเข้าซอยรัชดา 36 แยก 19 -1 และ แยก 19 – 2 ค่ะ

image

ถ้าใครกลัวว่าจะหาทางเข้าไม่เจอก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะตามทางจะมีป้ายของคอนโดติดไว้ บอกทางเป็นระยะๆ อยู่แล้วค่ะ

image

เมื่อขับมาถึงปากทางเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 จะเจอกับจุดสังเกตเป็น 7-11 ทางขวามือ ส่วนตัวโครงการจะอยู่ในซอยทางซ้ายมือค่ะ

image

เมื่อเข้ามาในซอยจะเจอกับที่ตั้งของ site เลยค่ะ อาคารจะหันหน้าเข้าถนนของซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 ส่วนบรรยากาศรอบๆ โครงการจะเป็นอย่างไร แนะนำให้ติดตามต่อได้ในหัวข้อ สภาพแวดล้อมรอบโครงการ บราวน์ คอนโด (Brown Condo) นะคะ

Insight

เจาะลึกภาพรวมโครงการ บราวน์ คอนโด (Brown Condo)

image

โครงการ บราวน์ คอนโด (Brown Condo) ซอยรัชดาภิเษก 32 เป็นอาคารพักอาศัยประเภท Low Rise สูง 7 ชั้นจำนวน 1 อาคาร จาก บริษัท เอสเตท คิว จำกัด ตัวอาคารตั้งอยู่บนพื้นที่ 1-3-44 ไร่ มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 242 ยูนิต ประกอบด้วย

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 23.96 – 25.48 ตร.ม.

ห้อง 1 Bedroom Exclusive ขนาด 29.79 – 34.78 ตร.ม.

ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 33.08 – 46.36 ตร.ม.

นอกจากนั้นยังมี Private Clubhouse อีก 1 อาคาร เพื่อแยกที่อยู่อาศัยกับพื้นที่ของ Facilities ออกจากกัน

image

สำหรับในวันนี้เราจะพาทุกท่านมาเจาะลึกโครงการกันที่สำนักงานขาย ซึ่งตั้งอยู่ช่วงต้นซอยรัชดาภิเษก 32 ตัวอาคารตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเข้ากับชื่อของคอนโด ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์กว่าสิ่งก่อสร้างโดยรอบ สังเกตเห็นได้ง่ายค่ะ

image

เข้ามาภายในสำนักงานขายก็จะเจอกับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อมูลของคอนโด รวมถึงมีโมเดลของอาคารให้เราได้ดูกันเป็นตัวอย่างด้วยค่ะ

image

การตกแต่งภายในก็ดูโมเดิร์น สวยงาม มีการจัดเตรียมเก้าอี้ไว้โดยรอบ เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาเยี่ยมชมและสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ

image

ที่นี่มีห้องตัวอย่างให้ชมกันถึง 3 ห้อง ครบทุกรูปแบบ เรียกว่าจัดเตรียมไว้ให้ชมกันจนจุใจเลยทีเดียวค่ะ

image

แต่ก่อนที่เราจะพาเข้าไปชมห้องตัวอย่าง เราขอพามาดูโมเดลอาคารกันสักนิด เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งโครงการก่อนนะคะ

image

รูปแบบอาคารของ บราวน์ คอนโด (Brown Condo) ออกแบบมาในโทนสีน้ำตาลสมกับชื่อโครงการ ด้านหน้าของคอนโดจะหันหน้าเขาหาซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 – 7

image

รถสามารถเข้าและออกได้ทางเดียว โดยทางเข้าจะมีรปภ. คอยดูแลรักษาความปลอดภัย พร้อมติดกล้อง CCTV ตรวจจับความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง

image

หากมองจากด้านข้าง จะเห็นว่าท่างโครงการออกแบบตัวอาคารให้มีรูปทรง L-Shape เว้ากลางตึก เพื่อสร้างอาคาร Private Clubhouse อีก 1 อาคาร

image

ข้อดีของการสร้างตึกในลักษณะนี้คือ ห้องบางส่วนได้วิวเป็นสระว่ายน้ำ และการแยก Facilities ออกจากตัวอาคาร เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับที่พักอาศัย นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการรักษาความสะอาดของตัวโครงการที่จะทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

image

ภาพจำลองบรรยากาศและรูปแบบอาคารของ Private Clubhouse สูง 3 ชั้น

image

ภายในอาคาร Private Clubhouse เองก็มี Facilities บางส่วนอยู่อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ล็อบบี้ ที่สามารถมองออกไปเห็นวิวสระว่ายน้ำได้

image

ห้องสันทนาการสำหรับเล่นเกม เพื่อผ่อนคลายความเครียด

image

ห้องฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นไว้ให้ออกกำลังกาย เรียกเหงื่อ และฟิตหุ่นให้เฟิร์มมากยิ่งขึ้น

image

ภาพมุมสูงของโมเดล มุมนี้สามารถมองเห็นสระว่ายน้ำขนาด 18.55 x 5 เมตรได้ด้วยค่ะ

image

ภาพจำลองบรรยากาศริมสระว่ายน้ำของโครงการ ด้านข้างสระมีพื้นที่สำหรับเอนหลังพักผ่อน รอบๆ ตกแต่งด้วยพื้นที่สีเขียว ดูร่มรื่น สบายตา

image

ชั้นดาดฟ้าเองก็จัดให้เป็นสวนดาดฟ้า สำหรับพักผ่อนอีกหนึ่งจุด โดยตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของอาคาร

image

สำหรับสวนดาดฟ้าก็มีการจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ในทุกๆ จุด โดยแบ่งเป็นพื้นที่ให้เป็นที่ออกกำลังกาย พักผ่อน หรือจะใช้เพื่อปาร์ตี้สังสรรค์ยามว่าง ซึ่งแบ่งออกเป็น

JOGGING TRACK

BARBECUE PARTY& WINE BAR

STARLIGHT TERRACE

YOGA DECK

OUTDOOR EXERCISE ZONE

HEALTHY PLANTS GARDEN

OUTDOOR WORKING SPACE & COMMUNITY TABLE

DAYBED

SCULPTURAL PLAYGROUND

PUTTING GREEN

แผนผังอาคาร

image

ผังอาคารในชั้นที่ 1 เป็นที่สำหรับจอดรถทั้งชั้นค่ะ ซึ่งมีประมาณ 40% หรือประมาณ 91 คัน รวมการจอดแบบซ้อนคัน และเป็นทางเข้า – ออกหลักของโครงการ สำหรับทางเข้าอาคารจะเป็นล็อบบี้เชื่อมต่อกับโถงลิฟต์ค่ะ

image

แผนผังอาคารในชั้น 2 จะแยกออกเป็นส่วนของ Private Clubhouse และอาคารพักอาศัย ได้ดังนี้

Private Clubhouse

บริเวณชั้น 2 ของ Private Clubhouse จะเป็นพื้นที่ของล็อบบี้และห้องสมุด มีพื้นที่ประมาณ 95 ตารางเมตร ส่วนด้านนอกอาคารจะเป็นพื้นที่ของสระว่ายน้ำขนาด 18.55 x 5 เมตร

อาคารพักอาศัย

อาคารพักอาศัยในชั้น 2 มีตั้งแต่ห้องแบบเล็กสุดไปจนถึงห้องขนาดใหญ่ แบ่งเป็นแบบ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.96-25.48 ตร.ม. ทั้งหมด 26 ยููนิต, 1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 29.79-34.78 ตร.ม. ทั้งหมด 5 ยููนิต และ 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 33.13-46.37 ตร.ม. ทั้งหมด 6 ยููนิต รวมเป็น 37 ยูนิต มีการวางโถงลิฟต์ 2 ตัว แบบล็อกชั้นและจัดห้องทิ้งขยะไว้ใกล้กับห้องพักทางฝั่งตะวันออก คนที่อาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของอาคารอาจจะต้องเดินมาใช้บริการลิฟต์และทิ้งขยะกันค่อนข้างไกลอยู่สักหน่อย แต่ถ้ามองในแง่ความเป็นส่วนตัวฝั่งทางทิศตะวันตกจะได้เปรียบมากกว่าค่ะ เพราะไม่ค่อยมีคนเดินผ่านหน้าห้อง

image

แผนผังอาคารในชั้น 3 จะแยกออกเป็นส่วนของ Private Clubhouse และอาคารพักอาศัย ได้ดังนี้

Private Clubhouse

ชั้น 3 ของ Private Clubhouse จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องฟิตเนส และห้องสันทนาการค่ะ ขนาดของห้องฟิตเนสอยู่ที่ 52 ตารางเมตร ส่วนห้องสันทนาการมีขนาดอยู่ที่ 30.70 ตารางเมตร

อาคารพักอาศัย

ผังอาคารโดยรวมจะคล้ายคลึงกับชั้นที่ 2 แต่จะมีการเพิ่มจำนวนยูนิตมากขึ้นอีก 4 ยูนิต ทางทิศใต้ของอาคาร ทำให้ชั้นนี้มียูนิตรวมทั้งหมดอยู่ที่ 41 ยูนิต ซึ่งก็ถือว่ามีจำนวนยูนิต/ชั้น ที่เยอะกว่าคอนโดประเภท Low Rise ทั่วไป แต่ด้วยความสูงของฝ้าภายในห้องที่สูงถึง 2.8 เมตร จึงช่วยทำให้ห้องโปร่งและโล่ง ลดความอึดอัดไปได้เยอะเลยค่ะ

image

ในชั้นที่ 4-7 มีแผนผังอาคารเหมือนกันกับชั้นที่ 3

ผังห้อง

ห้องของโครงการ บราวน์ คอนโด (Brown Condo) มีให้เลือกมากมายหลาขนาดเลยค่ะ เริ่มต้นอยู่ที่ขนาด  23.96 ตารางเมตร ไปจนถึงขนาด 46.37 ตารางเมตร ซึ่งแบ่งออกตามประเภทของห้อง ได้ดังนี้ค่ะ

image

ห้องประเภท 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.96-25.48  ตร.ม. รูปแบบการวางผังภายในห้องโดยทั่วไปเหมือนกันทุกขนาดค่ะ แต่จะแตกต่างกันที่ทำเลที่ตั้งของห้องและพื้นที่ใช้สอย แต่การจัดสรรพื้นที่ทุกห้องจะแบ่งออกเป็น 5 ส่วนเหมือนกันคือ ส่วนของครัวที่เป็นครัวเปิด ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ มีการกั้นพาร์ทิชันในส่วนของห้องนอนให้ และเลยห้องนอนเข้าไปจะเป็นพื้นที่ของระเบียง

image

1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 29.79-34.78 ตร.ม. นอกจากจะมีห้องหลากหลายขนาดแล้ว การวางผังห้องก็มีความแตกต่างกันแบบที่เห็นได้ชัด แบ่งไปตามที่ตั้งของห้องค่ะ ใครชอบการวางรูปแบบห้องแนวไหนก็เลือกได้ตามที่โดนใจ โดยภายในห้องจะแบ่งออกเป็นสัดส่วนมากกว่าห้องแบบ  1 Bedroom ทั้งการทำครัวปิดและจัดให้อยู่ติดกับระเบียง รวมถึงมีการกั้นห้องนอนแยก ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

image

1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 33.13-46.37 ตร.ม. ห้องประเภทนี้เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนและ 1 ห้องน้ำก็จริง แต่จะได้ห้องเอนกประสงค์เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ห้อง จะใช้เป็นห้องทำงานก็ดี หรือจะทำเป็นห้องนอนสำหรับลูกๆ ก็ได้ ขนาดห้องก็แตกต่างกันไปตามทำเลที่ตั้ง ส่วนฟังก์ชันอื่นๆ ก็คล้ายคลึงกับห้องประเภท 1 Bedroom คือได้ครัวแบบเปิด และมีระเบียงอยู่ติดกับห้องนอนค่ะ

1 BR 24.04 sq.m.

ห้องตัวอย่างแบบ 1 bedroom ขนาด 24.04 ตร.ม.

image

ต่อไปเป็นการเยี่ยมชมห้องตัวอย่างของทางโครงการกันนะคะ เริ่มกันที่ห้องขนาดเล็กที่สุด ได้แก่ ห้องแบบ  bedroom ขนาด 24.04 ตร.ม. ทางโครงการขายแบบ Fully Furnished จัดเต็มด้วยเฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ จากผังของห้องเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับส่วนของห้องครัวก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ ฝั่งขวามือของห้องครัวจะเป็นห้องน้ำ มองลึกเข้าไปจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น มีการกั้นกระจกบานเลื่อนเพื่อแบ่งเป็นพื้นที่ของห้องนอน และติดกับห้องนอนจะเป็นพื้นที่ของระเบียงค่ะ ห้องนี้มีความสูงของฝ้าอยู่ที่ 2.8 เมตร ซึ่งสูงกว่าฝ้าโดยปกติ ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นค่ะ

image

สำหรับประตูห้องมีการติด Digital Door Lock ของ Sumsung ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งการแสกนบัตร และการกดรหัส พร้อมมีที่จับแบบก้านโยกมาให้ ส่วนวัสดุประตูจะเป็นบานสำเร็จลายไม้สีเข้มค่ะ

image

ที่พื้นหน้าห้องมีการทำธรณีประตูยกสูงขึ้นมาประมาณ 2 ซม. เพื่อกันฝุ่นจากทางเดินปลิวเข้ามาในห้อง ทำตัวจบเป็นหินอ่อนสีดำ เก็บงานดูเรียบร้อยดี ส่วนพื้นในห้องจะปูด้วยไวนิลลายไม้ค่ะ

image

ด้านหลังประตูมีการทำ Door Stopper ไว้ให้ ป้องกันประตูกระแทกเข้ากับผนังห้อง

image

ส่วนแรกที่เข้ามาเราจะเจอกับครัวก่อนเลยค่ะ ซึ่งการวางตำแหน่งครัวไว้ติดกับประตูทางเข้าแบบนี้มีข้อดีคือ เวลาเราซื้อของมาเราสามารถวางเก็บไว้ในครัวได้เลย ด้านรูปแบบห้องใน Type นี้จะได้ครัวแบบเปิดค่ะ เหมาะกับทำอาหารหรือเตรียมอาหารเบาๆ สิ่งที่ได้จะมีเคาน์เตอร์ครัวพร้อมอ่างล้างจาน แต่จะไม่มีเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันให้นะคะ ส่วนด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นกว้างประมาณ 65 x 80 ซม.

image

เคาน์เตอร์ครัวได้หน้าตาแบบนี้ค่ะ แต่จะไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้ จะได้อ่างล้างจานแบบฝั่งลงบนเคาน์เตอร์ของ Mex พร้อมพื้นที่ทำอาหารทางด้านข้าง ด้านหลังเคาน์เตอร์ครัวกรุผนังด้วยกระเบื้อง สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายค่ะ

image

ด้านล่างจะเป็นตู้และลิ้นชักสำหรับเก็บของเป็นแบบ Soft-Close แบ่งเป็นตู้ใต้อ่างล้างจาน สามารถใช้เก็บของ หรือใช้ในงานซ่อมบำรุงเวลาอ่างชำรุดได้ ฝั่งขวาเป็นลิ้นชักสำหรับใส่ช้อน-ส้อม และลิ้นชักเอนกประสงค์ค่ะ

image

ตำแหน่งการวางไมโครเวฟจะอยู่ด้านล่างค่ะ หยิบจับและใช้งานได้สะดวก

image

ด้านบนจะเป็นตู้เก็บของแบบบานเปิด ขนาดค่อนข้างใหญ่ค่ะ

image

เปิดมาด้านในจะแบ่งออกเป็นชั้นๆ ไว้สำหรับวางเครื่องปรุงและของใช้ในครัว

image

ในตู้มีจุดที่ติดแผงควบคุมไฟภายในห้องไว้ให้ด้วย

image

ส่วนต่อมาที่จะพาไปชมคือ ห้องน้ำ จะอยู่ติดกับครัวขนาด 1.8 x 2.5 เมตร ทางโครงการแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกไว้ให้เป็นสัดส่วน พร้อมจัดเตรียมสุขภัณฑ์มาให้ตามมาตรฐานของคอนโดมิเนียมทั่วไปค่ะ ประกอบไปด้วย โถสุขภัณฑ์ อ่างล่างหน้า กระจกส่องหน้า ราวแขวนผ้าเช็ดตัว และฝักบัว

image

บรรยากาศภายในห้องน้ำค่ะ ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเข้ากับชื่อของคอนโด มีการกั้น Shower Box แยกส่วนแห้งไว้ให้เรียบร้อย ผนังปูด้วยกระเบื้องขนาด 15×30 ซม. มีทั้งด้านที่เป็นสีขาว และด้านที่ปูด้วยสีน้ำตาลอ่อนและเข้มสลับกัน

image

โถสุขภัณฑ์ที่ได้จะเป็นของ American Standard พร้อมสายฉีดชำระ และที่ใส่ทิชชู่ ติดไว้ด้านข้าง สามารถหยิบใช้ได้สะดวก

image

หน้าตาของสายฉีดชำระค่ะ หัวฉีดเป็นพลาสติกสีขาวขนาดกำลังพอดี

image

ราวแขวนผ้าก็เป็นของ American Standard เช่นเดียวกันค่ะ

image

มาดูอ่างล้างหน้ากันบ้างนะคะ เป็นอ่างทรงสี่เหลี่ยมจาก Mogen พร้อมก๊อกน้ำจาก American Standard ขอบอ่างมีที่ว่างไว้สำหรับให้วางของได้เล็กน้อย เหนืออ่างติดกระจกสำหรับส่องหน้ามาให้ขนาดกำลังพอดีค่ะ

image

ด้านล่างอ่างมีเคาน์เตอร์วางของได้อีกพอประมาณค่ะ

image

ตัวอ่างขนาดค่อนข้างกว้างค่ะ ใช้งานสะดวก ไม่ต้องกลัวว่าเวลาใช้งานแล้วน้ำจะกระเด็นออกนอกอ่าง

image

ฝั่งส่วนเปียกจะกั้น Shower Box มาให้ เป็นประตูกระจกใสนิรภัยสามตอน เปิดจากฝั่งซ้ายมาขวา ซึ่งประตูแบบสามตอนจะทำให้มีพื้นที่ทางเดินเข้ากว้างมากกว่าปกติค่ะ

image

พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องขนาด 15×30 ซม.ทั้งส่วนเปียกและแห้ง พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.4 x 1.2 เมตร ถือว่าขนาดค่อนข้างกว้างเลยค่ะ

image

ฝักบัวให้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เลยค่ะ ของ American Standard แต่ไม่ได้ติดชั้นวางของหรือที่วางสบู่มาให้ อาจจะต้องหามาติดตั้งกันเพิ่มเติมนะคะ

image

ส่วนต่อไปจะเป็นห้องนั่งเล่นขนาด 1.75 x 3.75 เมตร อยู่ถัดจากส่วนของห้องครัวและห้องน้ำ ระยะห่างระหว่างทีวีและโซฟาอยู่ที่ 3 เมตร สามารถวางทีวีได้ถึงขนาด 60 นิ้วเลยค่ะ ภายในห้องจะประกอบด้วยชุดโซฟาสำหรับ 2 ที่นั่ง ตู้วางโทรทัศน์แบบ Built-in และชั้นติดผนังสำหรับวางของ

image

โซฟาเป็นแแบบ 2 ที่นั่ง สำหรับคนตัวใหญ่ๆ อาจจะนั่งได้คนเดียวนะคะ ลองเปลี่ยนเป็นโซฟาแบบไม่มีที่วางแขนดูก็ได้ จะได้เพิ่มพื้นที่ในการนั่งให้มากขึ้น ถ้าต้องการซื้อใหม่ก็แนะนำให้วัดพื้นที่สำหรับวางไปด้วยก็ดีนะคะ เพราะพื้นที่จะ Fix มาให้ โดยพื้นที่วางโซฟามุมนี้กว้างประมาณ 1.7 เมตรค่ะ

image

ตรงข้ามโซฟาจะเป็นตู้วางโทรทัศน์แบบ Built-in แต่ถ้าใครจะใช้พื้นที่ส่วนนี้สำหรับวางของตกแต่ง ก็อาจจะซื้อทีวีแบบติดผนังแบบห้องตัวอย่างแทนทีวีตั้งโต๊ะก็ได้

image

ตู้แบบ Built-in จะมีช่องเก็บของแบบบานพับข้อศอก มีให้จำนวน 2 ช่อง

image

ด้านบนเป็นชั้นติดผนังสำหรับวางของค่ะ

image

ต่อไปจะเป็นส่วนของห้องนอนนะคะ ภายในห้องนอนจะเป็นผนังฉาบเรียบสีขาว ปูพื้นด้วยไวนิล (กระเบื้องยาง) มีการกั้นประตูกระจกบานเลื่อนแยกพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ห้องนอนจะอยู่ติดกับส่วนระเบียง ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติจากภายนอก ห้องนอนจึงดูสว่างและโล่งโปร่งสบาย เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องจะประกอบด้วย เตียงนอน (ไม่รวมฟูก), Built-in ตู้เสื้อผ้า และ แอร์ 1 ตัว

image

ประตูกระจกใสเป็นแบบบานเลื่อนสามตอนขนาดใหญ่ กั้นพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน การกั้นประตูกระจกใสมีทั้งข้อดีและข้อเสียค่ะ ข้อดีคือทำให้ห้องดูกว้างเป็นการเชื่อม Space ให้ห้องดูต่อเนื่องกัน ส่วนข้อเสีย จะทำให้ห้องดูไม่เป็นส่วนตัว เนื่องจากเวลามีแขกมาก็จะสามารถมองเห็นภายในห้องนอนของเราได้ แนะนำให้ติดสติกเกอร์กระจกขุ่นเพื่อบังสายตา จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับห้องนอนของเราได้มากยิ่งขึ้นค่ะ

image

มาดูเตียงกันก่อนนะคะ เป็นเตียงขนาดควีนไซส์ ทางโครงการให้ฐานเตียงมาค่ะ

image

พื้นที่หัวเตียงฝั่งหนึ่งจะติดกับประตูระเบียงค่ะ พื้นที่เดินค่อนข้างมีจำกัด เวลาเดินเข้าเดินออกจะลำบากนิดหนึ่ง บริเวณหัวเตียงมีปลั๊กไฟสำหรับเสียบสายชาร์จแบตโทรศัพท์ให้ด้วยค่ะ

image

ส่วนหัวเตียงอีกฝั่งหนึ่งจะติดกับประตูบานเลื่อน ไม่เหลือพื้นที่สำหรับให้เดินผ่านหรือเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเลย

image

บริเวณปลายเตียงจะเป็นพื้นที่ว่างสำหรับวางโต๊ะทำงานหรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ค่ะ

image

บริเวณนี้มีการติดตั้งปลั๊กไฟให้ 1 จุดสำหรับเสียบไดร์เป่าผมหรือโคมไฟเล็กๆสำหรับตั้งบนโต๊ะทำงาน

image

ติดกับพื้นที่ว่างจะเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบบานเปิดคู่

image

ภายในตู้เสื้อผ้าจะแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ พื้นที่สำหรับวางของทางด้านบน

image

พื้นที่สำหรับแขวนเสื้อผ้า สำหรับสาวๆที่มีเสื้อผ้าเยอะ ตู้อาจจะเล็กไปสักหน่อย อาจจะซื้อตู้เพิ่มอีกสักหนึ่งตู้และตั้งไว้ด้วยกัน ทำเป็น  Walk-in closet ไว้สำหรับแต่งตัว

image

ด้านล่างจะเป็นลิ้นชักและช่องสำหรับใส่เครื่องประดับ

image

เราจะพาไปดูส่วนสุดท้ายของห้องกันนะคะ ซึ่งก็คือระเบียงห้อง ระเบียงจะทำเป็นกระจกเข้ามุม หน้าตาแบบนี้เลยค่ะ จะมีการยกธรณีประตูขึ้นมา 10 ซม. เพื่อกันน้ำจากภายนอกไหลเข้าสู่ห้องนอน

image

ด้ามจับของประตูระเบียงจะเป็นแบบเซาะร่องพร้อมตัวล็อก ดูแข็งแรงและทนทานดีค่ะ

image

พื้นที่ของระเบียงจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.95 x 2.05 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 เซนติเมตร

image

คอมเพรสเซอร์แอร์ติดตั้งแบบแขวนกับผนัง ช่วยประหยัดพื้นที่มากกว่าการติดตั้งบนพื้นค่ะ คอมเพรสเซอร์แอร์จะหันหน้าเข้าหาระเบียง มีการติดกริลเพื่อเบี่ยงทิศทางลมร้อนให้ออกจากตัวห้อง มีการกั้นระแนงอลูมิเนียมสีดำบังสายตาจากภายนอก ส่วนไฟระเบียงจะเป็นไฟดาวน์ไลท์แบบในภาพเลยค่ะ

image

หน้าตาของก๊อกน้ำสำหรับซักล้างเป็นแบบหมุนตามมาตรฐาน

image

ด้านนอกระเบียงติดตั้งปลั๊กไฟสำหรับเสียบเครื่องซักผ้าไว้ให้ 1 จุด

สรุปรายการเฟอร์นิเจอร์ที่ได้จากทางโครงการ

แอร์ 1 เครื่อง

โซฟา 2 ที่นั่ง

ชั้นวางทีวีแบบ Built-in

เตียงขนาด 5 ฟุต

ตู้เสื้อผ้า

เคาน์เตอร์ครัว

อ่างล้างจานของ Mex หรือเทียบเท่า

สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำของ American Standard และMogen หรือเทียบเท่า

1 BR Exclusive 34.78 sq.m.

ห้องตัวอย่างแบบ 1 bedroom Exclusive ขนาด 34.78 ตร.ม.

image

ห้องแบบต่อมาคือห้องแบบ 1 bedroom Exclusive ขนาด 34.78 ตารางเมตร แบ่งพื้นที่ห้องออกเป็น 5 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ และระเบียง สำหรับฟังก์ชันภายในห้องเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่นเป็นส่วนแรก มองลึกเข้าไปจะเป็นครัวแบบปิด กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ห้องนี้พื้นที่ครัวจะอยู่ติดกับพื้นที่ของระเบียงด้วยค่ะ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำและห้องนอน ซึ่งกั้นแยกห้องให้เป็นสัดส่วนมากกว่าห้องแบบ 1 bedroom ด้านความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.8 เมตร ถือว่าทำห้องออกมาสูงทีเดียวค่ะ

image

ประตูห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จลายไม้สีเข้ม ติด Digital Door Lock ของ Sumsung พร้อมที่จับเเบบก้านโยกมาให้ หน้าประตูจะยกธรณีขึ้นสูงประมาณ 2 ซม.

เวลาแม่บ้านทำความสะอาดโถงทางเดินกวาดฝุ่นก็จะช่วยไม่ให้ฝุ่นเข้ามาในห้องทำตัวจบเป็นหินอ่อนสีดำ เก็บงานได้เรียบร้อยดีค่ะ

image

เปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนของห้องนั่งเล่นก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ พื้นของห้องจะปูด้วยกระเบื้องไวนิลลายไม้ ไฟจะเป็นดาวน์ไลท์สี warm light ในทุกส่วนของห้อง ภายในห้องนั่งเล่นติดหน้าต่างบานใหญ่ไว้ให้ (ได้เฉพาะห้องมุม) ห้องจึงได้รับแสงธรรมชาติช่วยในเรื่องของการประหยัดไฟได้ดีเลยค่ะ

image

โซฟาที่ได้เป็นแบบ 2 ที่นั่งแบบมีพนักและที่วางแขนตามนี้เลยค่ะ ภายในห้องมีอุปกรณ์ Bluetooth Sound System ติดตั้งให้บริเวณกำแพงใกล้กับโซฟา ซึ่งจะแถมให้ในช่วงเวลาโปรโมชันของทางโครงการ ส่วนโต๊ะกลางเป็นเพียงไอเดียสำหรับการเลือกซื้อและตกแต่งนะคะ ทางโครงการไม่ได้แถมให้

image

หน้าตาของสวิตซ์ไฟภายในห้อง เป็นของ Siemens

image

โต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 2 ที่นั่ง ตัวโต๊ะอาจจะเล็กไปสักหน่อยนะคะ ถ้าอยากได้โต๊ะที่ใหญ่กว่านี้ก็ลองเลือกซื้อโต๊ะและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ได้ เพราะยังเหลือพื้นที่ให้ขยับขยายในส่วนนี้อยู่บ้างค่ะ

image

ตรงข้ามโซฟาจะเป็นชั้นวางทีวีแบบ Built-in พร้อมตู้เก็บของแบบบานพับข้อศอก มีให้จำนวน 2 ช่อง และช่องใส่ของอีก 1 ช่อง

image

ด้านบนเป็นชั้นวางของแบบ Built-in และติดตั้งแอร์ให้ด้วย 1 ตัว

image

ระยะห่างระหว่างทีวีถึงโซฟากว้างประมาณ 3 เมตร สามารถเลือกซื้อทีวีขนาดใหญ่ถึง 60 นิ้วมาติดตั้งได้เลยค่ะ และส่วนต่อไปที่อยู่ติดกันกับห้องนั่งเล่นจะเป็นส่วนของห้องน้ำ มีการลดระดับพื้นของห้องน้ำลงไปประมาณ 2 ซม. ในห้องตัวอย่างจะไม่ได้ติดประตูห้องน้ำมาให้ แต่ในห้องจริงจะเป็นบานประตู PVC ทนน้ำและความชื้นค่ะ

image

ภายในห้องน้ำแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกออกจากกันเป็นสัดส่วนด้วยการกั้นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอนมาให้ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ผนังปูด้วยกระเบื้องขนาด 15x30 ซม. ส่วนพื้นจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30x30 ซม. สุขภัณฑ์ที่ได้จะมีอ่างล้างหน้า กระจกเงาติดผนัง โถสุขภัณฑ์ สายฉีดชำระ ที่ใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้าเช็ดตัว และฝักบัว

image

อ่างล้างหน้าเป็นของ Morgen ขนาดกำลังพอดีค่ะ ขอบอ่างมีพื้นที่สำหรับวางของได้เล็กน้อย ส่วนใต้อ่างทำเป็นช่องสำหรับใส่ของเพิ่มเติมไว้ให้ด้วย ส่วนก๊อกน้ำจะได้ของ American Standard ค่ะ

image

มาดูโถสุขภัณฑ์กันบ้างนะคะ จะได้ของ American Staandard พร้อมสายฉีดชำระหัวพลาสติกสีขาวและที่ใส่ทิชชู่ ติดตั้งไว้ด้านข้าง หยิบใช้ได้สะดวกค่ะ

image

ในส่วนพื้นที่เปียกจะติดตั้งฝักบัวมาให้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เป็นของ American Standard

image

ต่อไปเราจะพาไปชมห้องนอน ซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำกันต่อเลยนะคะ พื้นห้องนอนปูด้วยกระเบื้องไวนิลลายไม้ต่อเนื่องจากส่วนของห้องนั่งเล่น ไม่มีตัวจบกั้น

image

บรรยากาศภายในห้องนอนค่ะ ได้พื้นที่ในห้องนอนกว้างกว่าห้องนอนแบบ 1 Bedroom มี Space ในห้องเหลือไว้สำหรับเดินรอบๆเตียงเยอะมาก ส่วนเตียงที่ทางโครงการให้มาจะเป็นเตียงขนาด 5 ฟุตค่ะ

image

สองฝั่งของหัวเตียงมีพื้นที่ว่างสำหรับวางโต๊ะ หรือตู้เก็บของได้ทั้ง 2 ด้านเลยค่ะ ความกว้างอยู่ที่ประมาณ 100 ซม.

image

ปลายเตียงจะเป็นพื้นที่ว่างยาวประมาณ 2.4 เมตร สำหรับวางโต๊ะทำงานหรือจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ดีนะคะ เวลาสาวๆ แต่งหน้าจะได้สะดวก เพราะห้องสว่างจากแสงธรรมชาติ แต่งหน้าออกมาจะได้โทนที่ถูกใจ ไม่หนาจนเกินไป สำหรับเฟอร์นิเจอร์โต๊ะทำงานที่เห็นจะเป็นเพียงไอเดียสำหรับตกแต่งห้องนะคะ ทางโครงการไม่ได้แถมมาให้

image

ติดกับโต๊ะทำงานเป็นตู้เสื้อผ้า Built-in บานใหญ่สูงจรดเพดานเลยค่ะ

image

ประตูจะเป็นแบบบานเปิดคู่ ภายในตู้เสื้อผ้าแบ่งออกเป็นชั้นวางของด้านบน ราวแขวนผ้าและลิ้นชักเก็บเครื่องประดับ

image

หันกลับมาดูฝั่งหน้าต่างกันบ้างนะคะ ทางโครงการทำหน้าต่างมาให้เต็มความกว้างของผนังเป็นชุดหน้าต่างบานเลื่อนผสมกับบานฟิกซ์ กรอบอลูมิเนียมสีดำ ทำให้ห้องสว่างเพราะได้รับแสงธรรมชาติจากภายนอกค่ะ

image

มุมมองจากทางฝั่งหน้าต่างค่ะ จะเห็นว่าพื้นที่ปลายเตียงเหลือไว้ให้เดินสบายๆ ประมาณ 80 ซม.

image

ต่อไปเป็นส่วนของห้องครัวนะคะ ห้องแบบ 1 bedroom Exclusive จะได้ครัวแบบปิดพื้นปูด้วยกระเบื้องไวนิลลายไม้ มีการกั้นประตูกระจกแบบบานเลื่อน 3 ตอน กรอบประตูเป็นอลูมิเนียมสีดำ ซึ่งการกั้นครัวแยกออกไปแบบนี้จะช่วยป้องกันในเรื่องของกลิ่นอาหารลอยไปติดเฟอร์นิเจอร์ในส่วนอื่นๆ ได้เยอะเลยค่ะ

image

ภายในครัวจะได้เคาน์เตอร์ครัวแบบ Built-in แบบนี้เลยค่ะ ส่วนหน้าต่างบริเวณเคาน์เตอร์จะได้สำหรับห้องมุมค่ะ

image

บนเคาน์เตอร์ครัวจะประกอบด้วยเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Mex

image

อ่างล้างจานเป็นแบบไม่มีที่พักจานของ Mex พร้อมพื้นที่สำหรับทำครัวด้านข้างค่ะ

image

ขนาดอ่างกว้างและลึกพอสมควรที่จะล้างแก้ว ล้างจานแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมา

image

image

ด้านบนเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นตู้ลอยสำหรับเก็บของ แบบบานเปิด-ปิด ภายในแบ่งเป็นชั้นสำหรับวางของตามภาพค่ะ

image

image

ด้านข้างตู้เก็บของจะเป็นเครื่องดูดควันจาก Mex

image

ส่วนด้านล่างของเคาน์เตอร์ครัวจะมีตู้เก็บของใต้อ่างล้างจาน และลิ้นชักสำหรับใส่ช้อน-ส้อม

image

ช่องใส่ไมโครเวฟ ทำไว้ให้ด้านล่าง สามารถหยิบจับใช้งานได้สะดวก ใต้ช่องใส่ไมโครเวฟจะเป็นลิ้นชักเอนกประสงค์สำหรับเก็บของอีก 1 ช่อง

image

เคาน์เตอร์มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าขนาด 9 kg ถัดไปเป็นพื้นที่วางตู้เย็น และต่อด้วยพื้นที่ของระเบียง ซึ่งการมีระเบียงอยู่ติดกับห้องครัวจะช่วยในเรื่องของการถ่ายเทอากาศ และลดปัญหาเรื่องควันเวลาประกอบอาหารได้ในระดับนึง สำหรับระเบียงห้องจะกั้นด้วยประตูบานเลื่อน พื้นที่ระเบียงก็ไม่ได้กว้างมากนัก แต่ก็พอจะทำเป็นพื้นที่ตากผ้า หรือซักล้างได้ค่ะ

image

ออกมายังส่วนของระเบียงกันแล้วนะคะ ทางซ้ายมือจะติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์แบบแขวนผนัง หันหน้าเข้าระเบียง แต่ไม่ต้องกลัวว่าระเบียงจะร้อนจนเกินไปนะคะ เพราะทางโครงการติดตั้งกริลเบี่ยงทิศทางลมร้อนมาให้เรียบร้อยแล้ว

image

บริเวณใต้คอมเพรสเซอร์แอร์จะติดตั้งปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำให้ 1 จุด

image

พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 เซนติเมตร ทางโครงการติดก๊อกน้ำสำหรับซักล้างมาให้ด้วยค่ะ

สรุปรายการเฟอร์นิเจอร์ที่ได้จากทางโครงการ

แอร์ 2 เครื่อง

โซฟา 2 ที่นั่ง

ชุดโต๊ะรับประทานอาหาร

ชั้นวางทีวีแบบ Built-in

เตียงขนาด 5 ฟุต

ตู้เสื้อผ้า

เคาน์เตอร์ครัว

อ่างล้างจานของ Mex หรือเทียบเท่า

เตาไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันของ Mex หรือเทียบเท่า

สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำของ  American Standard และMogen หรือเทียบเท่า

1 BR Plus 40.07 sq.m.

ห้องตัวอย่างแบบ 1 bedroom Plus ขนาด 40.07 ตร.ม.

image

ห้องสุดท้ายที่จะพามาชมกัน เป็นห้องแบบ 1 bedroom Plus ขนาด 40.07 ตารางเมตร ห้องนี้จะเพิ่มฟังก์ชันของห้องเอนกประสงค์เข้ามาให้อีก 1 ส่วน ซึ่งห้องที่ได้มาสามารถจัดให้เป็นห้องนอนเล็กสำหรับลูกๆ เพิ่มอีก 1 ห้องได้เลยค่ะ หรือใครอยากจะเปลี่ยนเป็นห้องทำงานก็ใช้ได้เหมือนกัน ส่วนฟังก์ชันอื่นๆจะแบ่งเป็น ห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องเอนกประสงค์ และระเบียงค่ะ

image

เริ่มต้นจากทางเข้านะคะ เป็นประตูบานไม้สำเร็จสีเข้ม ขนาด 0.9 x 2.35 เมตร ติดระบบ Digital Door Lock ของ Sumsung พร้อมที่จับแบบก้านโยกมาให้ หน้าประตูห้องพักจะยกธรณีขึ้นสูงจากพื้นห้องโถงประมาณ 2 ซม. เพื่อกันสิ่งสกปรกจากภายนอกปลิวเข้าไปภายในห้อง

image

พื้นภายในห้องปูด้วยกระเบื้องไวนิล (กระเบื้องยาง) สีตามภาพเลยค่ะ ซึ่งกระเบื้องไวนิลมีข้อดีคือ ทนทาน กันน้ำได้ดี และซ่อมแซมได้ง่ายค่ะ

image

เปิดประตูเข้ามาในห้องสิ่งแรกที่เจอจะเป็นชุดโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 4 ที่นั่ง วางชิดอยู่กับกำแพง และระหว่างโต๊ะรับประทานอาหารกับโซฟาบริเวณกำแพงของห้องนั่งเล่นจะติดตั้ง อุปกรณ์ Bluetooth Sound System มาให้ (เฉพาะช่วงโปรโมชันเท่านั้น)

image

การจัดวางโต๊ะในลักษณะชิดกับกำแพงแบบนี้ จะช่วยในการประหยัดพื้นที่ห้องได้อีกทางหนึ่งค่ะ ซึ่งจากมุมโต๊ะรับประทานอาหารสามารถมองเห็นห้องนั่งเล่น เลยไปจนถึงห้องเอนกประสงค์ที่อยู่ติดกันได้ด้วยค่ะ

image

ภายในห้องนั่งเล่นมีโซฟาจำนวน 2 ที่นั่งให้ 1 ตัว

image

ฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวีแบบ Built-in พร้อมตู้เก็บของแบบบานพับข้อศอก และช่องวางของทางด้านข้าง

image

ด้านบนเป็นชั้น Built-in และติดตั้งแอร์ให้ด้วย 1 ตัว

image

ระยะห่างระหว่างทีวีและโซฟาอยู่ที่ 2.5 เมตร ขนาดทีวีที่เหมาะสมคือ 55 นิ้ว ส่วนโต๊ะกลางที่เห็นเป็นเพียงไอเดียตกแต่งภายในห้องนะคะ ทางโครงการไม่ได้แถมให้ แต่ถ้าใครอยากที่จะเลือกซื้อโต๊ะกลางสำหรับวางของ วางหนังสือ แนะนำให้ซื้อแบบเล็กๆ หรือแบบล้อเลื่อน เพื่อที่จะได้เหลือพื้นที่ทางเดินที่กว้างมากขึ้น

image

ห้องต่อมาเป็นห้องเอนกประสงค์ค่ะ ทางโครงการกั้นประตูกระจกบานเลื่อน แยกห้องให้เป็นสัดส่วน ซึ่งห้องนี้กว้างมากพอจะทำเป็นห้องนอนเล็กได้ อาจจะหาผ้าม่านมาปิดเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น หรือจะใครสะดวกที่จะเปลี่ยนเป็นห้องทำงานก็ดูโปร่งและโล่งสบายดีค่ะ

image

ทางโครงการแถมเตียงขนาด 3.5 ฟุตมาให้ ตั้งวางชิดอยู่กับหน้าต่างของห้อง

image

พื้นที่ปลายเตียงเหลืออยู่น้อยมากค่ะ ไม่สามารถเดินผ่านได้

image

พื้นที่ข้างเตียงกว้างพอจะตั้งตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเขียนหนังสือเพิ่มแบบในภาพได้เลยค่ะ

image

สำหรับหน้าต่างของห้องเป็นกระจกบานใหญ่เต็มความกว้างของผนัง ทำให้ห้องสว่างจากแสงธรรมชาติ โดยหน้าต่างจะเป็นแบบบานเลื่อน 2 ตอนผสมกับกระจกบานฟิกซ์ค่ะ

image

ต่อไปเราจะพาเดินเลี้ยวขวาไปยังส่วนของครัว ห้องน้ำและห้องนอนกันต่อเลยนะคะ

image

ห้องครัวเป็นแบบเปิดค่ะ อยู่ใกล้กับห้องน้ำและห้องนอน อาจจะประกอบอาหารหนักๆ ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นกลิ่นของอาหารและควันอาจจะฟุ้งกระจายเข้าสู่ส่วนอื่นๆ ของห้องได้ แต่ถ้าชอบทำอาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอาจจะกั้นห้องครัวด้วยประตูกระจกแบบบานเลื่อนเพิ่มเติมเอง เพื่อช่วยบรรเทาในเรื่องของควันและกลิ่นอาหารฟุ้งกระจายในห้อง

image

บนเคาน์เตอร์ครัวประกอบด้วยเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Mex ถัดไปเป็นอ่างล้างจานแบบไม่มีที่พักจานของ Mex เช่นเดียวกัน ด้านข้างอ่างล้างจานเป็นพื้นที่สำหรับทำอาหาร

image

การจัดวางเคาน์เตอร์ครัวจะวางตัวยาวขนานกับผนัง แยกเป็นตู้ลอยด้านบน มุมซ้ายมือเป็นเครื่องดูดควัน ติดตั้งแบบระบบหมุนเวียนของ Mex ส่วนด้านล่างจะแบ่งเป็นช่องวางไมโครเวฟ ลิ้นชัก 2 ช่อง ตู้ใต้อางล้างจาน 1 ตู้ และช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าขนาด 9 kg ค่ะ ส่วนตู้เย็นจะมีพื้นที่ให้วางอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัว

image

จากห้องครัวติดกันจะเป็นส่วนของห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30x30 ซม. มีการแยกโซนเปียกและโซนแห้งออกจากกัน พร้อมกับให้สุขภัณฑ์ตามมาตรฐานจาก American Standard และMogen หรือเทียบเท่า ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้า กระจากเงาบานใหญ่ โถสุขภัณฑ์ สายฉีดชำระ ที่ใส่กระดาษทิชชู่ ราวแขวนผ้า และฝักบัว

image

ส่วนเปียกจะกั้นด้วยกระจกบานเลื่อนของ Shower King

image

ฝักบัวจะได้ทั้งแบบ Hand Shower และRain Shower ของ American Standard บนฝ้าจะติดช่องระบายอากาศภายในห้องน้ำมาให้ด้วย

image

ส่วนต่อมาเป็นห้องนอนใหญ่ หรือMaster Bedroom ค่ะ พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องไวนิลเชื่อมต่อกับส่วนของห้องครัว ไม่มีตัวจบกั้น

image

ห้องนอนใหญ่ หรือMaster Bedroom จะได้เตียงนอนขนาด 5 ฟุต ทางฝั่งที่ติดกับประตูห้องนอนยัง เหลือพื้นที่สำหรับตั้งตู้ข้างหัวเตียงได้ ส่วนฝั่งที่ติดกับหน้าต่างจะเหลือพื้นที่ค่อนข้างเล็กประมาณ 30 ซม.แนะนำให้เว้นไว้สำหรับเดิน หรือเปลี่ยนผ้าปูที่นอนจะดีกว่าค่ะ

image

ด้านปลายเตียงจะมีพื้นที่ว่างสำหรับตั้งเป็นโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ ติดกันจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in หน้าตาเหมือนในห้องเอนกประสงค์เลยค่ะ

image

โต๊ะเครื่องแป้งไม่ได้แถมมากับห้องนะคะ เป็นเพียงไอเดียสำหรับตกแต่งห้องเท่านั้น ใครที่ซื้อห้องแล้วอยากเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงาน ทำเป็นชั้นวางหนังสือ หรือติดทีวีแขวนผนังแทนโต๊ะเครื่องแป้งก็สามารถทำได้ค่ะ

image

มุมมองจากฝั่งโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ สามารถมองออกไปเห็นห้องครัว และห้องน้ำที่อยู่ฝั่งขวามือได้

image

หันกลับมามองโซนระเบียงที่อยู่ติดกับห้องนอนกันบ้างนะคะ ระหว่างห้องนอนกับระเบียงจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมสีดำ ผสมกับบานฟิกซ์ทางด้านข้าง ซึ่งก็ถือเป็นช่องรับแสงขนาดใหญ่ให้กับห้องนอนช่วยประหยัดไฟไปในตัว ส่วนพื้นที่ของระเบียงจะวางตัวยาวขานกับห้องนอน พื้นปูด้วยกระเบื้องขนาด 30x30 ซม. พร้อมราวกันตกสูงประมาณ 1 เมตร ด้านนอกจะติดคอมเพรสเซอร์แอร์แบบแขวนกับผนัง พร้อมปลั๊กไฟ และก๊อกน้ำสำหรับซักล้างไว้ให้ค่ะ

Environment

สภาพแวดล้อมรอบโครงการบราวน์ คอนโด (Brown Condo)

สำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19

image

มาสำรวจสภาพแวดล้อมภายใน ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 กันนะคะ บริเวณนี้ส่วนมากจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัย มีความสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าช่วงทางเข้าซอยรัชดาภิเษก 32 แต่ก็ไม่เงียบเหงาจนเกินไปนะคะ เพราะตัวซอยมีรถวิ่งเข้า-ออกอยู่ตลอดทั้งวัน

image

ถนนภายในซอยรัชดาภิเษก จะเป็นถนน 2 เลน มีทางเท้าทั้งสองฝั่ง จะเห็นว่ามีการติดป้ายโฆษณาของคอนโดมิเนียมเจ้าต่างๆ เรียงรายตลอดทาง แสดงว่า ย่านนี้มีการลงทุนสร้างอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดอยู่เยอะทีเดียวค่ะ

image

ซอยนี้สามารถลัดเลาะออกไปยังซอยลาดพร้าว-วังหิน 61 เชื่อมออกไปยังถนนลาดปลาเค้า หรือโชคชัยสี่ได้

image

สำหรับด้านอาหารการกินก็มีให้เลือกซื้ออยู่เรื่อยๆ ตามสองข้างทางค่ะ มีทั้งร้านอาหารแบบริมถนน

image

หรือจะเป็นร้านอาหารนั่งทานแบบระบบปิดก็มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ค่ะ

image

ไม่ไกลจากที่ตั้งโครงการมีร้านนวดเพื่อสุขภาพ

image

ติดๆ กับร้านนวดเป็นร้านกาแฟ Speed Cycle ตกแต่งแนวเท่ๆ สามารถมานั่งทำงาน หรือนั่งจิบกาแฟยามว่างกันได้

image

ถัดมาเป็นร้านล้างรถชื่อเก๋ ชื่อว่า มาล้างรถ

image

ตรงข้ามร้านล้างรถจะเป็นอพาร์ทเมนต์ ใต้อาคารจะมีร้านขายยา ร้านซักรีด และร้านกาแฟ เปิดให้บริการอยู่ค่ะ

image

เดินถัดมาจะเป็นอาคารสูงประมาณ 3-4 ชั้น ส่วนมากจะเป็นที่อยู่อาศัยของคนในชุมชนค่ะ แต่ก็มีบ้างที่เปิดชั้นล่างสำหรับทำธุรกิจส่วนตัว อย่างเช่น เปิดเป็นโรงพยาบาลสัตว์

image

มีเปิดเป็นร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายยาก็มีค่ะ

image

ตรงนี้เป็นร้านอาหารและร้านขายน้ำค่ะ เดินมาถึงจุดนี้ก็ใกล้จะถึงกับปากซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการแล้วค่ะ

image

เดินมาอีกไม่กี่ก้าวก็เป็นซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 แล้วค่ะ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นร้าน 7-11 ซึ่งสามารถเดินไปใช้บริการได้ง่ายมากๆ ระยะไม่เกิน 200 เมตร

image

เดินเข้าซอยมา ทางฝั่งขวามือจะเป็นแมนชันสีฟ้าสดใส สูงประมาณ 4 ชั้นค่ะ

image

เยื้องๆ กับแมนชัน ทางซ้ายมือจะเป็น site ของบราวน์ คอนโด (Brown Condo) ซึ่งกำลังเตรียมพื้นที่สำหรับก่อสร้างในปีหน้าอยู่ค่ะ

image

มาดูพื้นที่รอบๆโครงการ โดยแบ่งตามทิศต่างๆ เพื่อให้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรวมกันนะคะ

ทิศเหนือ อยู่ติดกับซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 – 5 ซึ่งสามารถทะลุออกมายังซอยหลักด้านนอกได้

ทิศใต้ อยู่ติดกับด้านหลังของอาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น ใต้อาคารเปิดเป็นร้านขายอาหารตามสั่ง

ทิศตะวันออก (หน้าโครงการ) อยู่ติดกับซอยรัชดาภิเษก แยก 19 – 7 ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นที่อยู่อาศัยประเภทแมนชัน และบ้านเดี่ยว สูง 2 – 4 ชั้น

ทิศตะวันตก (ด้านหลังโครงการ) อยู่ติดกับแหล่งที่อยู่อาศัย

image

สำรวจพื้นที่ภายในซอยกันต่อดีกว่าค่ะ ฝั่งตรงข้ามของโครงการเป็นที่อยู่อาศัยค่ะ ด้านล่างเปิดเป็นร้านทำผมด้วย

image

มุมนี้จะเป็นมุมมองจากหน้าปากซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 – 5 มองไปทางด้านหลังของทางโครงการจะเห็นอาคารที่อยู่อาศัยสูงประมาณ 6 ชั้น ซึ่งในอนาคตอาจจะเป็นอาคารที่บดบังทัศนียภาพบางส่วนของโครงการ

image

เดินลึกเข้ามาในซอยจะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลค่ะ ค่อนข้างเงียบและเปลี่ยวพอสมควรค่ะ

image

เดินเข้ามาจนสุดซอยจะเจอเข้ากับทางแยกค่ะ ถ้าหากเลี้ยวขวาจะซอยตัน แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายจะสามารถทะลุไปยังถนนหลักของซอยรัชดาภิเษก 36 ได้

image

เลี้ยวซ้ายมาจะเป็นบ้านชั้นเดียว มองไกลๆ จะเห็นอาคารสูงประมาณ 8 ชั้น

image

อาคารที่เราเห็นจะเป็นคอนโดมิเนียม ตั้งอยู่ทางขวามือค่ะ

image

ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นอาคารรัชอาภาทาวเวอร์ เป็นคอนโดมิเนียมเช่นเดียวกัน

image

ถัดไปก็เป็นตึกของคนโดมิเนียมอีกเจ้า ซึ่งใต้อาคารมีร้านขายของชำเล็กๆเปิดอยู่ด้วย

สำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 - ลาดพร้าว-วังหิน

image

เรายังอยู่กันที่ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 กันนะคะ แต่เราจะพาไปสำรวจเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังถนนลาดพร้าว-วังหิน โดยผ่านซอยลาดพร้าว-วังหิน 61 ซึ่งในละแวกนั้นเป็นย่านของ Community mall และร้านนั่งชิล เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแหล่งชอปปิงและอยากสังสรรค์ในยามว่าง

image

เลยซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-7 มุ่งหน้าไปยังปากซอยลาดพร้าว-วังหิน 61 จะมีร้านอาหารอยู่หลายร้านเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ หรือร้านเนื้อย่างอย่าง บอยโพนยางคำ

image

ใกล้กับสะพานข้ามคลองลาดพร้าว จะมีวินมอเตอร์ไซค์คอยรับส่งผู้โดยสารอยู่ด้วยค่ะ

image

เราก็ไม่ลืมที่จะเก็บอัตราค่าบริการของวินภายในซอยนี้มาฝากกัน

image

เมื่อมุ่งหน้าตรงมาเรื่อยๆจนถึงทางแยกออกสู่ถนนใหญ่ แสดงว่าเรามาถึงช่วงถนนลาดพร้าว-วังหินเรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งถ้าเลี้ยวซ้ายเราจะมุ่งหน้าสู่ถนนลาดปลาเค้า เชื่อมต่อกับถนนเกษตร-นวมินทร์ได้ แต่ถ้าเลี้ยวขวาจะสามารถไปยังโชคชัย 4 ได้ค่ะ

image

สำหรับ Community mall ในย่านนี้ที่เด่นๆจะมี Plaza Lagoon ขับรถมาจากปากทางออกซอยลาดพร้าว-วังหิน 61 แค่ 130 เมตร ก็เจอเลยค่ะ

image

image

เลี้ยวซ้ายและขับไปอีกไม่ไกลจะเป็น The Jas ซึ่งเป็น Community mall ขนาดใหญ่ มีร้านอาหารเปิดอยู่มากมาย

image

บรรยากาศภายใน The Jas มีร้านอาหารให้ฝากท้องกันหลากหลาย เลือกได้ตามใจชอบ

image

และฝั่งตรงข้ามก็ยังมี Green Plaza คอมมิวนิตี้มอลล์อีกแห่งหนึ่ง แต่ไม่คึกคักเท่า The Jas

image

เลยไปอีกนิดจะเป็น KFC Drive Thru เปิดสาขาไว้ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว

Analysis

วิเคราะห์โครงการ บราวน์ คอนโด (Brown Condo)

ทำเล : ทำเลของ โครงการ บราวน์ คอนโด (Brown Condo) ถือเป็นทำเลที่ดีแห่งหนึ่งในย่าน New CBD ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก ซอยรัชดาภิเษก 32 ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนได้หลายสายมากๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นถนนเกษตรนวมินทร์ ถนนลาดพร้าว-วังหิน และถนนลาดพร้าว นอกจากนั้นก็ยังมีซอยย่อยๆ ที่สามารถใช้ลัดเลาะหนีรถติดได้อีกหลายเส้นทาง ดังนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์จึงมีความสะดวกสบายมาก เหมาะกับคนที่ทำงานในเมืองที่ต้องใช้เส้นทางดังที่กล่าวมาเป็นประจำค่ะ ส่วนปัญหาด้านรถติดก็อาจจะมีมากตามความสะดวกในการเดินทาง ก็อย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางกันไว้ด้วยนะคะ

ส่วนใครที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่าง BTS หรือ MRT เป็นหลักอาจจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไร เพราะโครงการไม่ได้อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าในระยะที่เดินถึง แต่ก็ยังพอมีสถานีที่ใกล้ๆ อยู่บ้างนะคะ นั่นก็คือ MRT สถานีลาดพร้าว แต่จะต้องโดยสารวินมอเตอร์ไซค์ออกจากซอยไปในระยะทางประมาณ 2.3 กม.

สภาพแวดล้อม : แม้ตัวโครงการจะดูเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก เพราะอยู่ในช่วงกลางซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แต่รอบๆ โครงการเต็มไปด้วยแหล่งของกินนะคะ สามารถหาของกินและร้านอาหารได้ง่าย ไม่ว่าจะทั้งจากทางฝั่งปากซอยรัชดาภิเษก 32 ที่เต็มไปด้วยร้านสะดวกซื้อ หรือจะจากปากทางเข้าฝั่งลาดพร้าว-วังหิน 61 ก็เป็นแหล่งคอมมูนิตี้มอลล์และร้านนั่งชิลจำนวนมาก

แบบห้อง : มีแบบห้องให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ แต่มีจำนวนขนาดที่หลากหลายมากๆ เริ่มตั้งแต่ห้องแบบ 1 bedroom ขนาด 23.96 ตารางเมตร ไปจนถึงห้องแบบ 1 bedroom Plus ขนาด 46.37 ตร.ม. การจัดสรรพื้นที่ของห้องทำได้ดี ครบทุกฟังก์ชันของการอยู่อาศัย จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือ ทำฝ้าสูงถึง 2.8 เมตร ห้องจึงดูโปร่งและโล่งกว่าปกติค่ะ สำหรับห้องที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด จะเป็นห้องมุมทางฝั่งทิศเหนือของอาคารซึ่งเป็นห้องแบบ 1 bedroom plus ขนาด 42.87 ตร.ม. ห้องจะได้รับลมดีและไม่โดนแดดในเวลากลางวันค่ะ

สิ่งอำนวยความสะดวก : ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการเลยค่ะ เพราะทางโครงการแยกเอาส่วนของ Facilities ออกมาจากพื้นที่อยู่อาศัย ทำให้ห้องพักมีความเป็นส่วนตัวมาก ไม่ไปเสียงดังรบกวนกันในยามพักผ่อนแน่นอน

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นมีให้หลากหลาย รองรับกิจกรรมทั้งประเภทในร่มและกลางแจ้งเลย มีทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือกลางแจ้ง ด้านในอาคารที่แยกออกมาก็จัดให้เป็นพื้นที่ของล็อบบี้และห้องสมุดในชั้น 2 ส่วนชั้น 3 ก็เป็นพื้นที่ของฟิตเนส หากใครชอบการทำกิจกรรมและชอบใช้พื้นที่ส่วนกลางบ่อยๆ คงจะถูกใจโครงการนี้ไม่น้อยเลยค่ะ

ราคา : เริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่า เพราะย่านรัชดา ถือเป็นย่านหนึ่งที่เป็น New CBD มีการเจริญเติบโตและพัฒนาค่อนข้างสูง อาหารการกินและระบบการคมนาคมมีให้พร้อม ไม่ห่างไกลความเจริญ ทางโครงการขายให้แบบ fully fernished พร้อมเข้าอยู่ได้เลย เหมาะสำหรับผู้ที่อยากซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือจะลงทุนปล่อยเช่าก็คุ้มค่าค่ะ

บราวน์ คอนโด (Brown Condo) เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณอยู่ในกระเป๋าประมาณ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป อาศัยหรือทำงานอยู่ในย่านรัชดาภิเษก หรือในละแวกใกล้เคียง กำลังมองหาคอนโดมิเนียมที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวกและใกล้กับแหล่งของกิน

แบ่งปันบทความให้เพื่อนๆของคุณ