รูปหน้าปก The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) เปิดประสบการณ์ชีวิตทันสมัย ใกล้ธรรมชาติ งดงามอย่างลงตัว

[Review] The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) เปิดประสบการณ์ชีวิตทันสมัย ใกล้ธรรมชาติ งดงามอย่างลงตัว

ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.

Pruksa Real Estate PLC

HIGHLIGHTS

  • ใกล้จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สี : MRT สถานีเตาปูน 500 เมตร, MRT บางซ่อน 800 เมตร และ MRT บางซื่อ 1.5 กม.
  • มีความเป็น "New Hub Transition" เดินทางสะดวกใกล้จุดขึ้นลงทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก 1.5 กม.
  • รายล้อมด้วยแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง SCG, เกตเวย์ บางซื่อ, รัฐสภาใหม่, สถานีกลางบางซื่อ และมีปตท. กับเซ็นทรัล ลาดพร้าว อยู่ถัดไป
  • ผสานเทคโนโลยี Well Building และ Smart Life Concept ที่เพิ่มฟังก์ชัน และไอเทมใหม่ๆ มาอัปเกรดคุณภาพชีวิต
  • พร้อมระบบ Fresh Air System และ Ozone ช่วยทำให้อากาศในทุกๆ พื้นที่ส่วนกลางมีความสะอาดบริสุทธิ์ ห่างไกลจาก PM 2.5 และเชื้อโรคต่างๆ



Project Review

น้อยนัก ที่เราจะหาความเงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติได้จากเมืองใหญ่ The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) จึงกลายเป็นตัวเลือกหนึ่ง ที่ทาง พฤกษา เรียลเอสเตท ได้จัดเตรียมไว้ให้ ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบโจทย์ Smart Life Concept ครอบคลุมทั้งเรื่องการเดินทางเข้า-ออกเมือง และการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายบนทำเล New Hub Transition


รายละเอียดโครงการ The Privacy Taopoon Interchange

ชื่อโครงการ : The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์)

เจ้าของโครงการ : พฤกษา เรียลเอสเตท

ที่ตั้งโครงการ : ถนนกรุงเทพ-นนท์ แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.

พื้นที่โครงการ : 2-1-97.1 ไร่

ลักษณะโครงการ : อาคาร High Rise สูง 36 ชั้น

จำนวนห้องชุดพักอาศัย : 486 ยูนิต ร้านค้า 1 ยูนิต

รูปแบบห้อง :

  • Studio : 22.25 - 22.50 ตร.ม
  • 1 Bedroom TYPE 1 : 26.50 - 27.50 ตร.ม
  • 1 Bedroom TYPE 2 : 27.25 - 27.50 ตร.ม
  • 1 Bedroom TYPE 3 : 29.50 ตร.ม
  • 1 Bedroom Plus : 34.50 ตร.ม
  • 2 Bedrooms : 49.25 - 50.25 ตร.ม

ที่จอดรถ :

  • รวมจอดซ้อนคัน : 40% (193 คัน)
  • ไม่รวมจอดซ้อนคัน : 43% (211 คัน)

คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้าง : พฤษภาคม 2562

คาดว่าจะแล้วเสร็จ : พฤษภาคม 2564

ราคาเริ่มต้น : ประมาณ 1 แสนบาท/ตร.ม


ลงทะเบียน : The Privacy Taopoon Interchange 
พร้อมมีลุ้นราคาพิเศษกันในงาน Exclusive Day!





Floor Plan โครงการ The Privacy เตาปูน อินเตอร์เชนจ์

Master Plan The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์)

สำหรับทางเข้าโครงการ The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) จะอยู่ติดถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ทั้งสองฝั่งซ้ายขวาเป็นอาคารตึกแถวสูง 3-4 ชั้น ซึ่งทางโครงการก็ได้ปลูกต้นไม้ไว้รอบๆ โครงการตั้งแต่หน้าทางเข้า ไปจนถึงด้านหลัง ช่วยทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นเสียงและความวุ่นวายภายนอก


ก่อนถึงตัวอาคาร เราจะต้องผ่าน Car Smart Access ปราการรักษาความปลอดภัยด่านแรก ที่ทำงานด้วยระบบเปิด-ปิด Gate Barrier อัตโนมัติ สแกนป้ายทะเบียนรถ

  • ส่วนการสัญจรภายในโครงการนั้น จะเป็นการเดินรถแบบทางเดียว วนรอบอาคารก่อนขึ้นไปยังลานจอดรถบริเวณชั้น 1 - 6 ที่อยู่ทางด้านหลัง เพื่อช่วยลดความวุ่นวายต่างๆ


ด้านหน้าอาคารจะมีจุด Drop off อยู่ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับ-ส่งผู้พักอาศัย เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเป็นโถงล็อบบี้ Lobby Lounge เหมาะสำหรับการนั่งรอ หรือนั่งพักผ่อนชิลล์ๆ ชมวิวสวนหย่อมสีเขียวผ่านกระจกบานใส


ระบบ Smart Parking สามารถตรวจสอบจำนวนที่ว่างในลานจอดรถแต่ละชั้น เพื่อความสะดวกของลูกบ้าน



ชั้น Ground Floor โครงการ The Privacy เตาปูน อินเตอร์เชนจ์

พอเข้ามาในตัวอาคาร ชั้น Ground Floor จะเป็นเหมือนชั้นที่รวบรวมทุกความผ่อนคลาย ไว้คอยต้อนรับการกลับมาของลูกบ้านทุกคน แบ่งพื้นที่ออกเป็น Facility ต่างๆ ทั้ง Lobby Lounge, Co-Working Space, Meeting Room, Smart Locker ตู้ฝากพัสดุอัตโนมัติ 24 ชม. และ Shop ร้านค้าอีก 1 ยูนิต


  • ติดกันจึงเป็นส่วนของงานระบบ และพื้นที่สำหรับคอยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านอย่าง ห้องนิติบุคคล, Lift Lobby, Laundry และ Maid room โดยการเข้า-ออกอาคารนั้นจะใช้ระบบ Smart Access ในการเปิดประตู
  • ส่วนพื้นที่รอบนอกจะมี EV Charger คอยรองรับผู้ใช้รถยนต์ระบบไฟฟ้า และหากใครไม่อยากเสียเงินล้างรถก็สามารถไปใช้บริการ Car Washing Area ที่อยู่บริเวณด้านหลังโครงการได้เลย



พื้นที่พักอาศัยจะเริ่มต้นที่ชั้น 7 ของอาคาร โดยชั้นนี้ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ The Garden และโซนห้องชุดพักอาศัยรวม 16 ยูนิต ซึ่งมุมอาคารจะมี Co-Kitchen ให้เราขึ้นมาจัดปาร์ตี้ หรือทำอาหารทานร่วมกันได้

  • ชั้นนี้ค่อนข้างเหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศร่มรื่น สามารถมองวิวสวนหย่อมสีเขียวได้จากหน้าระเบียง หรือหากใครพักอยู่ชั้นอื่นก็ลงมาซึมซับความสดชื่นนี้ได้ มีทางเข้าอยู่ตรง Lift Lobby เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้พักอาศัยในชั้น


The Garden สวนหย่อมลอยฟ้า ที่ตกแต่งให้รองรับการพักผ่อนที่หลากหลาย ท่ามกลางธรรมชาติในคอนเซปต์ Tropical Luxury มีทั้งจุดนั่งชิลล์ใต้ต้นไม้ และที่นั่งสไตล์ Terrace Garden ไว้ชวนกันมาชมวิวพระอาทิตย์ตก


พอขึ้นมาบนชั้นที่ 11 ไล่ไปจนถึงชั้นที่ 33 จะมีลักษณะแปลนคล้ายคลึงกัน โดยแต่ละชั้นจะคละแบบห้องพักอาศัยกัน มีทั้งห้องแบบ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedrooms รวมกัน 17 ยูนิต ยกเว้นแค่ชั้น 34 ที่จะเหลือห้องชุดพักอาศัยเพียง 10 ยูนิตเท่านั้น เพื่อเว้นว่างไว้สำหรับ Facility บนชั้น 35 นั่นเอง

  • แต่ละชั้นจะมีห้อง Studio และ 2 Bedrooms อย่างละ 1 ยูนิตเท่านั้น
  • ส่วนห้องที่มีจำนวนมากที่สุด จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom และบริเวณมุมอาคารทั้งสองฝั่งจะเป็น 1 Bedroom Plus เหมาะสำหรับคนชอบความสงบ
  • Lift Lobby อยู่กลางอาคาร ใช้งานได้ทั่วถึง ระบบลิฟต์แบบล็อคชั้นจำนวน 2 ตัว พร้อมลิฟต์เซอร์วิสอีก 1 ตัว ข้างกันเป็นบันไดหนีไฟสำหรับการใช้งานยามฉุกเฉิน



สองชั้นบนสุดอย่างชั้น 35, 36 ก็จะเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของโครงการ The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) มีจำนวนยูนิตเพียง 9 ห้อง ให้ความพิเศษในการอยู่อาศัยด้วยพื้นที่ส่วนกลางแบบ Outdoor ตามสไตล์ Tropical Luxury



  • เริ่มที่ชั้น 35 พื้นที่ความสุขท่ามกลางสายน้ำ มีทั้ง Sky  Pool, Bubble Pool, Kid Pool, Jacuzzi และ Water Wall ให้เลือกผ่อนคลาย หรือจะไปนั่งตากแอร์เย็นๆ ที่ Sky Lounge ก่อนก็ได้


  • ส่วนชั้น 36 จะมี Fitness อยู่ทางด้านหน้าอาคาร สามารถมองเห็นวิวเมืองและวิวสระว่ายน้ำได้เต็มสายตา


ปิดท้ายด้วย Roof Floor ที่ตกแต่งเพิ่มความร่มรื่นด้วยพื้นที่สีเขียวทั่วบริเวณ พร้อมแบ่งโซน Facility ไว้อย่างคุ้มค่า ทั้ง Observation Terrace, Sky Pods, Exercise Court และ Yoga Lawn พร้อม Emergency Aircraft Evacuation


แต่ละมุมจะตกแต่งแตกต่างกัน ให้ความรู้สึก สงบ เป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะชวนคนสนิทมานั่งคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราว หรือขึ้นมานั่งดูดาวเพลินๆ ก็ได้บรรยากาศผ่อนคลาย ส่งผลดีต่อใจ



ภาพตัวอย่างโครงการ The Privacy เตาปูน อินเตอร์เชนจ์

บริหารความสุขผ่าน Facilities Reservation System ที่ลูกบ้านสามารถจองห้องส่วนกลางต่างๆ ได้ด้วยตนเองผ่านทาง Pruksa Application ไม่ว่าตอนนี้จะอยู่ส่วนไหนของโครงการก็จัดกาได้ในคลิกเดียว


เริ่มแตะคีย์การ์ดผ่าน Smart Access เปิดเข้า Lobby Lounge โถงต้อนรับตกแต่งดูหรูหรา และเปิดกว้าง น่าใช้งาน เหมาะสำหรับช่วงเวลาสบายๆ จะมานั่งรอเพื่อน นั่งผ่อนคลาย หรือนั่งรอเวลาก่อนออกไปเที่ยวก็สุขได้เหมือนกัน


แต่ถ้าใครอยากได้ความสงบขึ้นมาอีกนิด อาจขยับไป Co-Working Space ที่อยู่ด้านข้างแทน มีโต๊ะที่นั่งพร้อมสำหรับการทำงาน อ่านหนังสือ หรือวันไหนเบื่อๆ จะยก Notebook มานั่งทำงานที่นี่ก็ได้ และทางโครงการเพิ่มความเก๋ให้กับห้องนี้ ด้วยมุม private working ให้คุณมีความเป็นส่วนตัว แม้อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง


ส่วนใครที่ต้องการมุมสำหรับนั่งคุยงานที่ดูจริงจังขึ้นมาหน่อย ในโครงการ The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) ก็มี Meeting Room ไว้รองรับเช่นกัน พร้อม Samsung Flip หน้าจออัจฉริยะ ที่จะทำให้การประชุมของคุณดูพิเศษขึ้น เพราะทุกการขีดเขียนบนจอจะถูกบันทึกไว้ และสามารถ Export เป็นไฟล์ส่งต่อไปยังมือถือของทุกคนในห้องประชุมได้เลย นับเป็นอีกหนึ่ง smart function ที่น่าสนใจทีเดียว


ในวันพิเศษๆ นี้ก็ไม่จำเป็นต้องหาสถานที่พิเศษอีกต่อไป เพราะแค่ขึ้นไปบนชั้น 7 ก็จะเจอห้อง Co-Kitchen ที่ครบครันด้วยเคาน์เตอร์บาร์, ชุดครัว และโต๊ะรับประทานอาหาร ให้เราใช้สังสรรค์ จัดปาร์ตี้ได้ทุกวัน แถมห้องนี้ยังมีตู้ปลูกผัก Nano Garden จัดเตรียมไว้ในห้องอีกด้วย


สร้างรูปแบบชีวิตให้โดดเด่นที่ Sky Facility บนชั้น 35 - 36 ด้วยมุมมองที่เปิดกว้างกว่า 180 องศา มองเห็นวิวเมืองและบรรยากาศของการใช้ชีวิตย่านเตาปูน โดยไม่มีอะไรขวางกั้น


เอาใจคนรักสุขภาพให้มากยิ่งขึ้นกับ Fitness ที่ครบครันทั้ง Weight Traning, Boxing รวมถึง Jogging Track ที่ชั้น Ground


ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้นที่ดึงดูดใจ แต่ระบบภายในเองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัย อย่าง ระบบกรองน้ำในโครงการ ที่ทำให้น้ำประปาสะอาดขึ้น หรือ Fresh Air System ระบบตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่ส่วนกลาง ผ่านตัวเซนเซอร์ Well Air จาก SCG ที่ทำงานร่วมกับระบบกรองอากาศ ERV ช่วยปรับค่า CO2, VOC และสารระเหยต่างๆ ให้อยู่ในค่าสมดุล รวมทั้งช่วยลดฝุ่น PM 2.5 และที่พิเศษยิ่งขึ้น ก็คือ ที่นี่ช่วยขจัดปัญหาเรื่องกลิ่น, เชื้อโรค และทำให้อากาศบริสุทธิ์มากขึ้นด้วยระบบ ozone



Room Review 1 Bedroom 26.5 SQ.M

กลับจากที่ทำงานเหนื่อยๆ ใครก็อยากพักลงตรงที่ที่สบายที่สุด ห้องชุดพักอาศัยที่เลือกจึงควรตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและดีไซน์ ที่ไม่ว่าใครก็อยากอยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆ สวยถูกใจ อย่างโครงการ The Privacy Taopoon Interchange เองก็ตกแต่ง สร้างความหรูหราให้ห้องด้วยการประดับวัสดุหินอ่อนธรรมชาติกับโลหะสีทอง แต่ยังคงความอบอุ่นของช่วงเวลาพักผ่อนด้วยสีของไม้และเขียวใบไม้ไว้ตามมุมต่างๆ


แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.50 ตารางเมตร

เริ่มตั้งแต่มือสัมผัสกลอนประตู เปิดเข้ามาเจอ "ห้องนั่งเล่น" สำหรับคนขี้เล่น ที่มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้าง เชื่อมกับพื้นที่พักผ่อนอย่าง "ห้องนอน" ที่ถูกจัดไว้ด้านในสุด เพื่อความเป็นส่วนตัว มองเห็นวิวมุมสูงของย่านเตาปูน ถัดจากนั้นจึงเป็น "ห้องครัวแบบปิด" แหล่งตุนเสบียงที่อยู่ติดกับระเบียงรับรอง ง่ายต่อการระบายกลิ่นและควัน โดยมี "ห้องน้ำ" อยู่ไม่ไกล ใช้งานสะดวกทั้งผู้อยู่อาศัย และแขกที่มาเยี่ยมห้อง


พอก้าวเข้าห้องปุ๊ป ก็ถึงพื้นที่พักผ่อนโล่งกว้าง จัดวางเป็นแนวลึก สามารถเดินจากห้องนั่งเล่นไปถึงห้องนอนได้ทันที คล้ายกับการ Combine Space เชื่อมพื้นที่ใช้สอยแต่ละส่วนให้ใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งบรรยากาศยังดูปลอดโปร่ง เพราะได้รับแสงสว่างเต็มที่จากช่องรับแสงในห้องนอน


  • ระยะฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร ด้านบนติดไฟ LED แบบ Non-UV ช่วยประหยัดพลังงาน พร้อมระบบป้องกันอัคคีภัยเกือบทุกจุด
  • ผนังติดวอลล์เปเปอร์สีโทนเทาสว่าง ทำให้ห้องดูกว้างและโมเดิร์น เข้ากับพื้นไม้ลามิเนตสีอ่อน สามารถตกแต่งได้หลายสไตล์
  • นอกจากนี้โครงการ The Privacy เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ยังติดตั้ง Home Automation ควบคุมปลั๊ก, ไฟ, ทีวี และเครื่องปรับอากาศอย่างละ 1 จุด ผ่าน Pruksa Application สะดวกต่อการใช้ชีวิตทั้งในและนอกห้อง
  • ห้องชุดตกแต่งแบบ Fully Fitted ได้วอลล์เปเปอร์ติดผนัง, เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว, ชุดครัวบิลต์อินครบเซต, เตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน และสุขภัณฑ์ห้องน้ำ COTTO


ประตูห้องเป็นไม้ HDF ค่อนข้างทนทานและทนความชื้นได้ดี ควบคุมการเปิด-ปิดห้องด้วย Digital Door Log 3 ระบบ ได้แก่ Keycard, Password และกุญแจทั่วไป หากวันไหนลืมคีย์การ์ด หรือกุญแจก็สบายหายห่วง สามารถกดรหัสเข้าห้องได้


เหนื่อยนักก็พักก่อน...พื้นที่ Living Room กว้างและตอบโจทย์การพักผ่อนได้หลายสไตล์ จะวางโซฟาตัวกลางคู่กับมุมทานอาหารก็ทำได้ ไม่อึดอัด


ซึ่งหากลองเดินมาตรงกลางห้อง จะพบว่าบริเวณนี้ยังมีที่ว่างอีกพอสมควร จะวางโซฟา Day Bed ตัวยาวคู่กับโคมไฟทรงสูง หรือตกแต่งเป็นมุมทำงานก็น่าสนใจ มีปลั๊กไฟให้ 2 จุด เหมาะสำหรับคนที่ชอบใช้เวลาว่างอยู่ในห้องนั่งเล่นเป็นประจำ


ส่วนฝั่งตรงข้าม ทางโครงการได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ Daikin ขนาด 9,000 BTU มาให้ ส่วนใครที่อยากได้มุมดูหนังเก๋ๆ ก็สามารถบิลต์อินชั้นวางของเหมือนในห้องตัวอย่างได้


ด้วยระยะรับชมที่กว้างเกือบ 2 เมตร ทำให้เราสามารถติดตั้งทีวีขนาดประมาณ 42 - 50 นิ้วได้สบายๆ ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งจุดต่อสัญญาณ, สาย LAN และปลั๊กไฟเอาไว้ให้ หรือจะวางโต๊ะกลางตัวเล็กเพิ่มไว้วางจานขนม แก้วกาแฟขณะนั่งดูทีวีด้วยก็ดีต่อใจ


ให้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ด้วยการกั้นพาร์ติชั่นบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอน ที่เลื่อนเปิดได้กว้าง ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ห้องดูแคบลง เพราะมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาถึงหน้าห้อง


  • ถ้าหากใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น อาจแขวนมู่ลี่ หรือผ้าม่านแบบโปร่งเสริมอีกชั้นหนึ่งได้


เพราะ "ห้องนอน" ก็ไม่ต่างจากแหล่งชาร์ตพลังงานให้ร่างกาย การออกแบบพื้นที่ส่วนนี้จึงควรตอบโจทย์การพักผ่อนมากที่สุด อย่างการติดหน้าต่างบานใหญ่ไว้ริมผนัง, ติดไฟ LED แสง Warm Light เพื่อให้บรรยากาศในห้องสอดรับการพักผ่อน


ซึ่งพื้นที่ห้องนอนของโครงการ The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) ก็ค่อนข้างกว้างพอสมควร สามารถวางเตียงขนาด 5 - 6 ฟุตได้สบายๆ


  • สำหรับใครที่อาศัยอยู่คนเดียว อาจเลือกวางเป็นเตียงควีนไซส์แบบในห้องตัวอย่าง ก็จะเหลือเนื้อที่เกือบ 1 เมตรให้บิลต์อินตู้เสื้อผ้าได้ด้วย
  • หรือถ้าใครอยากได้มุมทำงานติดวิวเมืองไว้นั่งมองยามพักสายตา ก็อาจขยับเตียงไปทางซ้าย แล้วย้ายโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะเครื่องแป้งมาติดหน้าต่างแทนก็ดูดีไปอีกแบบ


ปลายเตียงเหลือเนื้อที่ให้เดินผ่านสะดวก กว้างประมาณ 50 เซนติเมตร สำหรับคนที่ชอบนอนดูทีวี ก็แนะนำให้ติดทีวีแบบแขวน จะประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้ดีกว่า


  • ทางโครงการได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ Daikin ขนาด 9,000 BTU ให้อีก 1 ตัวอยู่บริเวณด้านบนโต๊ะเครื่องแป้ง ทำให้ลมเย็นไม่เป่าโดนเราโดยตรง และยังหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจากทางหน้าต่าง ทำให้เครื่องไม่ต้องทำงานหนัก ช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง


    หน้าต่างบานใหญ่ ช่วยให้ห้องดูสว่างและปลอดโปร่ง มีแสงส่องเข้ามาเต็มที่ จนบางวันเราไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเลยก็ยังได้ พร้อมด้วยบานกระทุ้งให้เปิดระบายอากาศ


    • รางผ้าม่านแบบ 2 ราง สำหรับแขวนผ้าม่านแบบโปร่งและทึบ เผื่อวันไหนอากาศแจ่มใส ใช้แค่ม่านโปร่งก็เพียงพอ


    เดินออกมาจากห้องนอนจะเห็นพื้นที่ตรงกลางระหว่าง "ห้องน้ำ" กับ "ห้องนั่งเล่น" ซึ่งในห้องจริงจะเป็นที่ว่างเว้าลึกเข้าไปประมาณ 30 ซม. ให้เราบิลต์อินตู้เก็บของ หรือชั้นวางแขวนผนังเพิ่มเติมได้


    ห้องน้ำบิลต์อินให้ครบชุด พร้อมแบ่งแยกโซนเปียกและโซนแห้งไว้เรียบร้อย ส่วนสุขภัณฑ์ต่างๆ จะมาจากแบรนด์ COTTO เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโครงการ พื้นและผนังปูกระเบื้องสีอ่อน ดูสะอาดตา ด้านบนติดไฟ LED 2 ดวง และเครื่องดูดอากาศอีก 1 ตัว เพื่อช่วยในการระบายอากาศ และกลิ่นอับชื้น


    นอกจากนี้ทางโครงการยังได้บิลต์อินตู้เก็บของให้ สามารถจัดวางของใช้ได้เยอะ อีกทั้งบริเวณหน้าตู้ทั้ง 3 บานยังติดกระจกเงา ใช้ส่องความเรียบร้อยได้จุใจ


    โซนแห้งจัดวางอ่างล้างหน้าไว้ข้างๆ โถสุขภัณฑ์ ในตำแหน่งที่ไม่ติดกันจนเกินไป ผู้อยู่อาศัยจึงนั่งหรือยืนทำธุระได้สบายตัว พร้อมมีปลั๊กไฟให้ใช้งานไดร์เป่าผมหรือเครื่องม้วนผมได้สะดวกด้วย


    • อ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ ทำให้เรามีพื้นที่เก็บของเพิ่ม ส่วนหน้าอ่างเองก็ยังใช้วางขวดสบู่หรือเจลล้างมือได้
    • หากก้มลงไปมองที่ใต้อ่าง จะเห็นที่ว่างสูงประมาณ 50 ซม. ง่ายต่อการทำความสะอาด หรือใครจะซื้อถังขยะไซส์เล็กมาตั้งไว้ด้านในก็ได้เช่นกัน
    • โถสุขภัณฑ์ครบชุด มีปุ่มปล่อยน้ำแบบ Dual Flush ช่วยประหยัดน้ำ


    โซนเปียกกั้นด้วยประตูกระจกสูงกว่า 2 เมตร ช่วยป้องกันน้ำกระเด็นได้เป็นอย่างดี พร้อมติดขอบยางกันกระแทกเรียบร้อย และภายในติดตั้งให้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower จากแบรนด์ COTTO เลือกใช้ได้ตามต้องการ


    • ที่จับประตูกว้างพอให้แขวนผ้าขนหนูเพิ่มได้อีกจุด ส่วนราวแขวนที่ทางโครงการติดมาให้นั้น จะอยู่ใกล้ห้องอาบน้ำ สามารถเอื้อมหยิบได้จากด้านใน
    • ข้างๆ ฝักบัวทำ Drop Wall ให้วางของใช้ต่างๆ หยิบจับสะดวก ไม่เกะกะพื้นที่
    • สำหรับใครที่ต้องการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ทางโครงการก็ได้เดินระบบน้ำไว้ให้เรียบร้อย แล้วอย่าลืมเดินสายดินเพื่อความปลอดภัยด้วย



    เพราะบางครั้ง ความสุขก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ จากการได้ทานอาหารร่วมกัน ซึ่งโครงการ The Privacy เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ได้บิลต์อินชุดครัวมาให้ครบ ทั้งเคาน์เตอร์ครัว, ตู้เก็บของด้านบน และเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน


    • พื้นครัวปูกระเบื้องผิวด้าน ช่วยป้องกันคราบมัน แถมยังทำความสะอาดง่าย
    • เชื่อมกับระเบียงด้านนอก สามารถเลื่อนเปิดเพื่อระบายกลิ่นและครัวได้


    "ห้องครัวแบบปิด" กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารเป็นประจำ เวลาปรุงอาหารก็ไม่ต้องกลัวว่า กลิ่นและควันจะลอยไปรบกวนส่วนอื่นๆ ของห้อง ด้านบนติดไฟ LED และระบบป้องกันอัคคีภัยเพื่อความปลอดภัย



    สำหรับชุดครัวที่ทางโครงการบิลต์อินมาให้นั้น มีขนาดค่อนข้างใหญ่และครบครัน วางยาวไปตามแนวผนัง ทำให้มีพื้นที่ยืนทำอาหารพร้อมกันได้ 2 คน ด้านบนเป็นตู้เก็บของที่แบ่งฟังก์ชันไว้หลากหลาย ทั้งช่องวางขวดเครื่องปรุง, ที่วางแก้ว, ช่องใส่ของ และภาชนะต่างๆ รวมถึงช่องใส่ไมโครเวฟก็อยู่ข้างบนด้วยเช่นกัน


    • ส่วนเคาน์เตอร์ด้านล่างจะมีลิ้นชัก และตู้เก็บของใต้ซิงก์ที่เหมาะกับการเก็บของชิ้นใหญ่ ข้างกันเป็นช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้าฝาหน้า ขนาดประมาณ 8 กิโลกรัม
    • ริมสุดเว้นที่ว่างกว่า 1 เมตรให้ตั้งตู้เย็นไซส์ใหญ่ได้ และหากใครกลัวว่าตู้เย็นจะทำงานหนักเกินไป ก็สามารถติดฟิล์มกันความร้อน หรือมู่ลี่เพิ่มได้


    Top ครัววางด้วยหินควอตซ์ที่มีความแข็งแรง คงทน เหมาะกับงานครัวหนักๆ ซึ่งน่าจะถูกใจเหล่าพ่อครัวแม่ครัวหลายคน ส่วนบริเวณด้านหลังทำ Backsplash ป้องกันคราบน้ำมัน และเศษอาหารติดผนัง โดยห้องจริงทางจะติดเป็นกระเบื้องเซรามิกให้แทน


    เตาไฟฟ้าขนาด 2 หัวพร้อมเครื่องดูดควันแบบปล่อยนอกอาคารจาก Frank ถัดไปเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร ไว้วางจานชาม หรือกับข้าวได้สะดวก ใกล้มือ


    ริมสุดเป็นซิงก์ล้างจานหลุมลึก เหมาะกับงานล้างและแช่ผักผลไม้ พร้อมด้วยตะแกรงวางจานที่ช่วยจัดระเบียบห้องครัวให้ดูเป็นระเบียบ จะยกไปใช้ที่ไหนก็ง่าย


    แล้วอย่าลืมเปิดประตูระเบียง เพื่อช่วยระบายอากาศด้านในให้สดชื่นขึ้นสักหน่อย โดยประตูระเบียงจะเป็นบานเลื่อนกระจก 2 ตอน เมื่อเดินออกไปจะเจอพื้นที่กว้าง 1.5 เมตร ซึ่งก็เพียงพอแล้วกับการใช้งานในคอนโด


    พื้นระเบียงปูกระเบื้องเซรามิก 30 x 30 เซนติเมตร มีไฟให้ความสว่างอยู่ฝั่งตรงข้ามคอมฯ แอร์ ที่ทางโครงการยกขึ้นไปแขวนด้านบน สูงประมาณ 1.2 เมตร หันหน้าเข้าอาคาร ด้านล่างจะมีก็อกน้ำให้ใช้งาน


    • ราวกันตกสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนอีกฝั่งสูงติดเพดาน เพื่อความสวยงามยามมองมาจากนอกอาคาร
    • ธรณีประตูสูงประมาณ 2-3 นิ้ว ช่วยป้องกันน้ำฝน หรือสิ่งสกปรกเข้ามาในห้องพักอาศัย



    Room Review 1 Bedroom Plus 34.5 SQ.M

    และก็มาถึงห้อง 1 Bedroom Plus ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น บนพื้นที่ 34.50 ตารางเมตร และสามารถรองรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวสมัยใหม่ และความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี


    แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตารางเมตร

    ลักษณะแปลนแบบหน้ากว้าง ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังพักอยู่บ้าน สามารถมองเห็นมุมต่างๆ ได้อย่างเปิดโล่ง เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอพื้นที่ Free Space อยู่ตรงกลางเชื่อมกับประตูระเบียง ส่วนขวามือจะเป็น "ห้องน้ำรับรอง" ก่อนจะขยับเข้าไปเจอกับ "ห้องนอน" ที่อยู่ด้านในสุด โดยมี "ห้องครัว" กับ "ห้องอเนกประสงค์" แยกอยู่อีกฝั่ง


    หากสังเกตจะเห็นว่า โครงการ The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) ได้แบ่งพื้นที่ห้องออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ พื้นที่ส่วนตัว, พื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ว่างกลางบ้าน ทำให้ทุกคนมีพื้นที่อิสระในการใช้ชีวิตร่วมกัน


    เมื่อเดินเข้ามาในห้อง จะเจอพื้นที่ Free Space ที่กว้างกว่าห้อง 1 Bedroom พอสมควร สามารถจัดวางมุมพักผ่อนคู่กับมุมรับประทานอาหารได้เหลือเฟือ ส่วนการตกแต่งพื้นฐานนั้นจะเหมือนกันทั้งโครงการ คือ พื้นปูลามิเนต, ผนังติดวอลล์เปเปอร์สีเทาสว่าง และติดไฟ LED ให้คู่กับระบบป้องกันอัคคีภัย แต่ห้อง Type นี้จะได้เครื่องปรับอากาศ 3 ตัว เป็นขนาด 12,000 BTU ในห้องนั่งเล่น และ 9,000 BTU อีก 2 ตัวที่ห้องนอน และห้องอเนกประสงค์


    ซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ว่างให้เราตกแต่งเป็นมุมรับประทานอาหารขนาดใหญ่ รองรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวได้สบายๆ หรือจะปรับเปลี่ยนเป็นบาร์อาหารและเครื่องดื่มแทน ก็ดูลงตัวเข้ากับสไตล์ห้องไม่น้อย


    ทางโครงการตกแต่งมุมพักผ่อนด้วยโซฟาขนาดกลาง วางคู่กับโต๊ะกลางและชั้นวางทีวีบิลต์อิน กลายเป็นห้องนั่งเล่นที่ให้เราออกมานั่งดูหนังด้วยกัน ซึ่งบริเวณนี้จะได้แสงธรรมชาติจากประตูระเบียงบานเลื่อนสลับ เปิดได้ 2 ทิศทาง แต่ถ้าเลื่อนจากฝั่งโซฟาจะค่อนข้างสะดวกกว่า


    พื้นที่ระเบียงจัดวางคล้ายห้อง 1 Bedroom แต่มีรูปทรงที่ยาวกว่าเล็กน้อยตามขนาดห้อง ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์จะหันออกนอกอาคาร และมีก็อกน้ำที่ระเบียงจัดเตรียมให้เช่นกัน


    พอมองย้อนกลับเข้ามาในห้อง จะเห็นว่า...พื้นที่ส่วนนี้มีการแบ่งมุมต่างๆ ไว้เป็นสัดส่วน ทำให้เราออกแบบฟังก์ชันการใช้ชีวิตได้ง่าย มีระยะรับชมโทรทัศน์เกือบ 2 เมตร ส่วนระยะห่างระหว่างโซฟากับโต๊ะทานข้าวก็กว้างเกือบ 1 เมตร นับว่าเดินไปทางไหนก็คล่องตัว


    เริ่มต้นวันใหม่ด้วยมุม Private Zone ที่จัดวาง "ห้องน้ำ" และ "ห้องนอน" ไว้ข้างกัน เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ทั้งยังตอบโจทย์ยามมีคนมาเยี่ยมห้อง สามารถเข้าใช้ห้องน้ำได้ง่าย


    ห้องน้ำเหมือนกับห้อง 1 Bedroom มีตู้เก็บของบิลต์อินยาวเต็มพื้นที่โซนแห้งให้ พื้นและผนังปูกระเบื้องแผ่นใหญ่ ทำให้ร่องยาแนวน้อย ช่วยลดการฝังตัวของคราบสกปรก


    • สุขภัณฑ์จากแบรนด์ COTTO ครบเซต ทั้งอ่างล้างหน้า, โถสุขภัณฑ์, ฝักบัว และราวแขวนผ้าขนหนู ส่วนเพดานติดหลอดไฟ LED และเครื่องระบายอากาศ


    โซนเปียกติดตั้งให้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower เช่นกัน แต่จะไม่มีส่วนของ Drop Wall ด้านใน ซึ่งก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนัก เพราะตู้เก็บของที่ได้มีขนาดใหญ่ เก็บของได้เยอะ


    อาบน้ำสร้างความสดชื่นเรียบร้อย ก็ถึงเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่สักที แค่เดินออกมาไม่กี่ก้าวก็เลี้ยวเข้าห้องนอนได้แล้ว


    “ห้องนอน” ที่เป็นเหมือนหัวใจของห้องก็มีขนาดกว้างขึ้น เพื่อรองรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัว พ่อแม่ลูก หรือคนทำงานรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นชีวิตของตัวเอง ส่วนการออกแบบพื้นฐานก็จะเหมือนกันทั้งโครงการ มีหน้าต่างบานใหญ่อยู่มุมห้อง สามารถเปิดรับลมและแสงแดดยามเช้าได้


    พื้นที่ห้องเพียงพอให้วางเตียงคิงไซส์ได้สบายๆ โดยไม่จำเป็นต้องเอาตู้เสื้อผ้าออก แต่ถ้าใครอยากได้เนื้อที่กว้างๆ อาจลองปรับมาใช้เตียงควีนไซส์แทน ก็พักผ่อนได้สบายไม่ต่างกัน ซ้ำยังมีเนื้อที่เหลือให้เพิ่มมุมแต่งตัว ชั้นวางของ หรือมุมทำงานในห้องได้ด้วย


    ออกจากห้องนอนปุ๊ป ก็เตรียมมุ่งหน้าสู่มุมแสนอร่อยที่เรียกน้ำย่อยในท้องได้เป็นอย่างดี เป็นครัวแบบปิดที่ให้ความรู้สึกโล่งกว้าง สามารถมองเห็นกิจกรรมต่างๆ ได้จากด้านนอก


    ชวนกันมาทำอาหารมื้อพิเศษที่ห้องครัว ซึ่งจะมีขนาดและพื้นที่เก็บของกว้างกว่าห้อง 1 Bedroom เล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ พื้นปูด้วยกระเบื้องผิวด้าน และมีพาร์ติชั่นให้เลื่อนเปิด 2 ทิศทาง ฝั่งละ 3 ตอน เลื่อนเปิดได้กว้าง เวลายกจานอาหารจึงเดินได้สะดวก ไม่คับแคบ


    ชุดครัวเป็นรูปตัวแอล (L) มีส่วนประกอบครบครัน ทั้งตู้เก็บของด้านบน และเคาน์เตอร์ครัวบิลต์ ที่ทุกบานจะเปิด-ปิดแบบ Soft Close ช่วยลดแรงกระแทก


    • Backsplash ด้านหลังจะเป็นกระเบื้องเซรามิก พร้อมย้ายช่องใส่ไมโครเวฟมาไว้ด้านล่างแทน อยู่คู่กับลิ้นชักสำหรับใส่ช้อนส้อม ริมสุดเว้นช่องว่างเกือบ 90 เซนติเมตรให้วางตู้เย็นได้พอดี


    Top ครัวของห้องนี้ก็ใช้หินควอตซ์เช่นเดียวกัน ทนต่อรอยขีดข่วน อีกทั้งยังเหมาะกับงานครัวมื้อใหญ่ๆ ตรงกลางมีพื้นที่ประกอบอาหารให้วางจานชาม วัตถุดิบ เครื่องปรุงได้เยอะขึ้น


    สำหรับห้อง Type นี้จะได้ส่วนของตู้บิลต์อินพร้อมเดินงานระบบสำหรับการวางเครื่องซักผ้าด้วย แต่ในห้องจริงจะเป็นตู้ลามิเนต Soft Close แบบเดียวกับตู้เก็บของในห้องครัว


    ออกแบบไลฟ์สไตล์ในห้องได้ดั่งใจ ด้วยการเพิ่ม "ห้องอเนกประสงค์" เข้ามา ให้เราดีไซน์รูปแบบการใช้งานได้เต็มที่ทุกตารางนิ้ว ไม่ว่าจะตกแต่งเป็นห้องนอนเล็ก, ห้องอ่านหนังสือ หรือห้องแต่งตัวก็ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ริมสุดมีหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยให้ห้องดูสว่างและกว้างขวางขึ้น


    • พื้นปูลามิเนต, ผนังติดวอลล์เปเปอร์สีเทาสว่าง, มีจุดติดตั้งทีวีแบบแขวนผนังให้ ส่วนเพดานติดไฟ LED และระบบป้องกันอัคคีภัยเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ และทางโครงการก็ได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ Daikin ขนาด 9,000 BTU ให้ด้วย 1 ตัว


    ทางโครงการ The Privacy เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ได้วางเตียงขนาด 3.5 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งจะเห็นว่าพื้นที่ข้างเตียงยังเหลืออีกเยอะพอสมควรเลย



    Location & Lifestyle


    The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) ตั้งบนถนนกรุงเทพ-นนนทบุรี ระหว่างรถไฟฟ้า 2 สถานี ได้แก่ MRT เตาปูนและ MRT บางซ่อน หากเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็สามารถมาได้สองทิศทาง ทั้งจากทางฝั่งถนนประชาราษฎร์ สาย 2 และถนนวงศ์สว่าง ข้ามไปฝั่งธนฯ ซ้ำยังมีทางลัดตัดออกไปถนนประชาชื่น เลียบคลองประปาได้ที่ซอยกรุงเทพ-นนท์ 12 หรือจะไปย่านอารีย์ก็ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น


    เรื่องเล่าบนพื้นที่กำลังพัฒนา เตาปูน-บางซื่อ


    แต่เดิมทำเลเตาปูนจะมีชื่อเสียงเรื่องการค้าไม้ ที่หากใครต้องการงานไม้คุณภาพดี หลากหลาย และมีเอกลักษณ์ก็มักจะเดินทางมาที่ "ซอยประชานฤมิตร" หรือรู้จักกันดีในชื่อของถนนสายไม้ ซอยเล็กๆ ยาวประมาณ 1 กิโลเมตรที่อยู่คู่กับย่านเตาปูนมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ แหล่งรวมร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากไม้ที่สืบทอดกันมากว่า 200 ร้าน


    ร้านค้า ร้านอาหารส่วนใหญ่ ล้วนเป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดขายมานานอย่าง ร้านรสเด็ดเตาปูน, ชาบูบ้านจันทร์, ไอศครีมทิพย์รส รวมไปถึงตลาดมณีพิมานและตลาดบางซ่อนที่เป็นแหล่งจับจ่าย ซื้อหาของสดของใช้เข้าบ้าน


    จวบจนถึงปัจจุบัน ทำเลระแวกนี้ก็เริ่มพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทุกอย่างดูลงตัวและกลมกลืน ทั้งบ้านเรือนการอยู่อาศัย ที่ส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถว อาคารพาณิชย์สูงประมาณ 4-5 ชั้น แล้วจึงค่อยๆ มีคอนโดมิเนียมขึ้นสลับไปตลอดแนวถนน


    โดยจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ก็คงมีผลมาจากการลงหลักปักเสาเข็ม "สถานีเตาปูน"  จุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า 2 สี ระหว่าง MRT สายสีน้ำเงินพุ่งตรงไปฝั่งตัวเมือง และ MRT สายสีม่วงที่พุ่งข้ามไปยังฝั่งนนทบุรี ทำให้ในแต่ละวันมีผู้คนหมุนเวียน เดินทางเข้าออกในย่านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ


    ในที่สุดทำเลที่ชื่อว่าเตาปูนก็ได้มีชื่อพ่วงต่อท้ายกลายเป็น "เตาปูน อินเตอร์เชนจ์" และสิ่งที่ตามมาจึงหนีไม่พ้นการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด เพื่อรองรับการเจริญเติบโต จนเราเห็นเป็นแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ แสดงถึงความเจริญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น...



    New Transition Hub สัญลักษณ์ความเจริญด้านการคมนาคม

    ขยับไป 1.5 กิโลเมตรจะเจอกับชุมทางบางซื่อ สถานีชุมทางรถไฟหลักของประเทศไทย วิ่งทั้งขึ้นเหนือล่องใต้ไปภาคอีสาน เรียกว่า...แทบจะเป็นเส้นทางสายหลักในการเข้าเมืองของคนสมัยก่อนเลยก็ว่าได้


    ต่อมาถูกพัฒนาพื้นที่ให้เชื่อมกับ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT บางซื่อ นับเป็นเวลากว่า 25 ปีที่ระบบขนส่งนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดหลักในการเดินทางของคนเมือง ซึ่งปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ด้วย


    แต่ที่มากไปกว่านั้น คือ บริเวณนี้กำลังจะผลันตัวเป็น "สถานีกลางบางซื่อ" ศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางแห่งใหม่ของไทยและอาเซียน เชื่อมต่อทุกการเดินทางบนรางเข้าไว้ด้วยกันบนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 นี้


    • รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน : ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และ หัวลำโพง-บางแค
    • รถไฟฟ้าสายสีม่วง : ช่วงเตาปูนราษฎร์บูรณะ และ บางใหญ่ขบางซื่อ
    • รถไฟชานเมืองสายสีแดง : ช่วงบางซื่อ-รังสิต
    • รถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน : บางซื่อ-ตลิ่งชัน


    และในอนาคตก็ยังจะมีโครงการก่อสร้างทางยกระดับ เพื่อเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชอีกด้วย


    แต่ถ้าหากเราเดินทางมาจากโครงการ The Privacy Taopoon Interchange (เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์) จะมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกอยู่อีกหนึ่งจุด แค่ขับเลยสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนไปเล็กน้อย ห่างจากที่ตั้งโครงการประมาณ 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งจะสะดวกกับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวมากกว่า


    โดยสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนเอง ก็เป็นอีกหนึ่งสถานีที่อยู่ใกล้โครงการเพียง 800 เมตร และในอนาคตยังจะเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน มุ่งหน้าไปทางสะพานพระรามหก และบางกรวย-กฟฝ.



    Gateway at Bangsua สัญลักษณ์ความเจริญด้านไลฟ์สไตล์

    ถ้าจะให้แนะนำแหล่งไลฟ์สไตล์ย่านเตาปูน-บางซื่อ ที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ ณ ขณะนี้ก็จะต้องเป็น Gateway at Bangsua ห้างใหม่ใกล้สถานีเตาปูนเพียง 650 เมตร


    ภายในรวบรวมร้านค้า ร้านอาหารไว้คอยตอบโจทย์ความสุขคนทุกระดับ ทุกช่วงวัย แบ่งเป็นโซนต่างๆ อย่าง Urban Market ที่อยู่ภายในชั้น G มีทั้ง BIG C Foodplace และร้านอาหารสไตล์ Fast Food และ Bakery หลายแนว หลากรสชาติ แถมราคายังไม่แพง เหมาะจะซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน


    และพลาดไม่ได้กับชั้น 6 และ 7 ที่เป็นเหมือนแหล่งความสุขของน้องๆ หนูๆ มีทั้ง Game Center, ลานโรลเลอร์สเก็ต และบ้านบอลในตำนาน


    สนามเด็กเล่นแบบ Outdoor ให้เราออกไปนั่งเล่นในช่วงเย็น มองวิวเมืองเพลินๆ


    แต่ถ้าใครเป็นคอหนัง สายฟิตเนสต้องขึ้นไปชั้นบนสุด ที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ Major Cineplex และ Jetts ฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมง ให้ทุกคนได้เข้ามาใช้บริการในวันว่าง


    นอกจากนี้ใกล้กับ The Privacy เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ยังมี Tesco Lotus ห้างสรรพสินค้าเจ้าถิ่นเดิมในย่านเตาปูน-บางซื่อให้เดินเลือกซื้อของกินของใช้ หรือหากถัดไปทางแยกวงศ์สว่างก็จะเจอห้าง Big C เปิดอยู่อีกหนึ่งจุด


    แม้แต่ทำเลรอบๆ โครงการก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงแหล่งคนทำงาน และกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ไม่ว่าจะเป็น SCG สำนักงานใหญ่, โรงพยาบาลบางโพ, โรงเรียนโยธินราชบูรณะ, มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า พระนครเหนือ และรัฐสภาแห่งใหม่เองก็กำลังมีการก่อสร้างอยู่ ณ ขณะนี้ด้วยเช่นกัน



    แบ่งปันบทความให้เพื่อนๆของคุณ