รูปบทความ รีไฟแนนซ์ ดียังไง มีประโยชน์จริงหรือเปล่า?

รีไฟแนนซ์ ดียังไง มีประโยชน์จริงหรือเปล่า?

รีไฟแนนซ์ รีทำไม ดียังไง ถ้าไม่รีจะเป็นไรไหม?

รีไฟแนนซ์ (Re-Finance) หลายๆคนคงเคยได้ยินคำนี้มาบ้าง หรือบางคนที่ได้ทำการกู้ซื้อคอนโด ผ่อนคอนโด บ้านหรือรถยนต์ไป แล้วผ่อนส่งไปสักพักก็มีเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรมาแนะนำให้รีไฟแนนซ์ และก็มีคนบางส่วนที่คิดว่าการที่ธนาคารโทรมาจะให้เรารีไฟแนนซ์นั้นเป็นกลลวง อยากให้เรากู้งินก้อนใหม่ เราไม่ได้จำเป็นต้องใช้อะไรนี่นา จะไปรีไฟแนนซ์ทำไม แล้วตกลงการรีไฟแนนซ์มันคืออะไร ดีหรือไม่ดี ในบทความนี้เราจะมาดูกัน


เงินต้นก็จ่าย ดอกเบี้ยก็เยอะ จะรีไฟแนนซ์ใหม่ดีไหมนะ?



ก่อนอื่นเรามารู้จักการรีไฟแนนซ์ที่แท้จริงกันก่อน การรีไฟแนนซ์นั้นคือการที่เราไปขอกู้เงินใหม่อีกก้อนหนึ่งใหม่เพื่อนำมาชำระหนี้ก้อนเดิม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะทำกับการกู้ซื้อบ้าน คอนโดและรถยนต์ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระหนี้สินเชื่อก้อนเดิม และจ่ายส่วนของดอกเบี้ยลดลง ที่สำคัญคือในการทำเรื่องขอรีไฟแนนซ์ครั้งใหม่นี้ ไม่ว่าจะกู้กับสถาบันการเงินเดิมหรือที่ใหม่ ก็อาจจะได้รับข้อเสนอในการผ่อนชำระที่ดีกว่าสินเชื่อเดิม อาจจะได้ระยะเวลาในการผ่อนที่ยาวขึ้น โดยคนส่วนใหญ่มักจะไปขอรีไฟแนนซ์หลังจากได้ผ่อนชำระสินเชื่อกับที่เก่ามาแล้วอย่างน้อย 3 ปี จริงๆแล้วธนาคารก็ไม่ได้อยากจะกำหนดว่าจะต้องรอให้ครบ 3 ปีเท่านั้น แต่ระยะเวลานี้เป็นระยะที่เหมาะสมกับการรีไฟแนนซ์มากที่สุด จึงอาจจะมีการเขียนเอาไว้ในสัญญากู้ว่าต้องผ่อนชำระให้ครบ 3 ปีก่อนจึงจะรีไฟแนนซ์ได้ มิฉะนั้นจะโดนปรับในวงเงิน 3% ของเงินกู้



ข้อดีและข้อเสียของการรีไฟแนนซ์

มาดูที่ข้อดีกันก่อน สำหรับคอนที่ผ่อนคอนโดและต้องการจะรีไฟแนนซ์ การรีไฟแนนซ์(Re-Finance) นั้นมีข้อดีที่แน่นอนก็คือในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย ที่เราผ่อนชำระสินเชื่อก้อนเดิม นานวันเข้าดอกเบี้ยก็มีแต่จะปรับสูงขึ้น ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในแต่ละเดือน ไม่ต้องเสียเงินก้อนเท่าเดิมไปกับดอกเบี้ยแพงๆ เอาเงินส่วนต่างนี้ไปลงทุนหรือทำอย่างอื่นให้เกิดประโยชน์ใหม่ได้ และสามารถยืดระยะเวลาการผ่อนให้ยาวขึ้นได้อีก ก็จะทำให้อัตราการผ่อนชำระต่อเดือนลดลงไป หรืออาจจะขอปรับอัตราการชำระเงินต้นให้มากขึ้นได้ เราก็จะสามารถปิดบัญชีเงินกู้ตัวนี้ได้เร็วขึ้น การที่เราลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนในการผ่อนคอนโดตรงนี้ลง ก็ช่วยในเรามีศักยภาพทางการเงินมากขึ้น ชำระได้ตรง ไม่มีประวัติค้างชำระหรือจ่ายไม่ครบ ก็ช่วยให้ประวัติทางการเงินของเรากับธนาคารดีขึ้นด้วย ดีกว่าผ่อนคอนโดเยอะๆในแต่ละเดือน เดือนไหนไม่ไหวก็จะเสียประวัติเปล่าๆ


อีกข้อดีของการรีไฟแนนซ์ก็คือ อาจจะขอวงเงินเพิ่มเพื่อเอามาใช้จ่ายได้อีก แต่ธนาคารก็จะพิจารณาจากความสามารถในการผ่อนชำระของเราด้วย ถ้าผ่อนคอนโดจากวงเงินเดิมก็เยอะอยู่แล้ว รีไฟแนนซ์เพื่อขอเงินก้อนส่วนต่างมาอีกก็อาจจะไม่ได้ ส่วยข้อเสียของการรีไฟแนนซ์ก็คงเป็นเรื่องของเอกสาร เพราะต้องเตียมเอกสารต่างๆให้กับธนาคาร ยิ่งถ้าเปลี่ยนธนาคารใหม่ด้วยแล้ว ก็ต้องเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการผ่อนคอนโด ผ่อนชำระสินเชื่อเก่าให้ครบ และยังจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆกับธนาคารใหม่ด้วย


การไปขอรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินที่ใหม่

การไปขอรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินที่ใหม่ สำหรับบางคนอาจจะเคยได้ยินว่าถ้าจะรีไฟแนนซ์ (Re-Finance) ให้ไปทำกับธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งใหม่ เพราะว่าเราจะสามารุเจรจาต่อรองเรื่องการขอลดอัตราดอกเบี้ยได้มากกว่าการรีไฟแนนซ์กับที่เก่า เพราะเขาต้องการได้ลูกค้าใหม่ๆเพิ่ม การที่เราควรมองหาสถาบันการเงินเพื่อรีไฟแนนซ์ใหม่ก็เพราะสถาบันการเงินโดยส่วนใหญ่มักจะทำโปรโมชั่นการขอสินเชื่อให้มีการผ่อนชำระในอัตราดอกเบี้ยต่ำในระยะเวลา 3 ปีแรก หลังจากนั้นก็จะปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ดีในการไปขอรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินใหม่ เพื่อมาชำระสินเชื่อเดิม


แต่ในบางกรณีก็ต้องคำนวณดูก่อนว่า ดอกเบี้ยที่ได้มาจะคุ้มกับค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อใหม่หรือเปล่า เพราะจะต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆเกิดขึ้นมาด้วย เช่น ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าธรรมเนียมในการจำนอง ค่าอากรแสตมป์ เป็นต้น หรือในบางครั้งสถาบันการเงินเดิมที่เรากู้ด้วยอาจจะมีโปรโมชั่นเพื่อรักษายอดลูกค้าเก่าเอาไว้ อาจจะต่อรองอัตราดอกเบี้ยได้ดีกว่าไปที่ใหม่ก็ได้





สำหรับการรีไฟแนนซ์ (Re-Finance)นั้น ก็มีข้อแนะนำที่ควรจำทำอยู่หลายข้อ อย่างแรกคือควรหาข้อมูลเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์และสินเชื่อหรือโปรโมชั่นของธนาคารต่างๆให้ดีก่อน อาจจะเริ่มศึกษาข้อมูลเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่เราเริ่มผ่อนคอนโดใหม่ๆเลยก็ได้ จะได้มีระยรเวลาในการตัดสินใจ และสังเกตุการปล่อยโปรโมชั่นกับอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร หรือตอนที่เราจะรีไฟแนนซืแล้วก็ลองหาข้อมูลดูหลายๆที่ หลายๆสถาบันการเงิน เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขและโปรโมชั่นที่ได้ประโยชน์และคุ้มค่ากับเรามากที่สุด


อีกอย่างหนึ่งคือเพื่อป้องกันการโดนปรับการชำระหรือปิดสินเชื่อก่อนกำหนด จึงควรผ่อนคอนโดไปก่อนอย่างน้อยๆ 3 ปี แล้วค่อยทำเรื่องรีไฟแนนซ์ หรืออาจจะลองคำนวณระยะเวลาที่เหมาะสมกับสินเชื่อของเราดูก็ได้ บางคนเผลอตัวผ่อนคอนโดไปนานๆเกือบสิบปีพึ่งมานึกขึ้นได้ว่าจ่ายดอกเบี้ยแสนแพง ดังนั้นเราจึงควรวางแผนในการใช้เงินของเราเองด้วย เพื่อให้การลงทุนของเราแต่ละครั้งใช้เงินน้อยและได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุด และก่อนที่เราจะยื่นสินเชื่อใหม่ทุกครั้ง อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญก็คือความสามารถในการผ่อนชำระของเรา พยายามอย่าให้ตัวเองเดือนร้อนในแต่ละเดือน พิจารณาและคำนวณวงเงินให้ดีๆ เพราะถ้าเรายื่นกู้เอย รีไฟแนนซ์เอย แต่ขอวงเงินที่เยอะเกินไป แม้ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อให้ แต่สุดท้ายเราผ่อนไม่ไหวมันก็จะกลายเป็นดาบสองคมกับตัวเราเองอยู่ดี